“นั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณคาดหวังไว้ใช่ไหมคะ รวินท์...”
จันทร์เจ้ากระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “เพราะคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องเราตอนนี้... ไม่ใช่มนุษย์ และไม่ใช่สิ่งที่เราเชิญมา”
ความเงียบงันในยามวิกาลเข้ากัดกินโสตประสาท เสียงหัวใจของรวินท์เต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอก นัยน์ตาคมกริบมองลอดตาแมวของประตูห้องพักออกไป สิ่งที่สะท้อนอยู่ในนั้นไม่ใช่เงาตะคุ่มของเพื่อนบ้านผู้หวังดี หรือแม้แต่สัมผัสวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป แต่มันคือกลุ่มก้อนพลังงานสีเทาขุ่นคลั่กที่บิดเบี้ยว รูปร่างของมันคล้ายมนุษย์แต่ยืดยาวผิดสัดส่วน และที่น่ากลัวที่สุดคือ ตรงบริเวณใบหน้า... ไม่มีอวัยวะใดๆ นอกจากรอยกรีดลึกเป็นรูปสัญลักษณ์ประหลาดที่กำลังส่งแสงเรืองรองสีเลือด
“อาจารย์คะ...” รวินท์กลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก พยายามรักษาความนิ่งของเสียงไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ตรรกะในหัวจะประมวลผลจนแทบระเบิด “รอยประทับนั่น... มันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่เราเจอในบันทึกโบราณของคดีแรกไม่ใช่เหรอคะ”
จันทร์เจ้าไม่ได้ตอบคำถามทันที หญิงสาวในชุดนอนผ้าฝ้ายสีนวลขยับเข้ามาใกล้ ปลายเรียวนิ้วเรียวดึงชายเสื้อของรวินท์ไว้เบาๆ แว่นตากลมโตสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากทางเดิน นัยน์ตาคู่สวยฉายแววเคร่งเครียดอย่างที่รวินท์ไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติแล้วอาจารย์สาวมักจะควบคุมสถานการณ์ได้เสมอ ไม่ว่าเผชิญหน้ากับอาคมสายดำหรือภูตผีตนใด แต่ครั้งนี้... กลิ่นอายรอบตัวเธอกำลังสั่นไหว
“ไม่ใช่แค่เหมือนค่ะรวินท์...” จันทร์เจ้าสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ “แต่มันคือ ‘การประกาศสงคราม’ ของใครบางคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด”
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง จังหวะจะโคนมันสม่ำเสมอเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ และทุกครั้งที่ปลายนิ้วปริศนานั้นกระทบกับเนื้อไม้ แรงสั่นสะเทือนก็แผ่ซ่านเข้ามาถึงโครงสร้างเหล็กของตึก ราวกับว่าอาคารทั้งหลังกำลังจะถูกกลืนกินด้วยพลังงานมืดมิด
รวินท์กัดริมฝีปากแน่น มือขวาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อฮู้ดสัมผัสกับสำรับไพ่ทาโรต์คู่ใจ ความอุ่นวาบจากพลังงานจิตที่เชื่อมโยงกับไพ่ไหลเวียนเข้าสู่ปลายนิ้ว ช่วยดึงสติอันกระเจิดกระเจิงให้กลับเข้ารูปเข้ารอย เธอไม่ใช่เด็กสาวที่ยอมตกเป็นเหยื่อของความกลัวอีกต่อไป ตั้งแต่สูญเสียครอบครัวไป เธอเรียนรู้ว่าความกลัวแก้ปัญหาไม่ได้ มีแต่ ‘การวิเคราะห์’ และ ‘การลงมือทำ’ เท่านั้นที่จะหาความจริงพบ
“ถอยไปค่ะอาจารย์” รวินท์ก้าวขึ้นมาบังร่างของอาจารย์สาวไว้ครึ่งก้าว สายตาคมกริบจดจ้องไปที่บานประตู “ในเมื่อมันเคาะเรียกเราถึงที่... การที่เราแกล้งทำเป็นไม่อยู่ คงเสียมารยาทแย่ใช่ไหมคะ”
พูดจบ รวินท์ก็เอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูทันทีโดยไม่รอให้อาจารย์ทักท้วง!
*แอด...*
บานประตูไม้เปิดออกเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า ทางเดินยาวเหยียดของหอพักยามตีสองสว่างด้วยหลอดไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ กลิ่นอับชื้นผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยปะทะเข้าจมูก แต่สิ่งที่ยืนอยู่หน้าประตูเมื่อครู่กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียง... คราบเขม่าสีดำสนิทหยดเป็นทางยาวบนพื้นปูน และวัตถุบางอย่างที่ถูกวางทิ้งไว้ตรงหน้าห้อง
มันคือการ์ดกระดาษแข็งสีดำสนิท บนผิวการ์ดมีรอยประทับด้วยขี้ผึ้งสีแดงสด เป็นรูป ‘ดวงตาที่สาม’ ที่มีรอยร้าวตรงกลาง
รวินท์ย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วสวมถุงมือพลาสติกหยิบการ์ดแผ่นนั้นขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ ขณะที่จันทร์เจ้าตามออกมายืนประกบข้าง พร้อมกับกางอาคมขอบเขตคุ้ม
“ระวังค่ะรวินท์ มันอาจจะมีอาคมอาถรรพ์เคลือบอยู่” จันทร์เจ้าเตือนเสียงเบา
“ไม่ต้องห่วงค่ะอาจารย์ สัญชาตญาณทางไพ่ของฉันบอกว่า... นี่ไม่ใช่กับดักสังหาร แต่เป็น ‘คำเชิญ’” รวินท์พลิกการ์ดด้านหลังเผยให้เห็นตัวเลขเขียนด้วยหมึกสีดำสนิท
*05:00 น. - ลานเกียร์ วิศวกรรมศาสตร์*
“อีกไม่กี่ชั่วโมงฟ้าก็จะสว่างแล้วนะคะ” รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์สาว “เราไปเตรียมตัวกันเถอะค่ะ ดูท่าว่ามหาวิทยาลัยของเรากำลังจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญรายใหญ่มาเยือนอีกแล้ว”
***
แสงอาทิตย์ยามเช้าไม่ได้อบอุ่นอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อรวินท์และจันทร์เจ้าก้าวเท้าเข้าสู่เขตกองเชียร์และลานเกียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งปกติแล้วควรจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของนักศึกษาปีหนึ่ง แต่ในวันนี้บรรยากาศกลับเงียบงันจนน่าขนลุก เทปสีเหลือง-ดำของตำรวจถูกขึงล้อมรอบพื้นที่บริเวณวงเวียนน้ำพุกลางลาน
ร่างของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและตำรวจนอกเครื่องแบบกำลังทำงานกันอย่างขันแข็ง ทว่าจุดที่ดึงดูดสายตาของรวินท์ทันที คือใจกลางวงเวียนน้ำพุที่มีร่างไร้ลมหายใจของชายหนุ่มคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่
“นั่นมัน...” รวินท์ชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบ
“นักศึกษาปีสามภาควิชาเคมีค่ะ...” เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรธนา นายตำรวจหนุ่มผู้รับผิดชอบคดีลี้ลับในเขตมหาวิทยาลัยดังขึ้น เขาเดินเข้ามาหาทั้งสองคนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ขอบตาดำคล้ำบ่งบอกถึงการไม่ได้นอนมาทั้งคืน “เพิ่งมีคนมาเจอตอนตีห้าครึ่ง สภาพศพแปลกประหลาดมาก คุณสองคน... น่าจะลองมาดูนี่หน่อย”
รวินท์และจันทร์เจ้าลอดผ่านแนวเทปตำรวจเข้าไปใกล้ร่างไร้ลมหายใจนั้น อาจารย์สาวร่ายคาถาปิดกั้นสายตาของคนมุงรอบข้างด้วยการสะกิดจิตอ่อนๆ ทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นการมีอยู่ของพวกเธอมากนัก
เมื่อเข้าใกล้ รวินท์ก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ ศพของชายหนุ่มผู้นั้นไม่ได้มีร่องรอยการถูกทำร้ายด้วยอาวุธมีคมหรือกระสุนปืน แต่ผิวหนังบริเวณแผ่นหลังกลับถูกกรีดและประทับด้วยรอยแผลเป็นนูนต่ำ รูปสัญลักษณ์เดียวกันกับที่ปรากฏบนการ์ดสีดำเมื่อคืนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน!
“รอยประทับนี่...” จันทร์เจ้าพึมพำ นัยน์ตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด “ไม่ใช่ไสยเวททั่วไป แต่มันคือพิธีกรรม ‘บูชาตราบาป’ ที่สูญหายไปจากตำราโบราณร่วมร้อยปี การใช้พลังงานชีวิตของเหยื่อมาเปิดประตูเชื่อมมิติ...”
“ไม่ใช่แค่เปิดประตูค่ะอาจารย์...” รวินท์ขัดขึ้น สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบบริเวณลานเกียร์ พร้อมกับหยิบสำสำรับไพ่ทาโรต์ออกมาจากกระเป๋าอย่างไร้เสียง เธอสับไพ่อย่างคล่องแคล่วด้วยมือเดียว พลังงานอุ่นๆ แผ่ซ่านออกมาจากปลายนิ้ว สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานตกค้างที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศ
รวินท์ดีดไพ่สามใบขึ้นกลางอากาศด้วยความรวดเร็ว ไพ่ทั้งสามใบลอยค้างอยู่ชั่วพริบตาก่อนจะร่วงลงมาเรียงรายบนพื้นซีเมนต์ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของสารวัตรธนา
ใบแรก: **The Tower (หอคอยพังทลาย)** - สื่อถึงความหายนะที่กระทันหันและการพังทลายของความเชื่อมั่น
ใบที่สอง: **The Moon (ดวงจันทร์)** - สื่อถึงความลวงตา ความลับดำมืด และจิตใต้สำนึกที่บิดเบี้ยว
ใบที่สาม: **The High Priestess (นักบวชหญิง)** - สื่อถึงความลับที่ซ่อนอยู่หลังม่าน และ... ‘ผู้มีอำนาจ’ ที่อยู่เหนือการควบคุม
“ไพ่บอกอะไรเราคะรวินท์” จันทร์เจ้าถามเสียงเครียด
รวินท์มองผลลัพธ์บนพื้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคู่สวยสะท้อนภาพไพ่ทั้งสามใบอย่างชัดเจน เธอกลืนน้ำลายก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงไปอีกหลายองศา
“เหยื่อคนนี้ไม่ได้ตายเพราะถูกฆาตกรรมค่ะอาจารย์... แต่เขา ‘เต็มใจ’ ให้เครื่องหมายนี้กับตัวเอง เพื่อแลกกับการเป็นสื่อกลางให้บางสิ่งบางอย่าง” รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตากับจันทร์เจ้า “และเป้าหมายที่แท้จริงของมัน... ไม่ใช่นักศึกษาคนนี้ แต่เป็นคนที่ถือ ‘กุญแจ’ อีกดอกในมหาวิทยาลัยนี้ต่างหาก”
ทันใดนั้นเอง... หน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าอ่อนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของรวินท์โดยไม่มีปุ่มกดใดๆ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในหัวอย่างเฉียบพลัน—
*[แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ค้นพบผู้ครอบครอง ‘ผนึกที่สอง’ — คำเตือน: ระดับอันตรายของเป้าหมายได้ก้าวข้ามขีดจำกัดความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยแล้ว]*
*[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: คุณเหลือเวลาอีกเพียง 3 ชั่วโมงก่อนที่พิธีกรรมกลืนกินวิญญาณจะเสร็จสมบูรณ์ และบุคคลผู้กุมความลับทั้งหมดกำลังเดินมาหาคุณ ณ จุดเกิดเหตุในขณะนี้...]*
รวินท์เบิกตากว้างเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ค่อยๆ เดินลัดเลาะผ่านมุมตึกเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนพื้นลานเกียร์
“นั่นไงคะ... มาแล้ว” รวินท์กระซิบเสียงสั่น
ขวัญเนตรทายใจ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ไพ่ทาโรต์นำทาง กับร่างทรงฝึกหัดข้างบ้าน•ตอนที่ 6
เงื่อนงำศพนิรนาม
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทาง กับร่างทรงฝึกหัดข้างบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!