"ถ้าไม่อยากให้ความลับเรื่องชาติกำเนิดของเธอถูกขุดคุ้ยจนฉิบหายกันหมดทั้งตระกูล... ส่งเงินห้าร้อยหยวนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำราวกับเสียงขูดของกระดาษทรายดังลอดออกมาจากเงาไม้มืดทึบข้างตรอก บรรยากาศยามค่ำคืนที่ควรจะเงียบสงบพลันถูกกระชากให้ตึงเครียดขึ้นมาทันที ไป๋ลี่อินชะงักฝีเท้า รสชาติหอมหวานละมุนของซาลาเปาในปากเมื่อครู่ราวกับจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างท้วมที่ก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าครึ่งหนึ่งอาบไล้ด้วยแสงจันทร์สลัว เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดที่มุมปากและดวงตาพราวระยับด้วยความโลภ—ไป๋ไห่เฉิง! ลุงแท้ๆ ผู้เหี้ยมเกรียมและเป็นต้นเหตุแห่งความพินาศในอดีตชาติของเธอ
ลี่อินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ระงับคลื่นความโกรธเกรี้ยวที่ตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างรวดเร็ว ในมิติห้องตรวจวิเศษของเธอยามนี้มีทั้งยาสลบและเครื่องมือผ่าตัดพร้อมใช้งาน แต่เธอยังไม่ใช่ฆาตกร... และการจัดการกับสุนัขบ้าตัวนี้ จำเป็นต้องใช้สมองมากกว่ากำลัง
"เงินห้าร้อยหยวน?" ลี่อินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เยือกเย็น จนผู้เป็นลุงถึงกับชะงักไปชั่วขณะ "ท่านลุง... ท่านคิดว่าชีวิตของฉันในตอนนี้ เป็นเด็กสาวโง่เขลาคนเดิมที่ยอมให้ท่านขูดรีดเหมือนเมื่อก่อนงั้นหรือ? ความลับเรื่องชาติกำเนิดอะไรกัน ถ้าคิดว่ามีหลักฐานนัก ก็เชิญประกาศให้คนทั้งหมู่บ้านรู้สิทธิการเป็นเจ้าของที่ดินร้างแปลงนั้นไปเลยสิคะ... อ้อ เผื่อท่านจะลืมไปว่า ยุคนี้การขู่กรรโชกทรัพย์และกักตุนโฉนดที่ดินโดยมิชอบ มีโทษหนักหน่วงแค่ไหนในคุกหลวง?"
ไป๋ไห่เฉิงหน้าถอดสี ท่าทีที่เคยผยองพองขนหดลงไปถนัดตา เขานึกไม่ถึงว่าหลานสาวคนนี้จะเปลี่ยนไปราวกับคนละคน แววตาคู่คมกริบที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เยียบเย็น ราวกับแพทย์สนามกำลังมองดูซากศพที่รอวันชำแหละ
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น เงาร่างสูงใหญ่ราวกับภูผาของเฉินเฟิงก็ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังภรรยาอย่างเงียบเชเชียบ มือหนาอันอบอุ่นวางลงบนลาดไหล่บอบบางของลี่อินอย่างแผ่วเบา เป็นการส่งสัญญาณเตือนภัยและประกาศกร้าวโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดว่า *'ผู้หญิงคนนี้... มีสามีคอยปกป้องอยู่ข้างหลัง'*
เฉินเฟิงกวาดสายตาคมปลาบมองไปที่ไป๋ไห่เฉิงด้วยแววตาดุจพญาอินทรีที่กำลังจ้องเหยื่อ แรงกดดันระดับนายทหารผ่านศึกแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนชายวัยกลางคนถึงกับขาอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ความหวาดกลัววิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง
"ไสหัวไปซะ" เฉินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุ้มทรงพลัง แต่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าขนลุก "ถ้าไม่อยากให้ขาอีกข้างใช้การไม่ได้ไปตลอดชีวิต... ก็อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าแถวนี้อีก"
ไป๋ไห่เฉิงหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม ลนลานตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีหายเข้าไปในความมืดของตรอกแคบอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อยๆ คลี่คลายลง
ลี่อินผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดที่เกาะกุมหัวใจเมื่อครู่มลายหายไป เมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามือหนาที่ยังคงโอบกอดเธอไว้ เธอหันกลับไปสบตากับสามี รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย
"คุณ... รู้ได้อย่างไรว่าฉันเดินมาทางนี้?" ลี่อินเอ่ยถามเสียงแผ่ว
เฉินเฟิงไม่ตอบทันที เขาก้มตัวลงอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกอย่างง่ายดายท่ามกลางความตกใจเล็กน้อยของภรรยา ก่อนจะพาเดินลัดเลาะไปตามทุ่งหญ้ายามค่ำคืนที่มีแสงดาวระยิบระยับทอประกายบนท้องฟ้ากว้างใหญ่ ลมหนาวพัดโชยกลิ่นอายดินและฟางข้าวอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก บรรยากาศรอบตัวช่างเงียบสงบและเป็นส่วนตัว
"ผมเป็นห่วงคุณ" เฉินเฟิงเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขาไม่ได้ราบเรียบไร้อารมณ์เช่นเคย หากแต่เจือด้วยความอบอุ่นและลึกซึ้งจนคนฟังหัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ "ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน หรือเผชิญหน้ากับปัญหาอะไร จงจำไว้เสมอว่า... คุณไม่ได้เผชิญมันเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว ลี่อิน"
ทั้งสองเดินมาหยุดพักผ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ริมเนินเขา ซึ่งเป็นจุดที่มองเห็นวิวหมู่บ้านยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจน แสงไฟตะเกียงจากบ้านเรือนริบหรี่ราวกับดวงดาวบนพื้นดิน เฉินเฟิงวางเธอลงอย่างทะนุถนอม ก่อนจะถอดเสื้อคลุมทหารเนื้อหนามาห่มคลุมไหล่ให้ภรรยาเพื่อกันไอเย็น
ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มทอดมองใบหน้าหวานซึ้งท่ามกลางแสงจันทร์ด้วยความรู้สึกมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอกตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่เธอฟื้นขึ้นมาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความเด็ดเดี่ยว ความสามารถในการรักษาโรค และความเฉลียวฉลาดในการทำมาหากิน ทุกๆ อย่างในตัวผู้หญิงคนนี้ทำให้หัวใจของนายทหารผู้แข็งกระด้างคนนี้ยอมสยบอย่างราบคาบ
"ลี่อิน..." เฉินเฟิงเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย มือหนากุมมือเรียวบางของเธอไว้แน่น ผิวสัมผัสอุ่นซ่านถ่ายทอดความจริงใจทั้งหมดออกมา "ผมเป็นคนพูดไม่เก่ง... เรื่องหวานๆ หรือคำสัญญาเลี่ยนๆ ผมอาจจะเรียบเรียงไม่เป็น แต่ตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ของผม..."
เขาหยุดหายใจไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยของเธอ ราวกับต้องการสลักความจริงใจทั้งหมดลงไปในจิตวิญญาณ
"...ผมขอสัญญาต่อหน้าผืนแผ่นดินและดวงดาวเหล่านี้ว่า ผมจะปกป้องดูแลคุณด้วยชีวิตของผม ไม่ว่าใครหน้าไหนที่กล้าเข้ามาทำร้ายคุณ หรือคิดจะเอาเปรียบคุณ มันจะต้องก้าวผ่านศพผมไปก่อน... คุณเชื่อใจผมนะ?"
คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางหัวใจ ไป๋ลี่อินรู้สึกได้ถึงขอบตาที่ร้อนผ่าว ความโดดเดี่ยวและภาระอันหนักอึ้งที่เธอแบกรับมาตั้งแต่ย้อนเวลากลับมา... ในวินาทีนี้ กลับถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความรักและการปกป้องที่มั่นคงยิ่งกว่าภูผา
เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา น้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจที่ชาติก่อนเธอไม่เคยได้รับมันเลยแม้แต่น้อย ลี่อินเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มสากของสามีอย่างอ่อนโยน นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ระหน้าผากเขาแผ่วเบา
"ฉันเชื่อคุณค่ะ... เอ่อ ฉันเชื่อคุณค่ะพี่เฉินเฟิง" ลี่อินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยจากความตื้นตัน ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปซบลงกับอกแกร่งของเขา ปล่อยให้ความอบอุ่นนี้โอบกอดเธอไว้ในค่ำคืนอันหนาวเหน็บ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเต็มไปด้วยความหวานซึ้งและหัวใจที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงตะโกนโกลาหลก็ดังแว่วมาจากทางชายหมู่บ้าน ทำลายความเงียบสงบลงในพริบตา!
"แย่แล้ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่บ้านตระกูลไป๋! โกดังเก็บธัญพืชและสินค้าล็อตแรกที่เตรียมส่งขายตลาดมืด... อยู่ๆ ก็เกิดไฟไหม้ขึ้นมาอย่างปริศนา!"
เฉินเฟิงขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนไป๋ลี่อินผละออกจากอกแกร่ง ดวงตาคู่คมทอประกายความเยือกเย็นวับขึ้นมาทันที ราวกับนักล่าที่รู้ว่าเหยื่อกำลังเดินเข้าสู่งด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอภัทรแก้ไขชะตา" ด้วยดีเสมอมานะครับ
ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80•ตอนที่ 10
ค่ำคืนใต้แสงดาวกับคำสัญญาของสามี
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!