"คุณหมอไป๋... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ที่ดินแปลงนี้... ถูกประกาศเป็นเขตหวงห้ามทางทหารกะทันหันเมื่อคืนนี้เอง!"
เสียงหอบหายใจกระเสือกกระสนของชายหนุ่มผู้ดูแลแปลงเกษตรดังลั่นทะลุประตูไม้ไผ่ที่ปิดสนิท ไป๋ลี่อินชะงักมือที่กำลังจัดเรียงขวดเซรุ่มสมานแผลในชั้นวางยา ปลายนิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาคู่คมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนขบขัน เขตหวงห้ามทางทหารอย่างนั้นหรือ? ช่างเป็นข้ออ้างที่ตื้นเขินและน่าขันสิ้นดีในยุคที่อำนาจเงินมักซื้อได้แม้แต่ลายเซ็นของนายทหารระดับล่าง
เธอก้าวเดินช้า ๆ ออกมาจากห้องตรวจวิเศษ แววตาเยือกเย็นดั่งหิมะแรกในฤดูหนาวกวาดมองไปที่ชายหนุ่มผู้ตื่นตระหนก ก่อนจะเบนสายตาไปยังร่างสูงใหญ่ของเฉินเฟิงที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ ฝ่ามือหนาอบอุ่นเอื้อมมาสัมผัสข้อศอกของเธอเบา ๆ เป็นเชิงปลอบประโยคและส่งกระแสความมั่นคงมาให้
"ไม่ต้องตกใจไปครับ ลี่อิน" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของเฉินเฟิงเอ่ยขึ้น ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองลอดออกไปนอกรั้วฟาร์ม "เรื่องนี้มีเงื่อนงำ... คงมีใครบางคนอยากได้ที่ดินแปลงนี้จนตัวสั่น ถึงขนาดวิ่งเต้นหาทางบีบเราด้วยกฎหมายความมั่นคง"
ไป๋ลี่อินมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คราบความหวาดกลัวหรือความวิตกกังวลไม่มีทางปรากฏบนใบหน้าของอดีตศัลยแพทย์ผู้ผ่านความตายมานับครั้งไม่ถ้วน
"ไป๋ไห่เฉิง... คงคิดว่าตัวเองฉลาดมากสินะครับที่ใช้ไม้ตายนี้" ไป๋ลี่อินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยไอสังหารจาง ๆ "คิดว่าการเอาเครื่องหมายทางราชการมาขู่ จะทำให้พวกเรายอมคายแปลงเกษตรและฟาร์มนี้ออกมาฟรี ๆ อย่างนั้นหรือ"
เมื่อคืนนี้ เธอยังจำสายตาโลภมากที่มองแปลงพืชผลสมุนไพรและผักปลอดสารพิษของไป๋ไห่เฉิงได้ดี ชายแก่ตระกูลไป๋ผู้นั้นหมายปองความมั่งคั่งที่กำลังงอกเงยขึ้นทีละน้อยของเธอมาโดยตลอด และในเมื่อใช้วิธีทางญาติโกหกต้มตุ๋นไม่ได้ผล ก็คงต้องใช้อำนาจมืดหรือการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐท้องถิ่นเข้ามาแทรกแซง
ทว่า... ศัตรูอาจลืมไปว่า สามีที่ยืนเคียงข้างไป๋ลี่อินในตอนนี้หาใช่ชาวนาธรรมดาไม่!
"เฉินเฟิง..." ไป๋ลี่อินเอ่ยเรียกเบา ๆ
"ผมจัดการเองครับ" สามีหนุ่มพยักหน้ารับคำทันทีโดยไม่ต้องรอให้เธอเอ่ยจบประโยค ความดุดันและกลิ่นอายความเป็นนายทหารผ่านศึกแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนา "คำสั่งเขตหวงห้ามปลอม ๆ แบบนี้... เดี๋ยวผมจะพาคนไปรื้อป้ายประกาศนั่นทิ้ง และลากตัวไอ้คนที่กล้าลงนามคำสั่งสุ่มสี่สุ่มห้ามาคุยกันให้รู้เรื่องที่ฟาร์มของเรา"
ในขณะที่สถานการณ์ภายนอกกำลังตึงเครียดและคลื่นใต้น้ำกำลังซัดสาด หัวใจสำคัญของฟาร์มในวันนี้ไม่ได้หยุดนิ่งตามสถานการณ์ ไป๋ลี่อินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ปัดเป่าเรื่องน่ารำคาญใจทิ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะหันมามองกลุ่มชาวบ้านยากจนเกือบยี่สิบคนที่มายืนรออยู่หน้าประตูรั้วฟาร์มด้วยแววตาหวาดหวั่น พวกเขาคือแรงงานท้องถิ่นที่เธอประกาศรับสมัครเมื่อวานนี้ ท่ามกลางข่าวลือเรื่องที่ดินถูกยึด คนเหล่านี้ย่อมกลัวว่างานที่กำลังจะได้ทำอาจหลุดลอยไป
ไป๋ลี่อินเดินออกไปเผชิญหน้ากับชาวบ้านเหล่านั้นด้วยท่าทีสง่างามและน่าเกรงขาม ชุดเสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน ใบหน้าเกลี้ยงเกลา และรอยยิ้มที่อบอุ่นจริงใจ ทำให้ความตื่นตระหนกในแววตาของชาวบ้านค่อย ๆ สงบลง
"สวัสดีครับทุกคน..." ไป๋ลี่อินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงกังวานและเป็นกันเอง "ผมรู้ว่าพวกคุณคงได้ยินข่าวลือเรื่องที่ดินแปลงนี้ แต่วางใจเถอะครับ ฟาร์มของเราจะยังคงเปิดทำการ และงานของพวกคุณจะไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน"
ป้าฝู หญิงวัยกลางคนผู้มีใบหน้าย่นยับเพราะตรากตรำทำงานหนักมาทั้งชีวิต ก้าวออกมาข้างหน้าด้วยมือที่สั่นเทา นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "คุณหมอไป๋... พวกเราเป็นแค่ชาวบ้านยากจน ไม่มีเส้นสายอะไรหรอกค่ะ กลัวเหลือเกินว่าถ้าเข้าไปพัวพันกับเรื่องใหญ่โตของพวกคนมีอำนาจ จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย..."
ไป๋ลี่อินมองมือที่หยาบกร้านของป้าฝู แววตาฉายแววเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง ในยุค 80 นี้ ความยากจนข้นแค้นบีบคั้นให้คนต้องยอมก้มหัวให้ผู้มีอิทธิพลอย่างไร้ทางสู้ เธอย่อมเข้าใจความหวาดกลัวนั้นดี
"ป้าฝูครับ..." ไป๋ลี่อินก้าวเข้าไปใกล้ หยิบผ้าขนหนูสะอาดผืนหนึ่งส่งให้ พร้อมกับรอยยิ้มที่จริงใจที่สุด "ผมไม่เคยรังเกียจคนยากจน และผมไม่เคยคิดจะเอาเปรียบใคร แรงงานที่มาทำงานในฟาร์มของผม ทุกหยาดเหงื่อที่พวกคุณเสียไป จะต้องได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าที่สุด"
เธอหันไปพยักหน้าให้เฉินเฟิง ซึ่งเดินถือกระเป๋าผ้าใบย่อมออกมาจากตัวบ้าน เฉินเฟิงเปิดกระเป๋าออกเผยให้เห็นธนบัตรปึกหนาที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ พร้อมด้วยกระสอบข้าวสารและน้ำมันพืชคุณภาพดีจำนวนมากที่วางเรียงรายอยู่ด้านข้าง
"ค่าแรงของที่นี่... ผมให้สูงกว่าเรททั่วไปในหมู่บ้านถึงสามสัปดาห์ต่อหนึ่งเดือนล่วงหน้า และเรามีสวัสดิการอาหารกลางวันอิ่มท้องทุกวัน รวมถึงยารักษาโรคเบื้องต้นที่ผมจะดูแลพวกคุณและครอบครัวด้วยตัวเอง" ไป๋ลี่อินประกาศเสียงดังฟังชัด ให้ทุกคนได้ยินถ้วนหน้า
เสียงฮือฮาด้วยความตกตะลึงดังขึ้นในกลุ่มชาวบ้านทันที ในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง การหาเงินสักหยวนช่างยากเย็นแสนเข็ญ แต่นี่... คุณหมอไป๋กลับกล้าให้ค่าแรงสูงลิ่วแถมยังมีสวัสดิการอาหารและยาให้อีกด้วย!
"นี่... นี่เรื่องจริงหรือครับคุณหมอ?" ชายหนุ่มผอมแห้งคนหนึ่งถามด้วยเสียงสั่นเครือ "พวกเรา... ทำงานแค่ถอนหญ้าและพรวนดิน จะคุ้มกับเงินที่ท่านจ่ายให้หรือครับ?"
"ความขยันและซื่อสัตย์คือสิ่งที่มีค่าที่สุดในฟาร์มของผมครับ" ไป๋ลี่อินตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เริ่มงานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครอยากทำตามเงื่อนไขนี้ เชิญลงชื่อกับป้าฝูได้เลยครับ"
สิ้นคำพูดนั้น ความลังเลทั้งหมดก็มลายหายไป ชาวบ้านนับสิบชีวิตต่างแย่งกันเข้ามาลงชื่อด้วยความตื่นเต้นและซาบซึ้งใจ แววตาที่เคยหม่นหมองไร้ประกาย บัดนี้กลับลุกโชติช่วงด้วยความหวังที่จะได้ลืมตาอ้าปาก
ในขณะที่บรรยากาศภายในฟาร์มเต็มไปด้วยพลังงานด้านบวกและความคึกคักของการเริ่มต้นใหม่ ทว่าที่หน้าประตูรั้วใหญ่ กลับมีเสียงทุบประตูด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกของไป๋ไห่เฉิงที่พากันยกพวกเข้ามา
"ไป๋ลี่อิน! แกไอ้คนเนรคุณ หลานอกตัญญู! กล้าดียังไงถึงมาตั้งรกรากบนที่ดินหลวงที่ถูกประกาศยึดแล้ว ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้! เจ้าหน้าที่เขาจะมาประทับตราอายัดฟาร์มของแกแล้ว!"
เสียงตะโกนหยาบคายดังก้องไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านที่เพิ่งเริ่มยิ้มได้ต่างพากันหน้าถอดสีอีกครั้ง ต่างถอยร่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นกลุ่มคนของไป๋ไห่เฉิงเดินดุ่ม ๆ เข้ามาพร้อมกับชายแปลกหน้าแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่รัฐในชุดเครื่องแบบยับยู่ยี่
ไป๋ลี่อินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางชาวบ้าน ใบหน้างามประดับด้วยรอยยิ้มเยارเยาะบางเบา เธอกวาดสายตามองกลุ่มคนที่บุกรุกเข้ามาอย่างเหยียดหยาม
เฉินเฟิงก้าวออกไปยืนบังหน้าภรรยา ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามจนเจ้าหน้าที่รัฐปลอม ๆ คนนั้นถึงกับผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"ใครอนุญาตให้พวกแกเหยียบเข้ามาในเขตพื้นที่ส่วนบุคคลของฉัน?" เฉินเฟิงเอ่ยเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาดุจคมมีดกวาดมองไปที่ไป๋ไห่เฉิงที่ยืนยิ้มเยาะด้วยความลำพองใจ
ไป๋ไห่เฉิงหัวเราะเสียงดังลั่น "ฮ่า ๆ ๆ! เฉินเฟิง แกไอ้ทหารปลดประจำการคิดจะเบ่งอำนาจอะไรอีก ที่นี่คือเขตหวงห้ามทางทหาร! เอกสารทางราชการอยู่ในมือฉันแล้ว พวกแกไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่แม้แต่ก้าวเดียว!"
ชายในชุดเครื่องแบบรีบดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ชูขึ้นสูงด้วยท่าทีวางโต "ถูกต้อง! ผมคือนายอำเภอฝ่ายกิจการพิเศษ ได้รับคำสั่งให้มาตรวจสอบและยึดคืนพื้นที่..."
ยודไม่ทันที่เจ้าหน้าที่คนนั้นจะพูดจบประโยค รถจี๊ปทหารสีเขียวเข้มคันใหญ่ติดตราสัญลักษณ์กองทัพภาคที่ชัดเจนก็แล่นทะยานเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าประตูฟาร์มด้วยความเร็วสูง แรงเบรกทำให้ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ประตูรถเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของนายทหารระดับสูงผู้มีดาวประดับบนบ่าหลายดวงก้าวลงมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและทรงพลัง แววตาของเขาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ชายในชุดเครื่องแบบที่กำลังถือกระดาษปลอมอยู่
นายทหารระดับสูงท่านนั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจจนทุกคนในบริเวณนั้นต้องกลั้นหายใจ
"เขตหวงห้ามทางทหารงั้นหรือ?... แปลกจริง ฉันคือนายพลผู้บัญชาการเขตนี้ ทำไมฉันถึงไม่เคยรู้เรื่องคำสั่งบ้าบอคอแตกนี่เลยล่ะวะ!"
---
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ
ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80•ตอนที่ 14
แรงงานท้องถิ่นและการซื้อใจผู้คน
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!