ธนบัตรปึกหนาที่ถูกมัดด้วยเชือกกล้วยถูกโยนลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียง "ปึก" นั้นดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องครัวขนาดเล็ก ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
ไป๋ลี่อินกวาดสายตาคมกริบมองธนบัตรใบละสิบหยวนและหนึ่งหยวนที่กองรวมกันร่วมเจ็ดร้อยหยวน ตัวเลขนี้ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ สำหรับยุคปี 1980 ที่ค่าครองชีพยังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เงินจำนวนนี้มากพอจะซื้อจักรเย็บผ้าซิงเกอร์ดีๆ ได้ถึงสองเครื่อง หรือซื้อหมูสามชั้นกินได้เป็นปีๆ
รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปากของอดีตศัลยแพทย์สาว เธอรู้ทันทีว่าเหตุการณ์ที่ลุงจอมโลภอย่างไป๋ไห่เฉิงส่งคนมาป่วนในตลาดมืดเมื่อวานนี้ เป็นเพียงบททดสอบแรกเท่านั้น แต่อุปสรรคเหล่านั้นกลับกลายเป็นสะพานส่งให้พืชผักออร์แกนิกจากมิติห้องตรวจวิเศษของเธอสร้างชื่อเสียงจนเป็นที่ต้องการของพ่อค้าคนกลางรายใหญ่ในอำเภอ
"ทั้งหมดเจ็ดร้อยสามสิบหยวนถ้วนครับ พี่สะใภ้รอง... นี่คือกำไรจากการขายผักกาดและมะเขือเทศลอตล่าสุด"
เฉินเฟิงสามีหนุ่มร่างสูงใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เขาไม่ได้มองกองเงินตรงหน้าแม้แต่น้อย สายตาคมกราบกรานของนายทหารหนุ่มกลับทอดมองภรรยาด้วยความชื่นชมและห่วงใย ฝ่ามือหนาที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักค่อยๆ เอื้อมไปเลื่อนถาดน้ำชาอุ่นๆ มาให้ลี่อิน ดำเนินบทบาทสามีสายซัพพอร์ตได้อย่างไร้ที่ติ
ลี่อินรับถาดชามาถือไว้ พลางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสผิวดินปั้นหยาบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น
"เงินก้อนนี้จะไม่ถูกเก็บไว้เฉยๆ แน่นอนครับคุณเฉิน... ถึงเวลาที่เราต้องขยายอาณาจักรฟาร์มของเราแล้ว" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
"ผมจัดการเรื่องที่ดินรกร้างหลังหมู่บ้านให้แล้วครับ ทางการท้องถิ่นเปิดประมูลสิทธิ์การใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงนั้นพอดี สามสิบไร่เต็ม ถ้าเราลงมือปรับหน้าดินและใช้น้ำจากบ่อบาดาลในเขตมิติของคุณ..." เฉินเฟิงเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาเปล่งประกายความเชื่อมั่นในตัวภรรยา "เราจะกลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในมณฑลนี้ได้อย่างแน่นอน"
การพูดคุยดำเนินไปอย่างลึกซึ้ง ทั้งสองช่วยกันวางแผนผังการเกษตรยุคใหม่ การสร้างโรงเรือนเพาะปลูก ไปจนถึงการแปรรูปผลผลิตเพื่อเพิ่มมูลค่า ลี่อินไม่ได้มองแค่การทำเกษตรกรรมเพื่อความอยู่รอด แต่มิติห้องตรวจและฟาร์มในมือของเธอกำลังจะเป็นเครื่องมือปฏิวัติวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในยุค 80 นี้อย่างถอนรากถอนโคน
แต่ความเงียบสงบในยามสายมักถูกรบกวนด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นบริเวณหน้าบ้าน เสียงทุบประตูดังโครมครามพร้อมกับเสียงโวยวายของหญิงวัยกลางคนผู้คุ้นเคยดังแว่วเข้ามา
"ไป๋ลี่อิน! นังหลานอกตัญญู! แกคิดว่าจะแอบซ่อนเงินทองแล้วรวยอยู่คนเดียวหรือไง เปิดประตูบ้านเดี๋ยวนี้!"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ดังทะลุผนังไม้เข้ามา ตามมาด้วยเสียงสมอ้างของไป๋ไห่เฉิงที่พยายามพังประตูรั้วเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาคงได้ข่าวเรื่องรายได้มหาศาลจากการค้าขายในตลาดมืด จึงรีบยกโขยงกันมาเพื่อหวังจะรีดไถและฮุบผลประโยชน์ทั้งหมดเหมือนเช่นในอดีต
เฉินเฟิงขมวดคิ้วมุ่น รัศมีความดุดันแผ่ออกมาจากร่างหนาจนน่ากลัว เขากำลังจะลุกขึ้นไปจัดการกับพวกน่ารำคาญเหล่านั้น แต่ลี่อินกลับยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของสามีไว้เบาๆ
เธอวางถาดชาลงช้าๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้างามปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันที่ฉาบไว้ด้วยความเยือกเย็น
"ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาเถอะครับ..." ลี่อินเอ่ยกระซิบข้างหูสามีด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยความเฉียบขาด "เงินก้อนแรกนี้... ฉันตั้งใจจะใช้มันซื้อ 'บทเรียนราคาแพง' ให้พวกเขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่พอดี"
ขณะที่ลี่อินกำลังจะก้าวเดินไปปลดกลอนประตูไม้ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูบ้านด้านหลังซึ่งไม่ควรจะมีใครใช้อยف กลับดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะประหลาด พร้อมกับร่างเงาสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเข้มที่ก้าวพรวดเข้ามาทางประตูลับหลังบ้านโดยไม่ได้รับเชิญ ชายแปลกหน้าผู้มีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากส่งยิ้มเย็นเยียบให้ลี่อิน ก่อนจะโยนตั๋วสัญญาใช้เงินใบเก่าที่เคยเป็นหนี้มหาศาลของตระกูลไป๋ลงบนพื้น พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของสองสามีภรรยาต้องสะดุดกึก
"คุณหมอไป๋... ของที่ท่านตามหาเมื่อสัปดาห์ก่อน มาถึงมือผมแล้วครับ..."
โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" มาโดยตลอดนะครับ
ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80•ตอนที่ 12
เงินก้อนแรกและความตั้งใจขยายฟาร์ม
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!