เสียงหั่นกระดูกหมูกระทบกับเขียงไม้เนื้อหนาดัง "ตุบ... ตุบ..." เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท่ามกลางห้องครัวเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยไอร้อนจากเตาถ่าน ไป๋ลี่อินชะงักมือที่กำลังนวดแป้งเล็กน้อย เธอกวาดสายตาคมกริบมองหน้าสามีแวบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทันสถานการณ์
"มองผมแบบนั้น แปลว่าแผนการที่ผมคิดไว้เมื่อครู่... ยังไม่แนบเนียนพอสินะครับ" เฉินเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เขาไม่ได้หลบสายตาคมกริบคู่นั้น ทว่ากลับก้าวเข้ามาประชิดตัวนางเอกอย่างเงียบเชียบ ฝ่ามือหยาบกร้านแต่ทว่าอบอุ่นของชายชาติทหารวางลงบนขอบโต๊ะไม้ เพื่อช่วยกันไม่ให้ภรรยาต้องออกแรงมากเกินไป
กลิ่นอายบุรุษเพศที่สะอาดสะอ้านผสมผสานกับกลิ่นอายแดดอ่อนๆ จากตัวเฉินเฟิง ลอยเข้ามาแตะจมูกของไป๋ลี่อิน แม้ในโลกก่อนเธอจะเป็นถึงศัลยแพทย์มือทองที่คุ้นชินกับการจับมีดผ่าตัดท่ามกลางความตายและความเป็น แต่หัวใจภายใต้เสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ ตัวนี้ กลับสั่นไหวอย่างแปลกประหลาดให้กับความใส่ใจที่ดิบเถื่อนแต่จริงใจของสามีหนุ่มผู้นี้
"รู้ตัวก็ดีแล้วครับ คุณสามี" ลี่อินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความขบขันไว้ในแววตา "เรื่องตระกูลไป๋ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันจัดการเอง คุณมีหน้าที่แค่นั่งพัก รักษาตัวให้หายดี และ... ทำตัวเป็นสามีที่เชื่อฟังภรรยาให้มากๆ ก็พอ"
เฉินเฟิงหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมเข้มทอประกายความอ่อนโยนจนแทบละลาย "ถ้าเป็นคำสั่งของภรรยา ผมยินดีปฏิบัติตามอย่างไร้เงื่อนไขครับ"
บรรยากาศรอบตัวคล้ายถูกความหวานละมุนโอบล้อมเอาไว้ ชั่วขณะหนึ่ง ความโหดร้ายและความยากลำบากของยุค 1980 ดูเหมือนจะเลือนหายไปจากห้องครัวแคบๆ แห่งนี้ เหลือเพียงแค่คนสองคนที่จับมือกันก้าวผ่านเงาอดีตอันมืดมน
แต่ลี่อินรู้ดีว่า ความสงบสุขนี้เป็นเพียงภาพลวงตาชั่วคราว นอกรั้วบ้านตระกูลเฉิน... บรรดาญาติจอมสูบอย่างไป๋ไห่เฉิงและพวกพ้องกำลังวางแผนชั่วร้ายบางอย่างอยู่แน่นอน พวกมันคงไม่ยอมรามือปล่อยให้เธอกับสามีได้ตั้งตัวเป็นแน่
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาท ทำลายบรรยากาศอันอบอุ่นลงในพริบตา
เฉินเฟิงขมวดคิ้วมุ่น รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างกายของนายทหารผู้ผ่านสนามรบโดยสัญชาตญาณ ทว่าไป๋ลี่อินกลับยกมือขึ้นแตะแขนเขาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม ใบหน้าของเكورายังคงสงบนิ่งราวกับคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าแขกยามวิกาลผู้นี้คือใคร
"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะครับ" ลี่อินเอ่ยเบาๆ ก่อนจะปัดเศษแป้งออกจากมือแล้วเดินไปเปิดประตู
ร่างท้วมของไป๋ไห่เฉิงยืนหอบแฮกอยู่หน้าประชิดประตู ใบหน้าอัปลักษณ์เต็มไปด้วยรอยยิ้มจอมปลอมและแววตาโลภโมละโทสะที่ปิดไม่มิด ทันทีที่ประตูเปิดออก เขาก็ถือวิสาสะผลักไหล่ลี่อินแล้วก้าวเท้าเข้ามาในบ้านทันทีโดยไม่ได้รับเชิญ
"นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึง..." ไป๋ไห่เฉิงอ้าปากเตรียมจะแผדเสียงด่าทอตามสันดานเดิม ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงคำรามครบประโยค กลิ่นหอมเย้ายวนใจอันทรงพลังก็ลอยเข้ามากระแทกจมูกของเขาอย่างจัง จนคำพูดที่เตรียมมากลืนหายลงคอไปในทันที
กลิ่นหอมของซีอิ๊วคั่วกับน้ำตาลทรายแดงที่เคี่ยวจนละลายเข้ากันกับเครื่องเทศนาน种 กระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่ถูกเคี่ยวไฟอ่อนมานานนับชั่วโมง ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวและทะลุออกไปถึงหน้าบ้าน รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารชั้นเลิศที่คนในชนบทห่างไกลเช่นนี้แทบไม่มีโอกาสได้ลิ้มลอง ทำให้ต่อมน้ำลายของไป๋ไห่เฉิงทำงานอย่างหนักหน่วงจนเขาเผลอกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่
ไป๋ไห่เฉิงเบิกตากว้าง กวาดสายตามองหม้อดินเผาบนเตาถ่านด้วยความตะกละตะกลาม ลืมสิ้นแม้กระทั่งจุดประสงค์ที่ตนเองบุกมาในยามนี้ "กลิ่น... กลิ่นบ้าอะไรเนี่ย! พวกแกเอาเงินที่ไหนมาซื้อกระดูกหมูชิ้นใหญ่ขนาดนั้น! ไหน เอามาให้ลุงดูสิ!"
ไป๋ลี่อินยืนกอดอกพิงวงกบประตู แววตาเย็นเยียบราวกับกำลังมองดูสุนัขตัวหนึ่งที่กำลังน้ำลายสอ เธอเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน
"เงินของฉัน... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณลุงด้วยล่ะครับ?" น้ำเสียงของลี่อินทั้งนุ่มนวลและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน "หรือว่า... ที่คุณลุงรีบวิ่งมาเคาะประตูบ้านคนอื่นเขาดึกดื่นแบบนี้ เพราะกลิ่นอาหารบ้านฉันมันหอมจนทนไม่ไหว ถึงกับต้องมาขอส่วนบุญกันเลยหรือครับ?"
"นัง... นังเด็กปากดี!" ไป๋ไห่เฉิงหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนาหยาบกร้านยกขึ้นชี้หน้าสะใภ้รองตระกูลไป๋ด้วยความสั่นเทา "แกกล้าพูดจาแบบนี้กับผู้หลักผู้ใหญ่ได้อย่างไร! แกแอบซ่อนเงินทองไว้ใช่ไหม หลบหนีการส่งส่วยให้ตระกูลใหญ่ แบบนี้มันต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบ!"
พูดจบทันที ไป๋ไห่เฉิงก็พุ่งตัวเข้าไปหมายจะคว้าจับหม้อกระดูกหมูตุ๋นบนเตาด้วยความโลภและความโมโห ทว่า...
*หมับ!*
ฝ่ามือใหญ่หนาประดุจคีมเหล็กคว้าหมัดของไป๋ไห่เฉิงเอาไว้กลางอากาศอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดัง *กรอบ!*
เฉินเฟิงก้าวออกมาจากมุมมืดด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก ดวงตาสีเข้มคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองผู้บุกรุกราวกับจะฉีกร่างให้เป็นชิ้นๆ แรงกดดันมหาศาลจากนายทหารที่ผ่านการฆ่าฟันมาจริงแผ่ซ่ายจนไป๋ไห่เฉิงตัวสั่นเทา ขาสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
"มือข้างนี้... ถ้าไม่อยากให้มันใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต ก็ไสหัวออกไปจากบ้านของผมซะ" เฉินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังจนแก้วหูสั่นสะเทือน
ไป๋ไห่เฉิงหวาดกลัวจนหัวหด หน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขาอ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ ทำได้เพียงส่งเสียงครางฮือในลำคอด้วยความตื่นตระหนก
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเอะอะโวยวายก็ดังแว่วมาจากนอกรั้วบ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้บรรยากาศพลิกผันในพริบตา—
"หัวหน้าหมู่บ้านมาแล้ว! ใครกล้าทำร้ายคนตระกูลไป๋ ออกมาเคลียร์เดี๋ยวนี้!"
ไป๋ลี่อินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง... เกมการแก้แค้นรอบใหม่ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80" ด้วยดีเสมอมานะครับ
ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80•ตอนที่ 6
อาหารมื้อแรกที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นอายความสุข
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!