เสียงกริ่งหน้าห้องที่แผดเสียงกรีดร้องแข่งกับสายฟ้าฟาดด้านนอก ไม่ได้ทำให้รินรดาตกใจเท่ากับเงาร่างโปร่งบางที่ทาบทับอยู่หลังผ้าม่านลูกไม้สีขาวนวลนั่น... มันไม่ใช่แค่เงา มันคือภาพสะท้อนของอดีตที่เธอกลบฝังไว้ใต้ก้นบึ้งของความทรงจำ อดีตที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของคราบน้ำตา กลิ่นอายความอับชื้นของห้องเช่ารูหนู และเสียงกรีดร้องโหยหวนในคืนที่ฝนตกหนักแบบนี้
"ใคร..." เสียงของรินรดาขาดห้วงไปในลำคอ เมื่อปลายนิ้วเรียวยาวของใครบางคนเอื้อมไปแตะกลอนหน้าต่างเลื่อนเบาๆ
พรึบ!
ร่างสูงโปรดปรานของรินทร์ลดาพุ่งเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ในเสี้ยววินาที ร่างของ CEO สาวทาบทับปกป้องเธอไว้ด้วยกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาดุคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวจ้องเขม็งไปยังระเบียงห้องชุดเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดที่ควรจะปลอดภัยที่สุดในเมืองหลวงแห่งนี้
"อย่ามอง" สุ้มเสียงของรินทร์ลดาต่ำลึกและเฉียบขาด ปราศจากความหวาดกลัว มีเพียงประกายความหงุดหงิดระคนระวังภัยที่ฉายชัดในแววตา "ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่หละหลวม... กล้าดียังไงถึงปีนขึ้นมาถึงชั้นนี้ได้!"
"ไม่ใช่คนแปลกหน้าค่ะคุณรินทร์..." รินรดากระซิบลอดไรฟัน มือเล็กกำชายเสื้อสูทราคาแพงของอีกฝ่ายไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด "นั่นมัน... สร้อยข้อมือเส้นนั้น... ผู้หญิงคนนั้นมาหาฉันอีกแล้ว"
เสียงกริ่งหน้าประตูยังคงดังระรัวราวกับคนบ้า ขณะที่ที่ระเบียง... บานกระจกใสถูกเคาะเบาๆ สามครั้งด้วยเล็บมือที่ไร้เรียวแรง ก่อนที่เสียงแหบพร่าอันคุ้นเคยจะลอดผ่านสายลมพายุเข้ามา
*"ริน... เปิดประตูให้แม่หน่อยลูก..."*
โลกทั้งใบคล้ายจะหมุนควิ่งเคว้งคว้าง รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นโครมครามจนเจ็บแปลบไปหมด ผู้หญิงคนที่ทอดทิ้งเธอไว้กับกองหนี้สินและพ่อติดการพนันเมื่อสิบปีก่อน ผู้หญิงที่หายสาบสูญไปพร้อมกับคำสาปแช่งของตระกูลรินทร์ ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ ที่หน้าห้องของผู้หญิงคนที่เธอเกลียดแสนเกลียด... และรักแสนรักในเวลาเดียวกัน
รินทร์ลดาหันขวับกลับมามองรังสีความหวาดกลัวบนใบหน้าของเด็กสาวปากเก่งที่มักจะทำตัวเป็นแม่เสือสาวเสมอ สัญชาตญาณการปกป้องพุ่งพล่านจน CEO สาวขบกรามแน่น มือเรียวคว้าคางอิ่มของรินรดาให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้เธอมีสติท่ามกลางพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ
"ตั้งสติหน่อยรินรดา!" รินทร์ลดาเอ็ดเสียงเข้ม ดุแต่แฝงความห่วงใยที่ล้นปรี่จนซ่อนไม่มิด "เธอเป็นคนปากเก่งไม่ใช่หรือไง ทำไมตอนนี้ถึงทำหน้าเหมือนคนจะตายแบบนี้หึ? เรื่องของครอบครัวเธอก็ส่วนเรื่องของฉัน... แต่ถ้าใครกล้ามาพังความสงบในอาณาจักรของฉัน มันต้องข้ามศพฉันไปก่อน!"
คำพูดเผด็จการแต่นุ่มนวลในแบบของรินทร์ลดา ทำให้น้ำตาที่คลอเบ้าของรินรดาร่วงเผาะลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานนับปีระเบิดออกในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งแต่นุ่มนวลอย่างประหลาดของเจ้านายสาว
"คุณรินทร์ใจร้าย..." รินรดาปล่อยโฮออกมาเบาๆ ซบหน้าลงกับลาดไหล่ภายใต้เสื้อเชิ้ตผ้าไหมเนื้อดี "ทำไมต้องมาทำดีตอนที่ฉันอ่อนแอที่สุดด้วยเล่า... ฉันเกลียดคุณ ฮือ... ฉันเกลียดครอบครัวตัวเอง เกลียดทุกอย่าง..."
รินทร์ลดาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมไหววูบลงอย่างที่หาดูได้ยาก มือบางยกขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยของเด็กสาวอย่างเก้ๆ กังๆ ความรู้สึกปวดร้าวแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างเล็กๆ ที่โอบกอดเธอไว้
ปากบอกว่าเกลียด... แต่ยามที่โลกทั้งใบล่มสลาย รินรดากลับเลือกซบลงตรงนี้ ตรงอกของเธอ
"ปากเก่งนักนะ... ไหนบอกว่าไม่เคยกลัวอะไรไงยายเด็กแสบ" รินทร์ลดาพึมพำเสียงอ่อนลง น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็นความทุ้มนุ่มชวนฝัน ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างเบามือที่สุด "ร้องไห้แบบนี้ หน้าตาดูไม่จืดเลยรู้ตัวไหม... แต่ก็นั่นแหละ ร้องให้พอ... แล้วจำไว้ว่าไม่มีใครหน้าไหนพรากอะไรไปจากฉันได้ทั้งนั้น... แม้แต่อดีตเฮงซวยของเธอก็ตาม"
แกร๊ก! เสียงลูกบิดประตูหน้าห้องเพนต์เฮาส์ถูกบิดหมุนด้วยกุญแจสำรอง!
ร่างทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว รินทร์ลดาแววตาเปลี่ยนกลับมาเป็นนักล่าผู้เย็นชาในพริบตา มือเรียวเอื้อมไปหยิบปืนพกสีดำสนิทที่ซ่อนไว้ในลิ้นชักใกล้มืออย่างคล่องแคล่วว่องไว ขณะที่รินรดาก้าวถอยหลังไปตั้งหลักใกล้ผนัง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ประตูห้องเปิดผางออกท่ามกลางสายฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามา ร่างระหงของหญิงวัยกลางคนในชุดเสื้อผ้าเปียกโชก ใบหน้าซีดเซียวและมีรอยแผลเป็นลากยาวจากขมับลงมาถึงคางก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นเหล้าคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝน
"ริน... ลูกแม่..." เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยว ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองไปรอบห้องหรูหรา ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของรินรดา "แม่หากลับมาจนเจอ... ฮìฮ... ลูกรู้ไหมว่าแม่คิดถึงลูกแค่ไหน"
"หยุดอยู่ตรงนั้น!" รินทร์ลดาตวาดกร้าว ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทชี้ตรงไปยังหน้าผากของแขกไม่速ยลด้วยสายตาดุจพญายม "ก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว สมองคุณได้กระจายติดผนังห้องแน่... คุณเป็นใคร และเข้ามาในตึกนี้ได้ยังไง?"
หญิงวัยกลางคนหัวเราะคิกคักในลำคอ ดวงตาฝ้าฟางเหลือบมองรินทร์ลดาด้วยแววตาแปลกประหลาด รอยยิ้มเหยเกนั้นชวนให้ขนหัวลุกชันไปทั่วร่าง
"อุ๊ย... ตายจริง เจ้านายคนสวยของลูกสาวฉันสินะคะ..." ผู้หญิงคนนั้นหัวเราะคิกคัก เอื้อมมือเปียกปอนคว,นหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าเสื้อกันฝน "ไม่ต้องตกใจไปหรอกค่ะคุณ CEO... ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง... ฉันแค่มารับสิ่งที่ 'ควรจะ เป็นของฉัน' คืนต่างหากล่ะ"
"แม่! พอสักทีเถอะค่ะ!" รินรดากรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด ก้าวออกมาบังรินทร์ลดาไว้เสียเอง แม้ขาจะสั่นเทาแต่แววตากลับเด็ดเดี่ยว "แม่ต้องการอะไรอีก เงินเหรอ? หรือว่าหนี้พนันก้อนใหม่? แม่ถึงได้ตามรังควานฉันไม่เลิกราแบบนี้!"
หญิงวัยกลางคนชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าบิดเบี้ยวหายวับไปในพริบตา แววตาฝ้าฟางแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดดุดันจนน่ากลัว หล่อนควักวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ... แสงไฟจากสายฟ้าด้านนอกสว่างวาบสะท้อนกับวัตถุโลหะสีเงินวาววับในมือหล่อน!
"ไม่ใช่เงิน!" หญิงวิกลจริตตวาดลั่น น้ำลายกระเด็น "แต่เป็นหัวใจของแกต่างหากรินรดา! และ... ของผู้หญิงคนนี้ด้วย!"
สิ้นเสียงตวาด... หญิงวัยกลางคนก็พุ่งเข้าใส่รินรดาด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ใบมีดปลายแหลมในมือส่องประกายวาววับแหวกอากาศเข้ามาท่ามกลางความตกตะลึง!
พรึบ! ปัง!
เสียงปืนดังสนั่นก้องห้องเพนต์เฮาส์ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น...
รินรดากรี้ดสุดเสียง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเมื่อเห็นเลือดสีแดงฉานไหลนองลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพง แต่ทว่า... เลือดนั้นไม่ใช่ของเธอ และไม่ใช่ของแม่เธอ...
รินทร์ลดาเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าของ CEO สาวซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวยังคงถือปืนค้างไว้ แต่ที่หัวไหล่ข้างขวา... รอยเลือดสีแดงฉานกำลังซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวออกมาเป็นวงกว้าง!
"คุณรินทร์!" รินรดาปรี่เข้าไปประคองร่างที่กำลังจะล้มลงอย่างลนลาน น้ำตาที่แห้งเหือดไปกลับเอ่อล้นออกมาอีกครั้งด้วยความตกใจสุดขีด "คุณโดนแทง... คุณบ้าหรือเปล่า ทำไมต้องเอาตัวมาบังฉัน!"
รินทร์ลดาขบกรามแน่น ฝืนยิ้มเยาะเย้ยความเจ็บปวด ดวงตาดุคมมองสบตากับเด็กสาวที่กำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนได้กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคย
"ยายเด็กโง่..." รินทร์ลดาพึมพำเสียงแผ่วเบา ลมหายใจเริ่มติดขัด "ถ้าเธอเป็นอะไรไป... แล้วใครจะมาคอยเถียงฉันทุกวันล่ะหึ..."
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยปากด่าหรือร้องไห้ต่อ... หญิงวัยกลางคนที่นอนกองอยู่บนพื้นก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคักหลอนประสาทขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับโยนรูปถ่ายใบเก่าขึ้นไปในอากาศ... รูปถ่ายครอบครัวที่ถูกฉีกขาดจนเห็นใบหน้าของเด็กหญิงรินรดาถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉาน!
และที่มุมขวาของรูปถ่ายใบนั้น... มีลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีดำสนิทเอาไว้ว่า...
*'ความจริงที่แกไม่มีวันหนีพ้น... รินทร์ลดาคือน้องสาวแท้ๆ ของแกเอง'*
ขอบคุณผู้นำทางความฟินทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ!
เจ้านายครับ... ขาเตียงผมคึกคัก•ตอนที่ 31
ความลับของครอบครัวรินทร์
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... ขาเตียงผมคึกคัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!