“ยืนนิ่งเป็นหุ่นทื่อๆ แบบนั้น คิดว่าจะช่วยให้รอดพ้นจากเขตอาคมระดับสี่ได้หรือคะ รวินท์”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดังแทรกผ่านความมืดมิดและเสียงหัวเราะเยือกเย็นรอบกาย ท่ามกลางเงาดำมหึมานับสิบสายที่กำลังพุ่งเข้าตะครุบตัวเขา ร่างเพรียวระหงของอาจารย์จันทร์เจ้าก็ก้าวเข้ามาประชิดเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วราวกับภูตพราย ปลายนิ้วเรียวยาวตวัดวาดกลางอากาศเป็นวงกลม แสงสีทองเรืองรองสว่างวาบขึ้นในพริบตา ขับไล่ไอความมืดและเสียงกรีดร้องโหยหวนให้ถอยร่นไปชั่วขณะ
รวินท์หอบหายใจถี่กระชั้น หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้นเร็วเกินกว่าสมองจะประมวลผลทัน ประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดตาย แรงลมปริศนา และเงาดำที่พยายามกลืนกินตัวตนของเขา ทุกอย่างล้วนเป็นบททดสอบที่อันตรายเกินกว่าวิชา "ร่างทรงฝึกหัด" ของเขาจะรับมือได้ไหวในตอนนี้
“อาจารย์... พวกมันคืออะไรคะ” รวินท์เอ่ยถามเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามควบคุมสติแล้วดึงสำรับไพ่ทาโรต์ออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เขารีบหาจุดเชื่อมโยงทางพลังงานเพื่อสร้างเกราะคุ้มกัน
“เศษเสี้ยวความมืดที่ตกค้างในจิตใต้สำนึกของคุณเองค่ะ” อาจารย์จันทร์เจ้าตอบสั้นๆ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาหันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก แต่หากสังเกตให้ดี รวินท์กลับเห็นหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายขึ้นตามขมับของหญิงสาว ทั้งที่บรรยากาศรอบกายกำลังหนาวเหน็บจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
ร่างบางของอาจารย์ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แผ่นหลังบอบบางนั้นดูราวกับกำลังแบกรับน้ำหนักมหาศาลไว้ลำพัง ไพ่ทาโรต์สำรับโบราณที่สลักลวดลายด้วยอักขระแปลกตาร่วงหล่นจากปลายนิ้วของเธอทีละใบ ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแนวเขตอาคมรูปวงแหวนเจ็ดชั้น
“ถอยไปอยู่ด้านหลังฉันค่ะ รวินท์” น้ำเสียงของเธอเข้มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย พร้อมกับที่ร่างของอาจารย์จันทร์เจ้าเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
รวินท์ขมวดคิ้วแน่น เขาสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง รอยสักรูปอักขระสีชาดที่ปกติมักจะซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าบริเวณต้นคอของอาจารย์ บัดนี้กำลังเปล่งแสงสีแดงฉานทะลุเนื้อผ้าออกมา ลวดลายนั้นแผ่ขยายออกไปราiกับรากไม้มีชีวิตที่กำลังกัดกินผิวเนียนนุ่มของเธอ
นี่ไม่ใช่แค่การใช้อาคมขับไล่ภูตผีทั่วไป... อาจารย์กำลังฝืนใช้พลังชีวิตของตัวเองเพื่อต้านทานบางสิ่งบางอย่างอยู่!
“อาจารย์คะ! หยุดก่อนค่ะ ถ้าทำแบบนี้—” รวินท์ส่งเสียงร้องห้ามพร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้ หมายจะคว้าแขนเรียวนั้นไว้ แต่ทว่าทันทีที่ปลายนิ้วของเขาแตะโดนข้อศอกของอาจารย์จันทร์เจ้า กระแสพลังงานความเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งขั้วโลกก็พุ่งสวนเข้ามาในร่างของเขาราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง
เปรี้ยง!
ภาพนิมิตบางอย่างฉายวาบเข้ามาในหัวของรวินท์ ภาพของคฤหาสน์โบราณหลังใหญ่ในคืนเดือนมืด เปลวเพลิงสีดำที่ลุกโชนท่วมเรือนไม้ และเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมานของหญิงสาวผู้หนึ่งที่มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับอาจันทร์เจ้าอย่างกับแกะ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท—*“สายเลือดแห่งจันทราจะต้องชดใช้... ตราบชั่วกัลปสาน”*
รวินท์สะعدถอยหลังไปสองก้าวด้วยความตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงอันโหดร้าย คำสาป... คำสาปประจำตระกูลที่อาจารย์จันทร์เจ้าพยายามปกปิดมาตลอด และแบกรับมันไว้บนบ่าเพียงลำพังด้วยความโดดเดี่ยว
“คุณ... เห็นมันแล้วสินะคะ”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นแผ่วเบา อาจารย์จันทร์เจ้าลดมือลงช้าๆ เขตอาคมรอบตัวสลายหายไปพร้อมกับความมืดมิดที่ค่อยๆ เจือจางลง เผยให้เห็นแสงสลัวยามค่ำคืนที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาภายในเรือน ร่างเพรียวเซเล็กน้อยจนรวินท์ต้องรีบเข้าไปประคองร่างนั้นไว้ อ้อมแขนของเขารับน้ำหนักตัวของอาจารย์ไว้ได้ทันท่วงที กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายสมุนไพรโบราณโชยเข้าจมูก
“ทำไมอาจารย์ถึงไม่เคยบอกอะไรฉันเลยล่ะคะ” รวินท์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย ความโกรธปะปนกับความรู้สึกเจ็บแปลบในอก ความห่วงใยที่เขามีต่ออาจารย์สาวคนนี้มันลึกซึ้งกว่าที่เขาเคยคิดไว้เสียอีก “ปล่อยให้ตัวเองต้องแบกรับคำสาปบ้าๆ นี่ไว้คนเดียว เพื่ออะไรกันคะ?”
อาจันทร์เจ้าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่เคยเยชาและห่างเหินในอดีต บัดนี้กลับฉายแววอ่อนล้าและเปราะบางอย่างที่รวินท์ไม่เคยเห็นมาก่อนริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอ
“เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงด้วยอย่างไรล่ะคะ รวินท์... คำสาปนี้คือพันธนาการของตระกูลฉัน ผู้ที่ถือครองศาสตร์แห่งไพ่ทาโรต์สายดาร์กจะต้องแลกมาด้วยอายุขัย และฉัน... เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว”
คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กอันหนักหน่วงที่กระแทกลงกลางใจของรวินท์ ความจริงที่ถูกเปิดเผยทำให้เขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก ไพ่ทาโรต์ในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นไม้เสียงดัง *กริ๊ง*
ในขณะที่รวินท์กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างเพื่อยืนยันว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยให้อาจารย์ต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพังเด็ดขาด—
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูด้านนอกเรือนดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาล ทั้งที่ประตูบานนั้นเพิ่งจะถูกปิดตายด้วยอาคมขั้นสูง และที่สำคัญที่สุด... รอบตัวเรือนแห่งนี้ไม่มีทางที่มนุษย์คนใดจะสามารถฝ่าเข้ามาได้เลย
อาจันทร์เจ้าชะงักกึก สีหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วกลับยิ่งไร้สีเลือดเข้าไปอีก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนหวาดกลัวเป็นครั้งแรกที่รวินท์ได้เห็น
“นั่น... ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ค่ะ” อาจารย์กระซิบเสียงสั่น พลางคว้าข้อมือของรวินท์ไว้แน่น “ซ่อนตัวใต้โต๊ะเร็วเข้าค่ะ! คนที่มาเคาะประตู... คือเจ้าของคำสาปตัวจริงที่ตามหาฉันเจอแล้ว!”
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรวินท์และอาจารย์จันทร์เจ้านะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ไพ่ทาโรต์นำทาง กับร่างทรงฝึกหัดข้างบ้าน•ตอนที่ 10
ความหลังของอาจารย์สาว
ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทาง กับร่างทรงฝึกหัดข้างบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!