แก้วคริสตัลราคาแพงระยับร่วงกระแทกพื้นหินอ่อนจนแตกกระจาย เสียงกัมปนาทนั้นทำเอาบارเทนเดอร์ถึงกับสะดุ้งสุดตัว ถอยกรูดไปชิดเคาน์เตอร์ด้วยความหวาดผวา รินทร์ลดาไม่ได้สนใจเศษแก้วที่บาดเฉี่ยวรองเท้าหนังปะปนกับไวน์สีแดงฉานที่นองพื้น รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงเพรียวในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบที่ยืนหน้าซีดอยู่ตรงหน้า ทนายความหนุ่มทายาทตระกูลดังผู้เพียบพร้อม กำลังตัวสั่นเทาด้วยความตกใจหลังจากที่เขาเพิ่งยื่นนามบัตรและเอ่ยปากชวน "รินรดา" ไปดินเนอร์ต่อสองต่อเมื่อครู่
"คุณ... คุณเป็นใครทำไมเสียมารยาทแบบนี้!" ชายหนุ่มพยายามเค้นเสียงแข็งสู้ ทั้งที่ขาเริ่มก้าวถอยหลังเมื่อเจอสายตาคู่พิโรธจดจ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
รินทร์ลดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันแต่เย็นยะเยือกเสียจนคนฟังขนหัวลุก หล่อนก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน ปลายนิ้วเรียวเอื้อมไปหย่านามบัตรราคาแพงในมือของเขาอย่างไร้ความเกรงใจ ก่อนจะขยำมันยับยี่ยัดใส่กระเป๋าเสื้อสูทของอีกฝ่ายคืนด้วยความรุนแรง
"คนที่จะพาเด็กคนนี้ไปดินเนอร์... ต้องไม่ใช่คนแปลกหน้าปากเหม็นกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกแบบคุณค่ะ" รินทร์ลดาตอกกลับเสียงต่ำ กรามขบเข้าหากันแน่นจนสันนูนขึ้นมา "ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะทำให้คุณไม่ได้เหยียบเข้ามาในคลับนี้อีกตลอดชีวิต"
ทนายความหนุ่มหน้าเสีย กวาดสายตามองการแต่งกายและบอดี้การ์ดที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบด้านจึงรู้ตัวว่ากำลังหาเรื่องใส่ตัว เขาจึงรีบสาวเท้าเดินหนีหายไปฝูงชนในพริบตา
รินรดาที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเข้มมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มมุมปาก ดวงตากลมโตฉายแววสนุกสนานระคนหมั่นไส้ หล่อนจิบแชมเปญในแก้วอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน แม้จะรู้ดีว่าพายุลูกใหญ่กำลังเคลื่อนตัวมาลงทัณฑ์ตนเองในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
"สนุกมากไหมคะกับการนั่งยิ้มรับไมตรีจากผู้ชายหน้าโง่คนนั้น"
เสียงหวานติดจะเยียบเย็นกระซิบชิดริมหู รินรดาถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อร่างสูงของซีอีโอสาวทิ้งตัวลงนั่งเบียดชิดจนไหล่แนบกัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดปะปนกับกลิ่นไวน์จางๆ ลอยเข้าจมูก พร้อมกับฝ่ามือร้อนผ่าวที่เอื้อมมาบีบต้นคอของหล่อนไว้หลวมๆ แต่หนักหน่วงพอที่จะแสดงออกถึงความไม่พอใจ
"คุณรินทร์... นี่หึงหรือหวงคะเนี่ย หน้าบึ้งเชียว ระวังตีนกาขึ้นไม่รู้ด้วยนะ" รินรดาแกล้งเอี้ยวตัวไปยิ้มหวานใส่ แสร้งทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทั้งที่แอบลอบกลืนน้ำลายลงคอเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยไฟโทสะของคนพี่
"ปากเก่งนักนะคะรินรดา" รินทร์ลดาขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียน "เมื่อกี้ฉันเห็นคุณรับนามบัตรมันด้วยซ้ำ แถมยังยิ้มหวานหยาดเยิ้ม... อยากลองเปลี่ยนรสชาติจากเด็กก้นครัวไปคบกับทนายรวยๆ ดูบ้างเหรอคะ หืม?"
"พูดจาถากถางอีกแล้วนะคะ" รินรดาเบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้มขบขัน ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความท้าทาย "เขาก็แค่สุภาพบุรุษที่เข้ามาทำความรู้จักตามมารยาทสังคมต่างหากล่ะคะ อีกอย่าง... ฉันจะไปถูกใจใครมันก็เรื่องของฉันนี่นา เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย"
คำว่า 'ไม่ได้เป็นอะไรกัน' พุ่งเข้าชนประสาทการรับรู้ของรินทร์ลดาอย่างจัง เปลวเพลิงแห่งความหึงหวงที่สุมอยู่ในอกลุกโชนขึ้นมาจนควบคุมไม่อยู่ มือที่บีบลำคอระหงเปลี่ยนเป็นรั้งท้ายทอยของคนปากดีเข้ามาหาตัวทันที ดวงตาคู่คมจดจ้องริมฝีปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงอย่างคาดโทษ
"อยากลองเป็นแค่นักโทษประหารในกำมือฉันดูไหมล่ะคะ รินรดา" รินทร์ลดาเอ่ยเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกเคลือบยาพิษขยับเข้ามาใกล้จนเกือบจะแนบชิด "จำใส่สมองอันน้อยๆ ของคุณเอาไว้... ว่าต่อให้ผู้ชายทั้งโลกจะคุกเข่าอ้อนวอนคุณ แต่ถ้าฉันไม่อนุญาต แม้แต่เงาหัวของคุณ... พวกมันก็ไม่มีสิทธิ์ได้แตะ!"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความซ่าที่มีเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับความคลั่งรักที่ถูกห่อหุ้มด้วยความดุดันระดับสิบของซีอีโอสาว รังสีความหึงหวงที่แผ่ออกมาจากตัวรินทร์ลดานั้นทั้งอันตรายและเย้ายวนใจในเวลาเดียวกันจนแทบหายใจไม่ออก
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระส่ำและบรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังจะเดือดดาลถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทรินทร์ลดาก็แผדเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ
รินทร์ลดาขมวดคิ้วอย่างขัดเคือง หล่อนละสายตาจากริมฝีปากอิ่มด้วยความเสียดาย ก่อนจะควักสมาร์ตโฟนออกมากดตัดสายด้วยใบหน้าหงุดหงิด ทว่าหน้าจอแสดงผลกลับทำให้ร่างสูงชะงักกึก สีหน้าที่เคยเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็นเรียบตึงในเสี้ยววินาที
รินรดาลอบมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายอย่างสงสัย หล่อนเห็นรินทร์ลดาเม้มริมฝีปากแน่นขณะกวาดตามองข้อความที่เพิ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
"ใครโทรมาเหรอคะ? หน้าตาเครียดเชียว หรือว่า... กิ๊กเก่าโทรมาทวงสัญญา?" รินรดาแกล้งแซوةเพื่อกลบเกลื่อนความใจหายเมื่อครู่ แต่รินทร์ลดาหาได้สนใจคำหยอกเย้านั้นไม่
ซีอีโอสาวเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาที่มองรินรดาในตอนนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความหึงหวงอีกต่อไป แต่มันกลับฉายแวววิตกกังวลอย่างที่หล่อนไม่เคยเห็นมาก่อน
"ลุกขึ้นค่ะรินรดา" รินทร์ลดาเอ่ยเสียงเฉียบขาด คว้าข้อมือเล็กแล้วออกแรงดึงให้ลุกขึ้นยืนตามทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ทักท้วง "เราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้"
"เดี๋ยวสิคะคุณรินทร์ จะรีบไปไหน... เกิดอะไรขึ้น?" รินรดาขมวดคิ้วแน่น ขืนตัวไว้เล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ
รินทร์ลดาไม่ตอบคำถาม หล่อนหันกลับมามองหน้าคนตัวเล็กด้วยแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา
"คนที่คุณเพิ่งปฏิเสธไปเมื่อกี้... คือลูกชายคนโตของตระกูลที่กำลังจะฮุบกิจการบริษัทเราค่ะ"
บลัดดี้แมรี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและอินไปกับความคลั่งรักระดับสิบของท่านซีอีโอในตอนนี้ด้วยนะคะ!
เจ้านายครับ... ขาเตียงผมคึกคัก•ตอนที่ 23
ความหึงระดับสิบ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... ขาเตียงผมคึกคัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!