"ถ้าพวกเจ้ายังกล้าส่งเสียงโวยวายรบกวนการพักผ่อนของคนป่วยอีกแม้แต่คำเดียว... อย่าหาว่าเข็มเงินเล่มนี้ในมือฉันไร้ความปรานีก็แล้วกัน"
น้ำเสียงของไป๋ลี่อินราบเรียบ เย็นเยียบ และทรงพลังราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจลึกลับที่ทำให้ผู้ฟังถึงกับขนลุกซู่โดยไม่รู้ตัว ปลายเข็มเงินยาวสามนิ้วในมือเรียวบางสะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดวาววับเป็นประกายเย็นเยียบ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน ที่บัดนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก
เฉินเฟิงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังภรรยา ร่างกายกำยำในชุดเสื้อผ้าสีทึบแผ่รังสีคุกคามอันน่าเกรงขามออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยปาก สายตาคมกริบกวาดมองเหล่าญาติมิตรและหมอพื้นบ้านประจำคอมมูนที่ยืนออกันอยู่หน้าห้องนอนราวกับพญาเสือโคร่งที่กำลังปกป้องอาณาเขต ไม่มีใครกล้าสบตาเขา แม้แต่ตระกูลจ้าวที่เคยกร่างคับหมู่บ้านก็ยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเผชิญหน้ากับความดุดันนี้
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน (หนึ่งชั่วโมง) สถานการณ์ในบ้านหลังนี้วิกฤตถึงขีดสุด ลุงจ้าว หัวหน้าหมู่บ้านวัยห้าдесятปลายๆ ล้มฟุ้งหมดสติไปพร้อมกับอาการเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ใบหน้าเขียวคล้ำ ลมหายใจรดริน หมอประจำคอมมูนที่ถูกตามตัวมาเร่งรีบใช้สมุนไพรต้มราดใส่ปากและกดจุดสะเปะสะปะตามความเชื่อโบราณ ทว่าอาการกลับทรุดหนักขึ้นเรื่อยๆ จนชีพจรแทบจะหยุดเต้น ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านถึงกับร่ำไห้จนเป็นลมล้มพับไปอีกคน
ท่ามกลางความตื่นตระหนกและเสียงโวยวายไร้สาระของคนตระกูลจ้าวที่มัวแต่โทษกันไปมา ไป๋ลี่อินที่บังเอิญมาส่งปลาแห้งและธัญพืชตามสัญญาค้าขายเล็กๆ น้อยๆ จึงก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงبเยือกเย็น เธอไม่ได้เอ่ยขออนุญาต แต่ใช้สายตาดุจศัลยแพทย์ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน กวาดมองอาการเพียงแวบเดียวก็วินิจฉัยได้ทันทีว่า "เส้นเลือดในสมองตีบเฉียบพลันร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูงวิกฤต" หากปล่อยไว้ให้อีตาหมอพื้นบ้านรักษาต่ออีกสิบนาที หัวหน้าหมู่บ้านผู้นี้คงได้กลายเป็นวิญญาณไร้ญาติอย่างแน่นอน
"ถอยไป" คำสั่งสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาด ทำให้หมอพื้นบ้านถึงกับหน้าถอดสีคิดจะโวยวาย แต่พอเจอสายตาดุจใบมีดโกนของเฉินเฟิงที่ก้าวเข้ามาขวางพร้อมรัศมีอำนาจกดดัน เขาก็พลันหุบปากฉับ ถอยกรูดไปชิดมุมห้องทันที
ในมิติห้องตรวจวิเศษที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกจิตสำนึก ไป๋ลี่อินหยิบชุดเข็มเงินสเตอริไลซ์และเครื่องมือตรวจวัดความดันโลหิตแบบพกพาออกมาอย่างรวดเร็ว (โดยอาศัยความมืดของชายเสื้อคลุมบังตา) เธอทำการฝังเข็มลงบนจุดสำคัญ ได้แก่ จุดไป่ฮุ่ย (กระหม่อม) จุดจวีเชวี่ย และจุดเหอกู่ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและลดความดันในกะโหลกศีรษะอย่างแม่นยำ ทุกเข็มที่ปักลงไปล้วนอาศัยทักษะฝังเข็มชั้นสูงที่ผสานองค์ความรู้แพทย์แผนจีนโบราณเข้ากับกายวิภาคศาสตร์ตะวันตกอย่าง
ไร้ที่ติ
เวลาผ่านไปสิบนาทีที่ยาวนานดั่งชั่วกัปชั่วกัลป์...
"อึ..." เสียงครางต่ำเล็ดลอดออกมาจากลำคอของลุงจ้าว สีหน้าที่เคยเขียวคล้ำเริ่มมีเลือดฝาดกลับคืนมา อาการเกร็งกระตุกสงบลงอย่างเห็นได้ชัด เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆ กระพริบไหว และที่สำคัญที่สุดคือลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขึ้นเรื่อยๆ
"สามีฉัน... หัวหน้าฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย!" ภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านที่เพิ่งฟื้นจากอาการเป็นลมโผเข้าหาเตียงด้วยความดีใจ น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาด้วยความโล่งอก นางหันมามองไป๋ลี่อินด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเคลือบแคลงสงสัย กลายเป็นความซาบซึ้งระคนยำเกรง "คุณสะใภ้รองไป๋... ขอบคุณท่านเหลือเกิน ขอบคุณจริงๆ!"
"ยังวางใจไม่ได้ครับ อาการของหัวหน้าหมู่บ้านเกิดจากความดันโลหิตสูงสะสมมานาน อาหารการกินที่มีรสเค็มจัดและไขมันสูง รวมถึงความเครียดคือสาเหตุหลัก หลังจากนี้ต้องงดอาหารรสจัด ให้ดื่มน้ำต้มสมุนไพรที่ผมจะจัดให้ และห้ามทำให้อารมณ์เสียเด็ดขาด" ไป๋ลี่อินกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่มั่นคง นางใช้ผ้าเช็ดมือสะอาดเช็ดเหงื่อบนหน้าผากอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับเฉินเฟิงที่ส่งยิ้มอ่อนโยนและภาคภูมิใจมาให้
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ความตึงเครียด แต่เป็นความตื่นตะลึงของทุกคนในที่นั้น หมอประจำคอมมูนถึงกับหน้าซีดเผือดเดินคอตกออกจากห้องไปเงียบๆ เพราะรู้ตัวว่าฝีมือตนเองห่างชั้นกับหญิงสาวตระกูลไป๋ราวฟ้ากับเหว ชื่อเสียงของไป๋ลี่อินในฐานะ "หมอหญิงมือเทวดา" ถูกประทับลงในใจของชาวบ้านตระกูลจ้าวและผู้คนในหมู่บ้านก้าวหน้าตั้งแต่วินาทีนั้น
"สะใภ้รองไป๋... เรื่องค่ารักษาพยาบาล... พวกเราจะรีบจัดหามาให้ท่านโดยเร็วที่สุด!" ญาติสนิทคนหนึ่งของหัวหน้าหมู่บ้านรีบกล่าวด้วยความเกรงอกเกรงใจ ทัศนคติที่มีต่อสะใภ้รองผู้เคยถูกมองว่าเป็นแค่หญิงสาวอ่อนแอในตระกูลใหญ่พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที
ไป๋ลี่อินแย้มยิ้มบางเบา นางไม่ได้เรียก
ร้องเงินทองมากมายเกินควร เพียงแต่เอ่ยขอแลกเปลี่ยนเป็นธัญพืชคุณภาพดีและสิทธิ์ในการเช่าแปลงดินริมภูเขาสำหรับทดลองปลูกพืชสมุนไพร ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ชาวบ้านยิ่งนัก ทว่าไม่มีใครกล้าปฏิเสธแม้แต่คนเดียว
เมื่อภารกิจกู้ชีพและการสร้างชื่อเสียงลุล่วงไปด้วยดี สองสามีภรรยาตระกูลไป๋ก็ก้าวเดินเคียงคู่กันออกจากบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องทาบทับเงาร่างของทั้งคู่ทอดยยาวไปบนถนนดินแดง
"เหนื่อยไหมครับภรรยา?" เฉินเฟิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมล้นด้วยความรักความอาทร มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่เพิ่งช่วยชีวิตคนไว้ได้อย่างอบอุ่น
"ไม่เลยค่ะ... เอ๊ย ไม่เลยครับ" ไป๋ลี่อินเกือบหลุดสำนวนเดิมออกมา รีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน พลางอมยิ้มเขินอายเมื่อเห็นสามีหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี "แต่ว่านะเฉินเฟิง... เดินทางกลับบ้านคราวนี้ ฉันรู้สึกหิวขึ้นมาสะแล้วสิ"
เฉินเฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาพราวระยับด้วยความตามใจ "ถ้าอย่างนั้น เย็นนี้ผมจะก่อเตาทำเมนูพิเศษให้คุณเอง รับรองว่าฝีมือทหารผ่านศึกคนนี้จะไม่ทำให้ภรรยาผิดหวังแน่นอน"
ทั้งสองเดินพูดคุยหยอกล้อกันอย่างอบอุ่น มุ่งหน้ากลับสู่บ้านพักตระกูลไป๋ที่ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้าน โดยไม่ล่วงรู้เลยว่า... มีร่างเงาปริศนามืดทะมึนร่างหนึ่งกำลังยืนแอบซุ่มมองอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ใกล้ทางเข้าบ้าน พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและห่อกระดาษสีน้ำตาลลึกลับที่ซ่อนไว้ในเสื้อผ้า...
รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย และสิ่งที่ซ่อนอยู่ในห่อกระดาษนั้น... กำลังจะเปลี่ยนค่ำคืนอันเงียบสงบให้กลายเป็นสมรภูมิเดือดระอุในพริบตา!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับเส้นทางชีวิตของลี่อินและเฉินเฟิงนะครับ
ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80•ตอนที่ 4
ใช้เข็มเงินทวงคืนความยุติธรรม
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!