รอยยิ้มพราวระยับบนริมฝีปากของฉันค้างเติ่งอยู่แค่นั้น เมื่อประโยคเย้ยหยันเมื่อครู่ยังไม่ทันลอยหายไปกับอากาศเย็นเฉียบในห้องทำงานเพนต์เฮาส์ รินทร์ลดา—ซีอีโอสาวผู้ครองฉายาน้ำแข็งขั้วโลก—ก็ขยับตัวด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคาด
หมับ!
ข้อมือของฉันถูกกระชากด้วยแรงมหาศาล ร่างกายปลิวไปปะทะกับแผงอกอุ่นร้อนของอีกฝ่ายก่อนที่สมองจะทันประมวลผลด้วยซ้ำ ประตูห้องทำงานถูกปิดล็อกลงด้วยกลไกอัตโนมัติจากปลายนิ้วที่เอื้อมไปกดสวิตช์ข้างผนังอย่างแม่นยำ บรรยากาศรอบตัวหดแคบลงทันตาเห็น เหลือเพียงพื้นที่ส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกับความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนน่าใจหาย
"ปากเก่งนักนะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเคืองขัด ใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันแค่คืบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยไฟโทสะที่เจือประกายบางอย่างที่ฉันไมกล้าแปลความหมาย "คิดจะเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องไปแบล็กเมลฉันหรือไงคะ หืม?"
"อุ๊ย... แบล็กเมลอะไรร้านค้ากันล่ะคะคุณประธาน" ฉันเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกซี่โครง สายตากวาดมองสำรวจสภาพยับเยินนิดๆ ของเสื้อเชิ้ตสีขาวที่กระดุมหลุดไปเม็ดหนึ่งกับเนกไทที่คลายออกอย่างลวกๆ "ฉันก็แค่มองเห็น 'หลักฐาน' คาตา... หรือว่าคุณรินทร์กำลังกลัวว่าความลับที่ว่าคุณแอบร้องไห้ง้อคู่ค้ารายใหญ่เมื่อกี้ จะหลุดรอดออกไปให้คนอื่นรู้กันแน่คะ?"
รินทร์ลดาชะงัก กรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอันตราย แต่แทนที่จะผลักฉันออกเหมือนทุกครั้ง เธอกลับใช้มืออีกข้างรวบเอวฉันให้แนบชิดเข้าไปอีก จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านทะลุกระโปรงทำงานตัวเก่ง
"ปากดีแบบนี้... น่าจับมาเย็บติดกันจริงๆ"
"เชิญเลยค่ะ ถ้าคิดว่าคุณทำได้" ฉันยิ้มยั่ว ท้าทายกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว แม้ขาจะเริ่มสั่นระริกด้วยความใกล้ชิดที่เกินขอบเขต "แต่บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าทำมากกว่าเย็บ... ฉันอาจจะคิดค่าลิขสิทธิ์แพงหูฉี่เลยล่ะค่ะ"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันจนน่าประหม่า ดวงตาของเรารasสบประสานกันเนิ่นนาน ความซنเดเระที่ชอบเก๊กขรึมและปากแข็งเริ่มสั่นคลอน เมื่อรินทร์ลดาผ่อนลมหายใจยาวออกมาเฮือกใหญ่ ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาที่ฉายความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด
มือที่บีบข้อมือฉันอยู่คลายแรงลง เปลี่ยนเป็นลูบไล้แผ่วเบาที่ผิวเนื้อนุ่มอย่างลืมตัว
"เหนื่อย..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังลอดริมฝีปากที่สั่นระริกเล็กน้อย มันไม่ใช่เสียงของซีอีโอผู้ทรงอิทธิพล แต่เป็นเสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่แบกโลกไว้ทั้งใบ "เธอไม่เข้าใจหรอก รินรดา... โลกที่ทุกคนจ้องจะแทงข้างหลัง มันเหนื่อยแค่ไหน"
ฉันนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ความตั้งใจที่จะกวนประสาทเมื่อครู่วูบดับลงทันทีเมื่อเห็นร่องรอยความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เกราะเหล็กหนา ผู้หญิงคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า—คนที่มักจะตอกหน้าฉันด้วยคำพูดเจ็บแสบเสมอ—กำลังพังทลายลงทีละน้อยต่อหน้าต่อตาฉัน
นิ้วเรียวที่เคยใช้ชี้หน้าด่าฉันเมื่อกี้ ตอนนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อย รินทร์ลดาหลับตาลง ซบหน้าลงกับลาดไหล่ของฉันอย่างหมดแรง ความนุ่มนวลที่ถูกงัดออกมาแสดงออกโดยสัญชาตญาณทำให้ฉันเกือบหยุดหายใจ
นี่ฉันกำลังเห็น... ด้านอ่อนโยนของคุณประธานจอมโหดงั้นเหรอ?
มือข้างหนึ่งที่ว่าง ค่อยๆ ยกขึ้นอย่างลังเล ก่อนจะวางลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวย ลูบเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อปลอบประโลม สัมผัสได้ถึงแรงสะั่นไหวเล็กๆ จากร่างที่เคยแข็งกร้าว รินทร์ลดาไม่ได้ร้องไห้ แต่ความเงียบงันของเธอกรีดลึกยิ่งกว่าหยาดน้ำตาเสียอีก
"โอ๋ๆ นะคะ... คนเก่ง" ฉันเผลอเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกชนเข้ากับกลุ่มผมหอมกรุ่น "ถ้าเหนื่อยนัก ก็พักเสียบ้างเถอะค่ะ ไม่มีใครว่าอะไรคุณหรอก... อย่างน้อย ก็มีฉันตรงนี้คนหนึ่งล่ะที่ไม่คิดจะแทงข้างหลังคุณแน่ๆ"
รินทร์ลดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นฉายแววไหวระริก ร ิมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นราวกับกำลังอดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้น ระยะห่างระหว่างเราลดลงเหลือเพียงเสี้ยววินาที จนสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวแก้ม
ความดุดันหายไปสิ้น เหลือเพียงประกายความโหยหาที่ชัดเจนในแววตาคู่นั้น เธอกำลังมองฉัน... เหมือนกับว่าฉันคือที่พึ่งเดียวในโลกที่กว้างใหญ่และโหดร้ายใบนี้
หัวใจของฉันกระตุกวูบ จังหวะการเต้นรัวเร็วจนน่ากลัว ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย มันไม่ใช่แค่ความตื่นเต้นจากการต่อปากต่อคำ แต่มันคือความลึกซึ้งบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบในพื้นที่หัวใจ
นิ้วเรียวของคุณประธานเลื่อนขึ้นมาสัมผัสที่ข้างแก้มของฉันแผ่วเบา ปลายนิ้วอุ่นจัดไล้ผ่านพวงแก้มอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าถ้าออกแรงมากกว่านี้ตัวฉันจะสลายหายไป
"เธอ... ใจดีกับฉันเกินไปแล้วนะ รินรดา" เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก "รู้ตัวไหม..."
"เพราะฉันเป็นคนดีไงคะ ถึงได้ยอมเปลืองตัวมาปลอบคุณแบบนี้" ฉันพยายามกลบเกลื่อนความเขินอายด้วยการสวนกลับด้วยน้ำเสียงติดตลก แม้หัวใจจะเต้นรัวจนควบคุมไม่อยู่แล้วก็ตาม "ถ้าหายเหนื่อยแล้ว ก็ช่วยปล่อยฉันออกจากอ้อมกอดแน่นๆ นี่สักทีเเถอะค่ะ คนอื่นมาเห็นเข้าจะเข้าใจผิดว่าเรากำลังซ้อมบทเลิฟซีนกันอยู่"
รินทร์ลดาไม่ยอมปล่อย เธอกลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นที่มุมปากของคนตัวสูงกว่า
"เข้าใจผิดอะไรล่ะคะ... ก็เรากำลังซ้อมอยู่จริงๆ ไม่ใช่หรือไง"
ยังไม่ทันที่ฉันจะได้โต้เถียงอะไรกลับไป ประตูห้องทำงานบานใหญ่ที่ควรจะถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนากลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า!
"คุณรินทร์คะ! เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ด่วนจาก... อุ๊ย!"
เสียงแหลมสูงของเลขานุการสาวหยุดชะงักกึกทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นภาพซีอีโอคนเก่งกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเด็กสาวสู้ชีวิตอย่างฉันในระยะประชิดชนิดแนบเนื้อ
รินทร์ลดาผละออกจากฉันอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่อ่อนโยนเมื่อครู่กลับคืนสู่วับตาเย็นชาและเรียบเฉยราวน้ำแข็งในชั่วพริบตา เธอยืดตัวตรง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่สายตาที่เธอกวาดมองไปยังเลขานุการหน้าเสีย กลับซ่อนประกายความหงุดหงิดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
"ออกไป." เสียงเยือกเย็นตวัดสิทธิ์ขาดทันที "ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะประตู?"
เลขานุการหน้าซีดเผือก รีบโค้งตัวถอยหลังกรูดเตรียมจะปิดประตูหนี แต่ก่อนที่ประตูจะปิดลง สายตานั้นก็เหลือบมามองฉันด้วยแววตาหวาดระแวงแกแกมอยากรู้อยากเห็น
และนั่นแหละ... ทำให้ฉันรู้ทันทีว่า พรุ่งนี้เช้า ข่าวลือเรื่อง "ความลับในห้องทำงานประธาน" คงแพร่สะพัดไปทั่วบริษัทเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่งแน่นอน!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความซึนของยัยคุณประธานด้วยกันเสมอนะคะ!
เจ้านายครับ... ขาเตียงผมคึกคัก•ตอนที่ 19
สัมผัสที่เกินเลย
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... ขาเตียงผมคึกคัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!