"คุณหมอไป๋... ของที่ท่านตามหาเมื่อสัปดาห์ก่อน มาถึงมือผมแล้วครับ..."
เสียงทุ้มต่ำของเถ้าแก่กัวดังลอดออกมาจากเครื่องวิทยุสื่อสารรุ่นเก่าบนโต๊ะทำงานไม้สนปนกลิ่นอับชื้น ใบหน้าของไป๋ลี่อินที่กำลังก้มลงตรวจเช็กบันทึกการจ่ายยาในห้องตรวจพิเศษพลชะงัก นิ้วเรียวยาวที่คีบปากกาหมึกซึมหยุดนิ่ง ดวงตาคู่คมกวาดมองตัวอักษรในสมุดบัญชีก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย
สัปดาห์ก่อน นางเพิ่งเอ่ยปากฝากฝังเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีสายพันธุ์ทนแล้งและเครื่องจักรกลเกษตรขนาดเล็กที่ถูกปลดระวางจากกองทัพโซเวียตผ่านพ่อค้าคนกลางรายนี้ ไม่นึกว่าเวลาเพียงเจ็ดวัน เขาจะจัดการให้ลุล่วงได้อย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้
"รวดเร็วกว่าที่คาดไว้นะครับ เถ้าแก่กัว" ลี่อินกรอกเสียงกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "พรุ่งนี้เช้า ผมจะให้คนไปจัดการเรื่องเอกสารและขนย้ายตามสัญญา หวังว่าสภาพของเครื่องจักรจะยังใช้งานได้ดีตามที่คุยกันไว้นะครับ"
"ระดับผมแล้ว คุณหมอไป๋ วางใจได้เลยครับ! ว่าแต่... ที่ดินแปลงนั้นทางทิศเหนือของหมู่บ้าน ที่ท่านกว้านซื้อมาเมื่อวาน... ทางการเพิ่งประกาศติดประกาศยึดคืนพื้นที่รกร้างเพราะไม่มีใครทำกิน ชาวบ้านเขากล่าวขวัญกันทั่วว่าหมอหญิงตระกูลเฉินสติฟั่นเฟือนไปเสียแล้วที่เอาเงินเก็บทั้งชีวิตไปแลกกับดินลูกรังแห้งแล้งที่ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น" น้ำเสียงของเถ้าแก่กัวเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด
ลี่อินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ราบเรียบแต่น่าเกรงขาม "ปล่อยให้พวกเขากล่าวไปเถอะครับ เถ้าแก่กัว ดินที่คนอื่นมองว่าไร้ค่า ในสายตาของแพทย์ผู้เยียวยาร่างกายและผืนแผ่นดิน มันคือผืนผ้าใบชั้นดีที่รอการแต่งแต้มต่างหากครับ"
นางตัดสัญญาณโดยไม่รอฟังคำท้วงติงใดๆ เพิ่มเติม
ร่างระหงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาเดินออกมาจากมิติห้องตรวจวิเศษ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ กลิ่นอายความกดดันจากอดีตชาติที่เคยเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ต้องแบกรับความเป็นความตายของผู้คนยังคงติดตัว แต่วันนี้ แววตาของไป๋ลี่อินกลับเต็มไปด้วยประกายความมุ่งมั่นของนักสร้างสรรค์
ย้อนกลับมาในยุค 80 นี้ นอกจากจะตบหน้าพวกญาติจอมสูบอย่างไป๋ไห่เฉิงให้หน้าชาจนกระอักเลือดแล้ว เป้าหมายที่ใหญ่ยิ่งกว่าคือการสร้างอาณาจักรฟาร์มเกษตรอัจฉริยะที่พึ่งพาตนเองได้ และที่ดินแปลงใหญ่ห้าสิบหมู่ทางทิศเหนือที่ใครๆ ก็ส่ายหน้าหนี นั่นคือรากฐานชิ้นแรก
"กลับมาแล้วหรือครับ ลี่อิน"
เสียงทุ้มห้าวคุ้นเคยดังขึ้นจากหน้าประตูบ้าน เฉินเฟิง สามีหนุ่มนายทหารผู้มีเรือนร่างสูงใหญ่กำยำก้าวเข้ามาในห้อง ครึ่งท่อนบนสวมเสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นและหยาดเหงื่อที่เกาะพราวตามไรผมจากการไปซ่อมแซมคอกสัตว์หลังใหม่ เขากวาดสายตามองภรรยาด้วยความห่วงใย ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะมาซับเหงื่อให้ภรรยาอย่างเบามือ
ลี่อินเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ ในขณะที่คนทั้งหมู่บ้านหัวเราะเยาะนาง มีเพียงสามีคนนี้ที่ไม่เคยเอ่ยปากถามสักคำว่าทำไมถึงเอาเงินเก็บไปซื้อดินแดนรกร้างไร้ค่า เขากลับเป็นคนแรกที่ลับจอบ ขุดคูน้ำ และเตรียมเครื่องมือเกษตรทั้งหมดมารอรับคำสั่งของนางด้วยซ้ำ
"เหนื่อยไหมครับ คุณพี่" ลี่อินเอ่ยถามพร้อมกับยื่นแก้วน้ำสมุนไพรเย็นๆ ที่ผสมน้ำจากมิติวิเศษส่งให้เขา
เฉินเฟิงรับแก้วมาดื่มจนหมดรวดเดียว ก่อนจะวางลงแล้วใช้มือหนาจับมือเรียวของภรรยาขึ้นมาลูบเบาๆ "เหนื่อยอะไรกันครับ งานแค่นี้สบายมาก... ว่าแต่ เรื่องที่ดินแปลงนั้น ชาวบ้านเริ่มนินทากันหนาหูแล้วนะ ว่าคุณเอาเงินไปละลายแม่น้ำ ลุงไป๋ไห่เฉิงถึงกับพาคนมาเดินวนเวียนหน้าบ้าน ทำท่าทางเหมือนรอเวลามาหัวเราะเยาะที่เราถังแตก"
มุมปากของลี่อินยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ "ปล่อยให้พวกเขาหัวเราะไปก่อนเถอะครับ คนพวกนั้นรู้จักแต่การรอคอยเศษทานและการสูบเลือดสูบเนื้อผู้อื่น ไม่เคยรู้จักคุณค่าของการสร้างสรรค์จากสองมือตนเอง พรุ่งนี้เช้า... เราจะไปเริ่มพลิกฟื้นผืนดินนั้นกัน"
คืนนั้น ภายในห้องครัวเล็กๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารพื้นบ้านที่ลี่อินตั้งใจทำเป็นพิเศษเพื่อบำรุงสามี
หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฮ่องเต้จนเปื่อยนุ่มละลายในปาก สีน้ำตาลเข้มเคลือบด้วยความเงางามส่งกลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนโชยไปทั่วบริเวณ เคียงคู่มากับผัดผักกวางตุ้งป่าสดกรอบจากแปลงผักในมิติที่กรอบหวานกำลังดี และซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบุนร้อนๆ ที่ส่งควันกรุ่นพวยพุ่ง
เฉินเฟิงคีบชิ้นหมูสามชั้นเข้าปาก ดวงตาคมกวาดมองภรรยาด้วยความรักและชื่นชม รสชาติอาหารฝีมือลี่อินไม่เพียงแต่โอชะ แต่ทุกคำที่เคี้ยวลงไปราวกับมีความอบอุ่นไหลซ่านไปทั่วร่าง ขจัดความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันจนหมดสิ้น
"อร่อยมากครับ" เฉินเฟิงเอ่ยเสียงนุ่ม สายตาสื่อความหมายลึกซึ้ง "ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจทำอะไร ผมจะอยู่เคียงข้างและสนับสนุนคุณเสมอ ต่อให้คนทั้งอำเภอบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าคุณบอกว่าทำได้... ผมก็จะขุดดินแปลงนั้นให้กลายเป็นทองคำให้คุณดูเอง"
ลี่อินสบตาคู่คมนั้น หัวใจดวงน้อยที่เคยเย็นชาในอดีตชาติกลับถูกหล่อหลอมด้วยความรักที่มั่นคงและหนักแน่นของสามี นางยิ้มรับก่อนจะตักซุปใส่ถ้วยให้เขาเพิ่ม
เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดจัดจาดสาดส่องลงบนผืนดินรกร้างกว้างใหญ่ไพศาลทางทิศเหนือของหมู่บ้าน ไป๋ไห่เฉิงและชาวบ้านกลุ่มใหญ่ยืนกอดอกอมยิ้มเยาะอยู่ริมคันนา รอดูความล้มเหลวของสะใภ้ตระกูลเฉิน
แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า กลับไม่ใช่ภาพของหญิงสาวที่กำลังนั่งร้องไห้เพราะเสียดายเงิน หากแต่เป็นร่างของไป๋ลี่อินที่ยืนตระหง่านอยู่บนรถแทรกเตอร์เกษตรนำเข้าคันใหญ่ยักษ์ สีหน้าของนางเยือกเย็น เด็ดขาด และเปี่ยมด้วยพลังอำนาจที่กดขี่จนทุกคนต้องสะท้าน
เฉินเฟิงก้าวขึ้นไปยืนเคียงข้างภรรยาบนรถแทรกเตอร์ ก่อนที่เครื่องยนต์ทรงพลังจะคำรามกึกก้องสะเทือนไปทั่วผืนปฐพี
ทว่า... ในวินาทีที่ลี่อินกำลังจะเหยียบคันเร่งเพื่อเริ่มไถพรวนดินแปลงแรกนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลก็ดังขึ้นจากทางเข้าทุ่งนา
"หยุดนะ! ใครอนุญาตให้พวกแกบุกรุกพื้นที่สาธารณะประโยชน์ตรงนี้!"
ร่างของเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พร้อมกับเอกสารราชการสีแดงสดในมือ ใบหน้าของเขาซีดเผือดขณะชี้มาที่แปลงดินของลี่อินด้วยมือที่สั่นเทา
"คุณหมอไป๋... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! ที่ดินแปลงนี้... ถูกประกาศเป็นเขตหวงห้ามทางทหารกะทันหันเมื่อคืนนี้เอง!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของหมอไป๋ลี่อินด้วยดีเสมอมาครับ
ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80•ตอนที่ 13
การซื้อที่ดินแปลงใหญ่ที่ใครๆ ก็ส่ายหน้า
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!