กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดใหม่ๆ ผสมผสานกับกลิ่นอายฝนจางๆ ในยามบ่าย คือสิ่งที่รันยาเลือกให้เป็นปฐมบทแห่งอิสรภาพของเธอ
นิ้วเรียวภายใต้เล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูจรดลงบนใบเสร็จสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์กาแฟราคาแพงระยับ รายการสุดท้ายที่ถูกขีดฆ่าออกด้วยปากกาหมึกซึมสีดำ เป็นสัญลักษณ์เงียบๆ ว่าเงินเก็บก้อนสุดท้ายในบัญชีส่วนตัว... ได้มลายหายไปแลกกับลมหายใจใหม่ที่นี่ เมืองเล็กๆ โอบล้อมด้วยขุนเขาและหมอกหนาที่ห่างไกลจากคฤหาสน์ตระกูลคณินนับร้อยกิโลเมตร
"แม่จ๋า กลิ่นหอมจังเลยค่ะ เหมือนขนมปังอบอุ่นในนิทานเลย"
เสียงใสแจ๋วของน้องรินดังขึ้น พร้อมกับร่างป้อมๆ ในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาเกาะขาแม่ รันยาระบายยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่จริงใจและเต็มไปด้วยความสุขจากก้นบึ้งหัวใจ ต่างจากรอยยิ้มหน้ากากที่เธอเคยสวมใส่ไว้เพื่อเอาใจสามีผู้เย็นชาคนนั้นตลอดสามปีเต็ม
"ไม่ใช่ขนมปังค่ะคนดี แต่นี่คือร้านของเรา... ร้านของแม่ รินกับพี่รบ แล้วก็แม่ค่ะ" รันยาคุกเข่าลงโอบกอดลูกสาวตัวน้อยแน่น ฝังจมูกลงกับแก้มนุ่มนิ่มที่ได้โครงหน้ามาจากใครบางคน... คนที่เธอกำลังพยายามลบเลือนออกไปจากสารบบชีวิต
"แล้วผมล่ะครับคุณแม่ จะไม่มีชื่อผมอยู่ในร้านนี้ด้วยเหรอ"
เสียงทุ้มเล็กๆ ของน้องรบที่เดินถือหุ่นยนต์ตัวโปรดเข้ามาทำหน้ามุ้ย เรียกเสียงหัวเราะจากรันยาได้ทันที เธอหันไปดึงลูกชายฝาแฝดเข้ามาสวมกอดไว้ด้วยกันทั้งคู่ อ้อมแขนนี้แหละคือเกราะคุ้มภัย คือเหตุผลเดียวที่ทำให้ผู้หญิงที่เคยอ่อนแออย่างเธอ ลุกขึ้นมาสลัดคราบน้ำตาแล้วเดินออกมาจากขุมนรกแห่งการแต่งงานไร้ความรักได้อย่างสง่างาม
เกือบสามสัปดาห์แล้วที่เธอปักหลักที่นี่ อำเภอเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จักนามสกุล "คณิน" ไม่มีใครรู้ว่าเธอคืออดีตภรรยาที่ถูกสามีเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใย รันยาเลือกตึกแถวสองชั้นสไตล์วินเทจ รีโนเวทใหม่ด้วยโทนสีอบอุ่นอย่างเอิร์ธโทน ชั้นล่างเปิดเป็นคาเฟ่และมุมเบเกอรี่โฮม메이드เล็กๆ ส่วนชั้นบนคือรังรักที่ปลอดภัยของสามแม่ลูก
แม้เส้นทางข้างหน้าจะไม่ง่าย และเงินเก็บก้อนนี้คือเดิมพันทั้งหมดของชีวิต แต่รันยากลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดในอดีตถูกหลอมรวมให้กลายเป็นความแข็งแกร่ง ราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านไฟมาอย่างโชกโชน เธอยอมเป็นแม่ค้าขายกาแฟไส้แห้ง ดีกว่าเป็นนกน้อยในกรงทองที่ต้องคอยก้มหน้าสะอื้นไห้รอคอยความเมตตาจากผู้ชายใจร้ายอย่างคณิน
"รัน... แน่ใจนะว่าจะไม่ติดต่อกลับไปทางนั้นเลยจริงๆ" เสียงของพี่สาวคนสนิทที่ขับรถมาช่วยขนของโทรมาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเมื่อคืนนี้ยังคงก้องอยู่ในหัว
*‘ปล่อยให้เขาตามหาจนกระอักเลือดไปเถอะค่ะพี่ดา... คนอย่างคณิน เคยเห็นค่าอะไรในตัวรัน นอกจากที่รองรับอารมณ์ เขาสมควรได้รับบทเรียนนี้แล้ว’*
คำตอบของเธอในตอนนั้นเด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใยสิ้นเชิง
กรุ๊งกริ๊ง!
เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือประตูกระจกใสกรีดดังขึ้น ดึงรันยาออกจากห้วงความคิด เธอยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะปั้นรอยยิ้มต้อนรับลูกค้าคนแรกของร้านที่เพิ่งเปิดทดลองระบบในวันนี้
"ยินดีต้อนรับค่ะ... รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ" รันยาเอ่ยขึ้นโดยยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เนื่องจากกำลังง่วนอยู่กับการเช็ดเคาน์เตอร์ไม้สน
ความเงียบงันปกคลุมบรรยากาศภายในร้านชั่วขณะ ไม่มีเสียงตอบรับจากลูกค้า มีเพียงเสียงลมหายใจที่สะดุดกึก และอุณหภูมิรอบตัวที่ลดฮวบลงอย่างแปลกประหลาด
รันยาขมวดคิ้วเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบตาผู้มาเยือน... และวินาทีนั้น หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเธอกลับร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบจนปลายนิ้วชาดิก
ร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดสูทสีเข้มราคาแพงที่ดูขัดกับบรรยากาศร้านกาแฟเล็กๆ ในต่างจังหวัด คณินยืนตระหง่านอยู่หลังเคาน์เตอร์กระจก ดวงตาคมกริบคู่นั้นแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปนตรงขมับ สันกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ลมหายใจหอบกระชั้นราวกับคนเพิ่งวิ่งมาราธอนนับร้อยกิโลเมตร สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่เครื่องชงกาแฟราคาแพง แต่มันกำลังกวาดมองสำรวจเธอ ตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้า ด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยความโหยหา ความโกรธเกรี้ยว และความคลุ้มคลั่งที่ระเบิดออกจนปิดไม่มิด
เขาหาเธอกลุ่มก้อนความเจ็บปวดตลอดสามสัปดาห์เต็มพลิกแผ่นดินหา... สามสัปดาห์ที่เขาแทบเป็นบ้า นอนไม่หลับ ดื่มเหล้าเคล้าน้ำตา และเกือบจะพังบริษัททิ้งด้วยความฟุ้งซ่าน
แต่ตอนนี้... ผู้หญิงที่เขาตามหาจนพลิกแผ่นดิน ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว
"เก่งมากนะรันยา..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นแหบพร่าจนแทบจำไม่ได้ มันสั่นเทิ้มด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมแทบไม่อยู่ "เธอเก่งมากจริงๆ ที่กล้าหอบลูกหนีฉันมาซ่อนไว้ในที่ไกลขนาดนี้ คิดเหรอว่าหนีพ้น..."
รันยาผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่สัญชาตญาณการปกป้องลูกทำให้เธอรีบดึงสติกลับมาทันที ใบหน้าที่เคยซีดเผือดกลับมาเชิดขึ้นอย่างถือดี แววตาที่มองเขากลับไปไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความเย็นชาและเกลียดชังที่กรีดลึกยิ่งกว่ามีด
"คุณมาที่นี่ได้ยังไง..." น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นเยียบจนน่ากลัว
คณินไม่ได้ตอบคำถามนั้น ก้าวเท้ายาวๆ เข้าประชิดเคาน์เตอร์จนรันยาแทบไม่มีทางหนี ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองไปเห็นเด็กแฝดสองคนที่กำลังนั่งเล่นต่อเลโก้อยู่ที่มุมห้องรับแขกเล็กๆ ด้านในสุดพอดี
ร่างสูงชะงักกึก ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปทันที เมื่อดวงตาสองคู่ที่หันมามองผู้มาใหม่... ถอดแบบพิมพ์เดียวกันออกมาจากตัวเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รันยามาจนถึงตอนนี้นะคะ
ทัณฑ์รักซ่อนพยานใจ•ตอนที่ 4
เริ่มต้นใหม่ที่ปลายฟ้า
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนพยานใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!