“ถ้าจะเรียกมาเพื่อตอกย้ำว่าฉันมันกระจอก ก็เชิญพูดให้จบเลยค่ะ บอส... ฉันจะได้รีบไปทำงานต่อ ไม่ต้องมาเสียเวลาเล่นเกมทายใจกับคนปากไม่ตรงกับใจแบบคุณ”
รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของรินทร์ลดา กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกับกลิ่นกาแฟดำที่ยังอุ่นระอุ ไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้หัวใจของรินรดาเต้นรัวเหมือนกลองศึก
รินทร์ลดานั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองใบหน้าของเลขาสาวราวกับจะทะลุเข้าไปถึงข้างใน เธอยกนิ้วเรียวขึ้นเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า... กึก... กึก... กึก... ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก
“ใครบอกว่าฉันอยากจะตอกย้ำ?” เสียงราบเรียบแต่ทว่าเฉียบขาดของ CEO สาวดังขึ้น “ที่ฉันเรียกมา... ก็แค่เพราะเห็นว่า ‘สมบัติ’ ของฉันมันดูเหมือนจะหลุดมือไปไกลเกินไปหน่อย เลยต้องเรียกกลับมาทำความสะอาดเสียบ้าง”
“สมบัติ?” รินรดาทวนคำพลางหัวเราะหึในลำคอ “บอสคงจำผิดคนแล้วมั้งคะ ฉันเป็นพนักงานค่ะ ไม่ใช่สิ่งของที่ใครจะยึดไว้เป็นกรรมสิทธิ์”
“งั้นเหรอ?” รินทร์ลดาผุดลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบก้าวตรงเข้ามาหารินรดาด้วยท่วงท่าดุดันแต่แฝงไว้ด้วยความเย้ายวนที่น่าขนลุก เธอหยุดลงตรงหน้าจนรินรดาต้องถอยกรูดไปชนกับขอบโต๊ะรับแขก “ถ้าไม่ใช่สมบัติ... แล้วทำไมถึงยอมให้คนอื่นแตะต้องตัวง่ายๆ ล่ะ หืม?”
คำถามนั้นทำให้รินรดาชะงัก เธอพยายามรักษาความนิ่งของสีหน้าไว้ แต่หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในงานเลี้ยงเมื่อคืน ที่เธอยอมรับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงานหนุ่มคนหนึ่งเพียงเพราะไม่อยากอยู่ใกล้อิทธิพลที่แผ่ออกมาจากรินทร์ลดาจนเกินไป
“มันเป็นมารยาททางสังคมค่ะ บอสเองก็ควรจะรู้ดีไม่ใช่เหรอว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ...” รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้ขาสองข้างจะเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
รินทร์ลดาขยับเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดารดลงบนผิวแก้ม เธอใช้ปลายนิ้วเชยคางเลขาสาวขึ้นอย่างถือดี แววตาของ CEO สาวที่เคยดุดันกลับเปลี่ยนเป็นความไหวระริกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา
“ฉันรู้ว่าอะไรที่ฉัน ‘หวง’ และอะไรที่ฉัน ‘ห้าม’... และรินรดา... เธอข้ามเส้นที่ฉันขีดไว้ไปไกลเกินไปแล้ว” น้ำเสียงของรินทร์ลดาทุ้มต่ำลงจนแทบจะกลายเป็นกระซิบ “รู้ไหมว่าเวลาเห็นเธอคุยกับคนอื่นแบบนั้น ฉันอยากจะทำลายทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลอง”
“พูดแบบนี้... หมายความว่ายังไงคะ?” รินรดาถามเสียงสั่น แม้จะอยากรู้คำตอบที่เฝ้ารอมาตลอด แต่ทิฐิในใจกลับทำให้เธอไม่ยอมอ่อนข้อให้ง่ายๆ “ถ้าอยากให้ฉันอยู่แค่ตรงนี้ ก็บอกมาสิคะว่าเพราะอะไร อย่ามาพูดอ้อมไปอ้อมมาให้มันน่าหมั่นไส้ได้ไหม!”
รินทร์ลดาชะงักไปครู่หนึ่ง ราวกับถูกต้อนจนมุมด้วยคำถามที่ตรงไปตรงมาเกินไป เธอถอนหายใจออกมาอย่างขัดใจ ใบหน้าสวยคมนั้นปรากฏร่องรอยของความกระอักกระอ่วนที่ยากจะเห็น
“มันก็แค่... สัญชาตญาณของการเป็นเจ้าของ... ที่ไม่ชอบให้ใครมาเล่นกับของเล่นของตัวเอง เท่านั้นแหละ”
“ของเล่น...” รินรดาแค่นหัวเราะทวนคำ แต่ดวงตาของเธอกลับร้อนผ่าวด้วยความผิดหวัง “ถ้าฉันเป็นได้แค่ของเล่น ก็ช่วยปล่อยฉันไปทีสิคะ จะมารั้งไว้ทำไมให้เสียเวลาทั้งสองฝ่าย!”
รินรดาพยายามจะผละออก แต่รินทร์ลดากลับรวบเอวบางไว้แน่น แรงกอดนั้นไม่ได้รุนแรงแต่กลับแน่นหนาจนรินรดารู้สึกถึงไออุ่นจากตัวอีกฝ่ายที่ส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามา
“ถ้าปล่อยไป... แล้วใครจะมาคอยกวนประสาทฉันทุกเช้าล่ะ?” รินทร์ลดาเอ่ยประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างน่าประหลาด “รินรดา... ฉันไม่เคยบอกว่าเธอเป็นแค่ของเล่น... แต่การจะให้พูดในสิ่งที่เธอต้องการน่ะ... มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ”
“แล้วต้องยากแค่ไหนคะ?” รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวสูงกว่า “ต้องรอให้ฉันเดินจากไปจริงๆ หรือยังไง บอสถึงจะเลิกเอาความโดดเดี่ยวของตัวเองมาเป็นเกราะกำบังแล้วพูดความจริงสักที!”
รินทร์ลดาเงียบไป อารมณ์ในดวงตาของเธอแปรปรวนราวกับพายุที่รอวันระเบิด เธอค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน รินรดากลั้นหายใจ หัวใจของเธอแทบจะหลุดออกมานอกอก ทุกวินาทีที่ผ่านไปช่างเชื่องช้าและบีบคั้นอารมณ์อย่างถึงขีดสุด
ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะห้วงเวลาที่กำลังจะลุกลามไปสู่ความเปราะบางที่ทั้งคู่ต่างเฝ้ารอ
“คุณรินทร์คะ... ท่านประธานมาถึงหน้าห้องแล้วค่ะ บอกว่ามีเรื่องด่วนต้องคุยด้วย...”
เสียงเลขาหน้าห้องที่ดังลอดผ่านประตูเข้ามาทำให้รินทร์ลดาสะดุ้งและผละออกไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเธอกลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ทิ้งให้รินรดายืนเคว้งอยู่กับคำสารภาพที่ยังค้างคาใจ
ประตูบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทหรูที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาหล่นวูบ ไม่ใช่การมาของท่านประธาน... หากแต่เป็นสายตาที่รินทร์ลดาใช้มองเธอ ก่อนจะหันไปต้อนรับผู้มาเยือนคนใหม่ด้วยรอยยิ้มที่ไม่มีอยู่จริง
บลัดดี้แมรี่ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 24 นี้ด้วยหัวใจที่เต้นรัวไปพร้อมกับรินรดาและรินทร์ลดานะคะ
เจ้านายครับ... ขาเตียงผมคึกคัก•ตอนที่ 24
สารภาพแต่ไม่ยอมรับ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... ขาเตียงผมคึกคัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!