เสียงปิดประตูห้องทำงานที่ดังปัง... สะท้อนก้องกังวานไปทั่วคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงา ราวกับเสียงกิโยตินที่เพิ่งตัดผ่านขั้วหัวใจของคณินให้ขาดสะบั้น
ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงและเยือกเย็น บัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทราคาแพงถึงกับเซถอยหลังไปสองก้าว ราวกับถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่อย่างแรง ภาพรอยยิ้มเยือกเย็นดั่งนางพญาซาตานของรันยาเมื่อครู่ ยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาทและกรีดลึกเข้าสู่ก้นบึ้งของความรู้สึก
*“อย่าคิดว่าฉันจะยืนรอให้คุณเหยียบย่ำเล่นเหมือนในอดีตอีกเลยนะคะ... คุณคณิน”*
ประโยคสุดท้ายของเธอดังก้องอยู่ในหัว ซ้ำไปซ้ำมา ราวกับคำสาปแช่งที่ตอกย้ำว่าผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใย ได้ตายไปจากโลกนี้แล้ว เหลือเพียงรันยาคนใหม่... คนที่แข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว และพร้อมจะสეบศักดิ์ศรีของเขาให้แหลقคามือ
คณินก้าวขาไม่ออก หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ความเย็นเฉียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงสันหลัง ความรู้สึกหวาดกลัวที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนตลอดชีวิตนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล กำลังกัดกินความมั่นใจของเขาจนพังทลายลงในพริบตา
ขายาวก้าวฉับๆ ตรงไปยังห้องนอนใหญ่ที่ครั้งหนึ่งรันยาเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเขา
ผลัก... ประตูห้องถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า กลับทำให้ลมหายใจของคณินสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ความว่างเปล่า... คือสิ่งเดียวที่ต้อนรับเขาในเวลานี้
ตู้เสื้อผ้าบิ้วต์อินขนาดใหญ่ที่เคยอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าของรันยา บัดนี้ว่างเปล่าไร้ร่องรอย ไม้แขวนเสื้อพลาสติกสีดำถูกทิ้งระเกะระラระอยู่บนพื้นอย่างไม่ไยดี โต๊ะเครื่องแป้งที่เคยมีขวดครีมบำรุงผิวและเครื่องสำอางราคาแพงวางเรียงราย บัดนี้เหลือเพียงความสะอาดสะอ้านอย่างไร้ร่องรอย ราวกับไม่เคยมีผู้หญิงอาศัยอยู่ร่วมห้องกับเขาเลยแม้แต่น้อย
"รัน..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อภรรยาออกมาด้วยความยากลำบาก ลำคอแหบผากราวกับถูกกรวดทรายบาด คณินกวาดสายตามองไปรอบห้องด้วยความรู้สึกเคว้งคว้าง หัวใจที่เคยเย่อหยิ่งและมั่นคงมาตลอด กลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เขาพุ่งตัวเข้าไปรื้อค้นตู้เสื้อผ้าและลิ้นชักทุกบานอย่างบ้าคลั่ง เผื่อว่าเธออาจจะแค่เก็บของเล่นๆ หรือทิ้งอะไรไว้ให้ดูต่างหน้า แต่ไม่... ไม่มีเลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้กระทั่งกระดาษโน้ตสักแผ่นที่จะบอกว่าเธอหายไปไหน หรือโกรธแค้นเขาเรื่องอะไรเป็นพิเศษ
ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเป็นระเบียบและเด็ดขาด สะท้อนถึงจิตใจที่แข็งกระด้างและไร้เยื่อใยที่เธอมอบให้เขาอย่างสาสม
"โถเว้ย!"
คณินสบถออกมาอย่างหัวเสีย กำปั้นหนาทุบลงบนผนังห้องนอนเต็มแรงจนผิวเนื้อแตกและมีคราบเลือดซึมออกมา แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดเสียเสียดแทงที่อกซ้าย ความรู้สึกเหมือนสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ กำลังบีบคั้นหัวใจของเขาให้แหลกสลายเป็นจุล
มือหนาสั่นเทาหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา กดเบอร์โทรออกหาภรรยาด้วยความร้อนรน
*ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...*
สัญญาณดังขึ้นยาวนาน ราวกับเป็นการทรมานจิตใจให้ขาดรอดไปทีละนิด และในที่สุด... เสียงหวานใสไร้ความรู้สึกก็ดังแทรกขึ้นมา
*(เลขหมายที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ค่ะ...)*
"เว้ย! รับสายสิวะรัน!" คณินคำรามลั่นห้องอย่างไร้การควบคุม เขากดโทรซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความกระวนกระวายใจ แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม คือความเงียบงันและความว่างเปล่าที่ปลายสาย
รันยาบล็อกเบอร์เขาแล้ว! ผู้หญิงที่เคยนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารทุกค่ำคืน ผู้หญิงที่เคยร้องไห้เงียบๆ เมื่อเขาพูดจาทำร้ายจิตใจ บัดนี้ตัดขาดเขาออกจากชีวิตอย่างไม่เหลือเยื่อใย แม้แต่ช่องทางติดต่อเธอก็ไม่ยอมหลงเหลือไว้ให้เขาได้แก้ตัว
คณินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาคมเข้มแดงก่ำด้วยพิษของความเสียใจและทิฐิที่พังทลาย ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ภาพที่เขาเคยเมินเฉยใส่เธอ ภาพที่เขาเคยไล่ให้เธอไสหัวไปให้พ้นหน้า และภาพที่เธอต้องทนกลืนก้อนสะอื้นเพียงลำพัง
เขานั่นเอง... เขานั่นแหละที่เป็นคนผลักไสผู้หญิงที่รักเขาที่สุดให้เดินออกไปจากชีวิตด้วยมือของตัวเอง
*ก๊อกๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นแผ่วเบาก่อนจะถูกผลักเปิดออก ร่างของเลขาหนุ่มคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดหวั่นไม่แพ้กัน เมื่อเห็นสภาพเจ้านายหนุ่มผู้ทรงอำนาจกำลังนั่งหมดสภาพอยู่บนพื้นห้อง
"ท่านประธานครับ... ผมให้คนไปเช็คกล้องวงจรปิดรอบคฤหาสน์และเส้นทางออกนอกเมืองแล้วครับ" เลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะรายงานด้วยเสียงสั่นๆ "คุณรันยา... เธอย้ายออกไปตั้งแต่ช่วงบ่ายโดยใช้รถตู้บริการย้ายบ้านครับ และ... และ..."
"และอะไรวะ! พูดมาให้มันจบๆ!" คณินตวาดลั่น ดวงตาดุดันตวัดมองลูกน้องด้วยความเกรี้ยวกราด
"และ... มีรายงานว่า เธอไม่ได้เดินทางไปคนเดียวครับ" เลขาหนุ่มก้มหน้าหลบสายตาอันน่ากลัวนั้น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของคณินหยุดหมุนทันที "มีเด็กฝาแฝดวัยสามขวบสองคน อยู่ในความดูแลของคุณรันยาด้วยครับ... ท่านประธาน"
ร่างสูงของคณินแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ข้อมูลใหม่นี้พุ่งชนสมองของเขาอย่างแรงจนวิงเวียนไปหมด
เด็กฝาแฝดวัยสามขวบงั้นหรือ? รันยามีลูกงั้นเหรอ? ลูกของใคร? หรือว่า... จะเป็นลูกของเขา!
ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว ราวกับแสงสว่างวาบในความมืดมิด คณินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงระคนตื่นตระหนก เมื่อนึกถึงช่วงเวลาเมื่อสามปีก่อน... ช่วงเวลาก่อนหน้าที่พวกเขาจะหย่าร้างกัน และช่วงเวลาที่รันยามักจะมีท่าทีแปลกๆ เสมอ
ถ้าเด็กสองคนนั้นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาจริงล่ะ? ถ้ารันยำจงใจอุบท้องและซ่อนลูกแฝดจากเขาเพื่อเป็นการแก้แค้นล่ะ?
หัวใจของคณินเต้นระรัวด้วยความคลุ้มคลั่ง ความรู้สึกผิด ความโกรธ และความอยากรู้อยากเห็นตีรวนกันจนปั่นป่วน เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว แววตาคมกริบลุกโชนด้วยไฟแห่งความคลั่งรักและบ้าคลั่ง
ในเมื่อเธอคิดจะหนีเขาไปพร้อมกับเลือดเนื้อของเขาเอง รันยาก็เตรียมตัวรับมือกับความคลั่งของหมาบ้าตัวนี้ได้เลย!
"สั่งคนตามหาตัวเธอให้เจอทุกซอกทุกมุมของประเทศ!" คณินคำรามลั่นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดและอำนาจมืด "ไม่ว่าจะพลิกแผ่นดินหาที่ไหน ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเมียกับลูกของฉันอยู่ที่ไหน!"
เลขาหนุ่มก้มศีรษะรับคำสั่งด้วยความหวาดกลัว รีบหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องเพื่อไปจัดการตามคำสั่งทันที
คณินหันกลับมามองความว่างเปล่าภายในห้องนอนอีกครั้ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดุดันและมุ่งมั่น ราวกับนักล่าที่กำลังสนุกสนานกับการไล่ล่าเหยื่อชิ้นโปรด
*คิดเหรอว่าหนีพ้น... รันยา*
แต่ทว่า... ในวินาทีที่คณินกำลังจะก้าวเดินออกไปเพื่อออกตามหาอดีตภรรยา เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ
*ติ๊ง!*
คณินชะงักฝีเท้า หันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงาน ด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง เขารีบสาวเท้ากลับไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดู
หน้าจอแสดงภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดหน้าคฤหาสน์ซูมชัดเจน ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งกำลังอุ้มเด็กชายฝาแฝดหน้าตาน่ารักน่าชังขึ้นรถยนต์ส่วนตัว โดยมีเด็กผู้หญิงอีกคนยืนถือตุ๊กตาหมีมองมาที่กล้องด้วยแววตานิ่งเฉยราวกับจงใจท้าทาย
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของคณินหยุดเต้น และลมหายใจติดขัดในลำคอ... ไม่ใช่ภาพของรันยา
หากแต่เป็นข้อความปริศนาที่ถูกส่งเข้ามาพร้อมกับภาพถ่ายจากเบอร์แปลกปลอม ซึ่งระบุพิกัดล่าสุดที่ซ่อนตัวของเธอ... พร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่งที่แนบมาด้วย
ดวงตาคมกริบกวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนที่ม่านตาจะขยายกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงจนถึงขีดสุด ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนเอกสารใบนั้น
...เอกสารรับรองผลตรวจ DNA ยืนยันความสัมพันธ์พ่อลูก ที่ระบุชัดเจนว่าเด็กแฝดทั้งสามคน คือสายเลือดแท้ๆ ของเขาเอง... และท้ายข้อความนั้นระบุสถานที่ที่เธอซ่อนตัวอยู่ ซึ่งไม่ใช่ที่อื่นไกล แต่เป็น "คฤหาสน์ตระกูลศัตรูคู่อาฆาต" ที่กำลังจ้องจะฮุบธุรกิจของเขาอยู่พอดี!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— เมฆหมอกสีชมพู
ทัณฑ์รักซ่อนพยานใจ•ตอนที่ 3
การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนพยานใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!