"ถ้าเรซูเม่ฉบับนี้คือเกณฑ์มาตรฐานของ 'ความพร้อม' ที่คุณคุยนักคุยหนา... ทางเราคงต้องบอกว่า เก้าอี้เลขานุการหน้าห้องประธานบริษัท K&P กรุ๊ป คงกว้างเกินกว่าที่เด็กจบใหม่ไร้ประสบการณ์อย่างคุณจะเอื้อมถึงค่ะ คุณปกรณ์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมชั้น 45 ที่สามารถมองเห็นตึกระฟ้าทั่วกรุงเทพฯ เป็นฉากหลัง
ปั้น—หรือปกรณ์ในชุดสูทเข้ารูปสีชาร์โคลที่อุตส่าห์ลงทุนเจียดเงินเก็บครึ่งหนึ่งไปถอยมาจากแบรนด์เนมมือสอง—ไม่ได้กะพริบตาหนีแม้แต่น้อย นัยน์ตากลมโตสีนิลคู่สวยไหวระริกด้วยประกายแห่งความท้าทาย เขายืดตัวขึ้นตรง ขยับปกเสื้อเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มมุมปากที่ผ่านการซ้อมหน้ากระจกมาไม่ต่ำกว่าสบรอบให้ผู้ชายที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
"ถ้าท่านประธานภาคินจะกรุณาถอดแว่นสายตากรอบทองแล้วใช้ 'ตาเนื้อ' อ่านทวนผลงานในหน้าสามอีกรอบ ท่านอาจจะเปลี่ยนใจเรื่องคำว่าไร้ประสบการณ์นะคะ... เพราะโปรเจกต์รีแบรนด์ที่ผมทำส่งเข้าประกวดตอนปีสี่ ได้รับรางวัลระดับประเทศมาการันตีว่า ผมไม่ได้แค่นั่งตบยุงในมหาวิทยาลัยแน่ๆ"
ทว่าคนฟังกลับไม่สะท้าน ภาคินปรายตามองเอกสารในมือด้วยท่าทีแสนระอา นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียจนปั้นอยากจะเอากระดาษปึกนั้นปาใส่หน้าหล่อๆ ของอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด
"รางวัลนักศึกษาดีเด่นเหรอคะ? น่าประทับใจดี... แต่โลกธุรกิจจริงมันไม่ได้ใช้แค่ 'ทฤษฎีสวยหรู' มาหลอกเด็กฝึกงานหรอกนะคุณปกรณ์ เลขาฯ ของผมต้องอ่านใจผมได้ก่อนที่ผมจะอ้าปากสั่ง ต้องดีลกับลูกค้าระดับพันล้านได้โดยไม่ขาพับ และที่สำคัญที่สุด..."
ภาคินหยุดเว้นจังหวะ ดวงคมกริบใต้กรอบแว่นเลื่อนขึ้นสบตาตรงๆ ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้ จนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลงไปถนัดตา
"...ต้องไม่มีนิสัย 'ปากกล้าหน้าด้าน' แบบที่คุณกำลังแสดงอยู่ตอนนี้"
ให้ตายเถอะ! นี่มันมนุษย์น้ำแข็งติดลบชัดๆ!
ปั้นจิกเล็บเข้าหากันแน่นภายใต้โต๊ะเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนเกือบจะทะลุปรอท ความฝันที่จะเข้ามาสืบหาความจริงบางอย่างเกี่ยวกับบริษัทนี้ เพื่อสะสางเรื่องราวคาใจในอดีตกำลังจะพังทลายลงเพราะตาประธานปากคอเราะร้ายคนนี้อย่างนั้นหรือ? ไม่มีทางเสียหริอ ปกรณ์คนนี้ผ่านสมรภูมิเดือดมาหมดแล้ว จะมาตกม้าตายเพราะอีโก้ของเจ้านายจอมเผด็จการไม่ได้เป็นอันขาด
"ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะท่านประธาน" ปั้นสวนกลับทันควัน น้ำเสียงหวานใสแต่เจือความประชดประชันอย่างไม่คิดจะปิดบัง "แต่เผอิญว่าตำแหน่งนี้เปิดรับ 'เลขานุการ' ไม่ได้เปิดรับ 'หุ่นยนต์ไขลาน' ที่คอยพยักหน้ารับคำสั่งอย่างเดียว ถ้าคุณภาคินต้องการคนแบบนั้น แนะนำให้ไปจ้าง AI น่าจะตอบโจทย์มากกว่านะคะ"
พรึบ!
ภาคินถึงกับชะงัก รอยยิ้มเยาะเมื่อครู่เลือนหายไปทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงจ้องมองผู้สมัครงานตัวแสบที่กล้าต่อปากต่อคำกับเขาเป็นคนแรกในรอบห้าปี บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบฮาบลงอย่างเห็นได้ชัด ลูกน้องระดับผู้บริหารที่นั่งร่วมสังเกตการณ์อยู่มุมห้องถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือเช็ดเหงื่อซึมตามขมับ
นี่มันคือการท้าทายอำนาจมืดชัดๆ!
"คุณกล้ามากนะ..." ภาคินผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูททําให้ปั้นต้องเงยหน้ามองเล็กน้อย ความกดดันจากส่วนสูงและรัศมีอำนาจแผ่พุ่งเข้าใส่จนคนตัวเล็กต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ "คิดว่ามีความรู้หางอึ่งแค่นี้ แล้วจะเข้ามาเหยียบที่นี่ได้รวดเร็วอย่างใจฝันเหรอ? ฝันไปเถอะ"
"ผมไม่ได้ฝันค่ะท่านประธาน... และผมก็มั่นใจว่า ความรู้ความสามารถของผมมีมากกว่าที่จะมานั่งฟังคนแก่... อะแฮ่ม! คนที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ต่ำกว่าเกณฑ์มานั่งวิจารณ์เรซูเม่เล่นๆ แน่นอน" ปั้นแกล้งกระแอมแก้ตัวหน้าตาเฉย แต่รอยยิ้มพรายในดวงตานั้นฟ้องชัดเจนว่าตั้งใจจะกวนประสาทให้อีกฝ่ายอกแตกตายไปข้าง
ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน มือหนากำขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ตั้งแต่เกิดมา... ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเขาขนาดนี้มาก่อน! เด็กนี่มันกล้าดีเด่นมาจากไหน ถึงได้กล้าเหยียบย่ำเส้นประสาทความอดทนของเขาจนขาดผึ่งในเวลาไม่ถึงยี่นาที
"ออกไป..." น้ำเสียงลอดไรฟันเอ่ยขึ้นห้วนสั้น
ปั้นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำเป็นตีหน้าซื่อ "เอ๊ะ? ไล่ผมออก ทั้งที่ยังสัมภาษณ์ไม่ครบสิบนาทีเนี่ยนะค-"
"ผมบอกให้ออกไปจากห้องผม! ก่อนที่ผมจะแจ้งฝ่าย3รักษาความปลอดภัยมาลากคุณออกไปจริงๆ!"
ปั้นยิ้มหวานหยดย้อย ส่งสายตากวนประสาทไปให้ท่านประธานจอมเฮี้ยบเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะโค้งตัวน้อยๆ อย่างประชดประชัน "ขอบคุณสำหรับเวลาอันมีค่า... เอ้ย ไร้ค่าของคุณประธานนะคะ ไว้โอกาสหน้า... ถ้าผมเปลี่ยนใจไม่อยากมาทำแล้ว ผมจะส่งกระเช้าดอกไม้มาแสดงความเสียใจให้นะคะ บายค่ะท่าน"
ร่างโปร่งหมุนตัวเดินนินทาในใจอย่างสะใจ ก้าวฉับๆ ไปที่ประตูด้วยความมั่นใจเต็มร้อย แม้ในใจลึกๆ จะแอบนึกเสียดายโอกาสอยู่บ้าง แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอจะให้ก้มหัวยอมจำนนไม่มีทางเสียหริอ!
แอด...
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างของใครอีกคนก้าวสวนเข้ามาพอดี ปั้นชะงักเท้า กวาดสายตามองผู้มาใหม่ที่เป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ทว่าแฝงด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และดวงตาแพรวพราวที่จ้องมองมาทางเขาราวกับเจอของเล่นชิ้นใหม่
"อุ๊ย... มีแขกคนสำคัญอยู่หรอเนี่ยภาคิน นึกว่าใครทำไมน้องหน้าหวานคนนี้ถึงเดินหน้าบึ้งออกมาจากห้องแกได้ล่ะ หรือว่า... แอบไปทำอะไรให้เด็กมันโกรธเข้าล่ะเพื่อนรัก"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยแซ้าขึ้นอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับยื่นมือเรียวมาขวางทางปั้นไว้โดยอัตโนมัติ
ปั้นขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองหน้าชายหนุ่มแปลกหน้าสลับกับภาคินที่ยืนหน้าตึงอยู่หลังโต๊ะทำงาน และในจังหวะนั้นเอง... เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดระคนหวงก้างอย่างปิดไม่มิดของภาคิน ก็ดังขัดขึ้นจากด้านหลัง
"ถอยออกมาจากตรงนั้น มีน... อย่าแม้แต่จะแตะต้องตัวเด็กดื้อคนนี้!"
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ หิมะแรกในโตเกียว
คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย•ตอนที่ 1
สัมภาษณ์งานสะท้านโลกันตร์
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณเลขาฯ อย่าดื้อกับเฮีย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!