"เงินสี่สิบหยวนนี่... เธอเอามาจากไหน ไป๋ลี่อิน!"
เสียงตบโต๊ะไม้สนเสียงดังสนั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นบนตู้สั่นสะเทือน ไป๋ไห่เฉิงก้าวเข้ามาในห้องโถงคับแคบด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาเรียวเล็กจ้องเขม็งไปยังธนบัตรปึกเล็กในมือของสะใภ้รอง ร่างท้วมหนาของชายวัยกลางคนแผ่รังสีคุกคามอย่างไม่คิดปิดบัง ในฐานะผู้นำตระกูลไป๋สาขาใหญ่ เขาคุ้นชินกับการรีดไถและยึดครองทุกสิ่งทุกอย่างที่บ้านรองหามาได้เสมอ
ไป๋ลี่อินไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ มือเรียวบางกำลังเช็ดมีดผ่าตัดเงินแวววับด้วยผ้าสะอาดอย่างใจเย็น บรรยากาศรอบตัวของอดีตศัลยแพทย์สาขามือหนึ่งแผ่ความเยือกเย็นออกมาจนลุงแท้ๆ ของร่างนี้ชะงักไปชั่วขณะ
"เงินที่ฉันหามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของตัวเอง ทำไมล่ะครับ... หรือว่าลุงใหญ่คิดว่าเงินในกระเป๋าของฉัน สมควรเป็นของครอบครัวท่านตั้งแต่แรกเกิดกันแน่" ลี่อินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ
"สามีเธอมันส่งเงินเดือนให้กองทัพ แม่ของเธอตายไปนานแล้ว เธอกับลูกเป็นแค่ภาระของบ้านเรา! มีปัญญาหาเงินได้ ทำไมไม่รู้จักกตัญญูเอามาจุนเจือคนแก่บ้าง!" ไป๋ไห่เฉิงใช้วิธีเดิมๆ ที่เคยได้ผลเสมอในการกดขี่ครอบครัวนี้
ทว่าในจังหวะนั้นเอง...
*แอ๊ด...*
ประตูกรอบไม้เก่าแก่ถูกผลักเปิดออกด้วยมือหนาขนาดใหญ่ ร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ผ่านการใช้งานอย่างโชกโชนก้าวเข้ามาในห้อง รัศมีความกดดันในสนามรบที่อบอวลอยู่รอบตัวของ 'เฉินเฟิง' ทำให้ห้องโถงแคบๆ ดูแคบลงไปถนัดตา ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผู้เป็นลุงภรรยาด้วยแววตาเรียบเฉย แต่น่ากลัวจนไป๋ไห่เฉิงต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
เฉินเฟิงถอดหมวกทหารออก วางมันลงบนโต๊ะเสียงดังปึง เขาย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้ของภรรยา มือหนาข้างหนึ่งวางแตะลงบนพนักพิงไม้เบาๆ เป็นการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนไร้ข้อกังขา
"ภาระงั้นหรือครับ... ลุงใหญ่" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นราวกับก้อนหินกระทบกันในลำธาร "ภรรยาผม หาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวด้วยลำแข้งของตัวเอง สามปีที่ผมไม่อยู่ บ้านหลังนี้ไม่เคยได้รับส่วนแบ่งเสบียงจากกองทัพแม้แต่เมล็ดข้าวเดียว แต่กลับเป็นฝ่ายภรรยาผมต่างหากที่ต้องคอยเอาข้าวสารก้นถุงไปประเคนให้ลูกชายลุงสอบจอหงวน... แบบนี้เรียกว่ากตัญญู หรือเรียกว่าปล้นกันแน่ครับ"
ไป๋ไห่เฉิงหน้าถอดสี เหงื่อกาฬแตกพลั่กเมื่อเจอสายตาดุดั่งพญาเสือของนายทหารหนุ่มที่เพิ่งปลดประจำการชั่วคราวกลับมา "เฉินเฟิง... แก... แกกล้าพูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่เรอะ! สามีประสาอะไรปล่อยให้เมียปากกล้าใส่ญาติผู้ใหญ่!"
"ผมเป็นสามีที่รู้ว่าใครควรปกป้อง และใครควรขับไล่ออกไป" เฉินเฟิงขยับตัวก้าวขึ้นมาบังร่างของลี่อินไว้มิดชิด สายตาจดจ้องไปที่ชายวัยกลางคนราวกับเหยื่อในกำมือ "เงินสี่สิบหยวนนี่คือเงินของลี่อิน ถ้าใครกล้าแตะต้องมันแม้แต่เหมาเดียว... อย่าหาว่าผมไม่เตือนเรื่องกฎหมายทหารและการทำร้ายร่างกายพลเรือน"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยอำนาจเด็ดขาด ทำให้ไป๋ไห่เฉิงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ถอยหลังกรูดสามก้าวด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินหนีออกไปพร้อมกับคำขู่รอดไรฟัน "พวกแกสองคน... คอยดูเถอะ!"
เมื่อร่างของลุงใหญ่ลับสายตาไป บรรยากาศตึงเครียดก็พลันมลายหายสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นเงียบงันที่ก่อตัวขึ้นภายในห้อง
ลี่อินเงยหน้าขึ้นมองสามีหนุ่มผู้เงียบขรึม เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าหัวไหล่ข้างขวาของเขามีรอยเปื้อนฝุ่นดินและรอยขาดเล็กๆ จากการเดินทางไกล ดวงตาคู่สวยฉายแววอ่อนโยนขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
"กลับมาเหนื่อยๆ ไม่ยอมไปล้างหน้าก่อนเล่าครับ มายืนค้ำหัวคนอื่นอยู่ได้" ลี่อินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าเล็กน้อย พร้อมกับหยิบผ้าขนหนูสะอาดส่งให้
เฉินเฟิงรับมาถือไว้ มุมปากหนากระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับทอประกายอบอุ่นยามมองภรรยา "กลัวว่าถ้ามาช้ากว่านี้ เมียผมจะจัดการคนไม่หมดเสียก่อน"
คำพูดหน้าตายแต่แฝงความคลั่งรักแบบเงียบๆ ทำให้ลี่อินอดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม เธอเอื้อมมือไปหยิบขวดสมุนไพรทาแผลที่ซ่อนไว้ในมิติห้องตรวจ ออกมาบรรจงทานวดบริเวณข้อศอกของเขาที่มีรอยถลอกจากการฝึกฝนอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วทำให้ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะปล่อยให้ภรรยาดูแลตามใจชอบโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ
ความเงียบที่โรแมนติกถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพร และเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันในยามเย็น
ตกดึก...
ในขณะที่ทั่วทั้งหมู่บ้านจมดิ่งสู่ความมืดมิด ลี่อินแอบเข้าไปในมิติห้องตรวจวิเศษเพื่อเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำ "ซุปไก่ตุ๋นโสมป่า" เมนูบำรุงกำลังชั้นยอดที่จะช่วยฟื้นฟูร่างกายของสามีที่ตรากตรำจากการรบ กลิ่นหอมกรุ่นของโสมและเนื้อไก่ตุ๋นยาจีนเริ่มฟุ้งกระจายผ่านมิติออกมาเบาๆ ยั่วยวนความหิว
แต่ทว่า... ในจังหวenzelที่เธอกำลังจะตักซุปใส่ชาม เสียงเคาะประตูด้านนอกบ้านก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ สามครั้งติดๆ กัน!
เฉินเฟิงที่นอนอยู่บนเตียงลุกพรวดขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบฉายแววระแวดระวัง ลี่อินสบตากับสามี ทั้งคู่รู้ทันทีว่าแขกยามวิกาลรายนี้... ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน
มือหนาของเฉินเฟิงเอื้อมไปหยิบมีดล่าสัตว์ใต้หมอน ขณะที่ลี่อินเปิดประตูห้องรับแขกออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างชุ่มโชกไปด้วยเลือดของชายคนหนึ่งที่ล้มฟุบลงตรงหน้าธรณีประตู พร้อมกับกระเป๋าเอกสารลับที่อัดแน่นไปด้วยตราประทับราชการยุค 80!
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหมอภัทรและครอบครัวเฉินมา ณ ที่นี้นะครับ*
ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80•ตอนที่ 3
สามีทหารผู้เงียบขรึมแต่พึ่งพาได้
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!