"น้ำผึ้งป่าเดือนห้าเคี่ยวกับโสมตังกุยภูเขาแผ่นนี้ ข้าพเจ้าไม่ได้ขายเป็นชั่งแบบที่พวกท่านเอาไปต้มกินกับรำข้าวหลังบ้านนะครับ..."
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของภัทรดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมแผงค้าไม้ไผ่ขนาดเล็กริมถนนคนเดินในอำเภอซานเหอ ปลายฤดูใบไม้ร่วงปี 1978 ลมหนาวระลอกแรกพัดพาเอา กลิ่นอายของความเปลี่ยนแปลงมาเยือน แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของผู้คนนับสิบในยามนี้ กลับไม่ใช่ความหนาวเหน็บ หากแต่เป็นขวดแก้วใสเจียระไนที่ตั้งเรียงรายอยู่บนผ้าแพรสีเทาเข้ม ซึ่งสะท้อนประกายวาววับใต้แสงตะวันยามเที่ยงวัน
บุรุษวัยกลางคนสวมหมวกผ้าสักหลาดที่เดินดุ่มๆ เข้ามาทำท่าจะหยิบฉวยโหลสมุนไพรโดยไม่ขออนุญาต ชะงักมือค้างกลางอากาศ ดวงตาเรียวเล็กกวาดมองสำรวจเจ้าของแผงด้วยความประเมินและดูแคลนระคนกัน
"เจ้าเด็กนี่... พูดจาใหญ่โตเกินตัว สมุนไพรป่าพวกนี้ ขุดมาจากตีนเขาหลังหมู่บ้านไม่ใช่รึไง? ทำไมถึงตั้งราคาแพงลิบลิ่วราวกับทองคำเช่นนี้ คิดจะหลอกลวงคนในอำเภอหรือยังไงกัน!" เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะในลำคอจากกลุ่มพ่อค้าคนกลางที่ยืนมุงดูอยู่รอบข้าง
ภัทรไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย เขายังคงรอยยิ้มสุภาพไว้บนใบหน้า นิ้วเรียวยาวบรรจงใช้ช้อนไม้ไผ่ตักของเหลวสีอำพันเข้มข้นขึ้นมาแตะที่ปลายลิ้นของตนเองช้าๆ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ดวงตาสองชั้นคมกริบมองสบกับชายผู้ท้าทายด้วยแววตาที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก
"ท่านลุง... การจะตีราคาของสิ่งใด มิได้วัดกันที่ว่ามันเติบโตมาจากดินตรงไหน แต่วัดกันที่ 'คุณค่า' ที่มันมอบให้แก่ร่างกายต่างหากครับ" ภัทรเว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงกังวานน่าฟัง "โสมตังกุยป่าแปลงนี้ เติบโตท่ามกลางไอหมอกบนยอดเขาสูง ผ่านการคัดสรรรากที่มีอายุเกินเจ็ดปี และผ่านกระบวนการหมักบ่มด้วยตำรับยาโบราณที่แม้แต่ท่านหมอประจำอำเภอ ก็ยังต้องยอมรับว่าหาไม่ได้ง่ายๆ ในยุคสมัยนี้ หากท่านคิดว่ามันแพงเกินไป... เกรงว่าท่านคงไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง 'ยารักษาโรค' กับ 'สินค้าไร้ค่า' กระมังครับ"
คำพูดที่รarอยเรียงอย่างสละสลวยแต่เชือดเฉือนนิ่มๆ ทำให้ชายวัยกลางคนหน้าชาวาบ เสียงหัวเราะรอบข้างเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาหันมาจ้องมองขวดสมุนไพรในมือภัทรใหม่อีกครั้งด้วยความสนใจที่ถูกจุดประกายขึ้น
เบื้องหลังแผงไม้ไผ่ ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยยืนนิ่งสงوافราวกับภูเขาผาหิน แขนเสื้อที่พับขึ้นเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อทรงพลังที่เกิดจากการทำงานหนัก ยามใดที่มีสายตาไม่ประสงค์ดีมองมาที่ภัทร รังสีความกดดันอันเย็นเยียบจากอดีตทหารช่างจะแผ่ซ่านออกมาคุกคามทันที จนไม่มีใครกล้าขยับตัวเข้ามาล่วงเกินภรรยาของเขาแม้แต่ปลายนิ้ว
จางเหว่ยเหลือบมองภัทรด้วยความชื่นชมและห่วงใยในคราเดียวกัน มือหนายื่นกระติกน้ำร้อนเคลือบอีนาเมลที่บรรจุชาสมุนไพรจีนอุ่นๆ ไปให้ภัทรอย่างรู้ใจโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
"ดื่มน้ำเสียหน่อยเถอะครับ เจ้าพูดมานานคอแห้งหมดแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ มีเพียงภัทรที่ได้ยิน
ภัทรรับกระติกน้ำมาจิบเบาๆ รสชาติหวานละมุนของพุทราจีนและเก๋ากี้ช่วยชุ่มคอได้อย่างดี เขาส่งยิ้มละไมให้สามี เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาจางเหว่ยใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ แม้จะแต่งงานและร่วมชีวิตกันมาพักใหญ่แล้ว แต่ความงดงามทั้งรูปกายและสติปัญญาของภัทรก็ยังคงทำให้ชายชาติทหารอย่างเขาหลงใหลได้ทุกครา
ในมิติลับของภัทร... เวลานี้เมล็ดพันธุ์โสมและสมุนไพรหายากที่ถูกเร่งการเจริญเติบโตด้วยน้ำพุวิญญาณกำลังงอกงามสะพรั่ง ผลผลิตล็อตใหญ่ถูกแปรรูปและคัดเกรดอย่างประณีต เพื่อเตรียมป้อนเข้าสู่ตลาดระดับบนของอำเภอและเมืองข้างเคียง การค้าขายในยุค 70-80 ที่ผู้คนยังคงหวาดระแวงนโยบายรัฐและระบบสหกรณ์ การจะแทรกตัวเข้ามาค้าขายอย่างอิสระและมีระดับได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยทั้ง "ความรู้" และ "ความเหนือชั้น"
"ฉันเอาขวดหนึ่ง!" เสียงใสของหญิงสาวแต่งกายภูมิฐาน สวมเสื้อโค้ทผ้าสักหลาดสีน้ำตาลเข้ม ท่าทางเป็นคุณหญิงจากตระกูลใหญ่ในตัวอำเภอ เดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยความเร่งร้อน นางจ้องมองขวดโสมน้ำผึ้งป่าตาไม่กริบ "แม่บ้านของฉันบอกว่าท่านผู้เฒ่าที่บ้านไอเรื้อรังมาหลายเดือน กินยาหม้อไหนก็ไม่หาย ได้ยินว่าสมุนไพรของที่นี่รักษาอาการลมชื้นในปอดได้จริงหรือ?"
ภัทรหันไปประสานสายตากับลูกค้ากระเป๋าหนักทันที รอยยิ้มการค้าที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจถูกคลี่ออกอีกครั้ง
"เรียนคุณนาย... อาการไอเรื้อรังจากลมชื้น เกิดจากความเย็นสะสมในอวัยวะภายใน การใช้ยาขับร้อนทั่วไปย่อมไม่ได้ผล แต่โสมน้ำผึ้งป่าของเราจะช่วยปรับสมดุลหยินหยาง บำรุงชี่และฟื้นฟูม้ามปอด หากท่านไม่มั่นใจ ข้าพเจ้ามีชุดทดลองขนาดเล็กให้ท่านนำกลับไปให้ท่านผู้เฒ่าลองใช้ดูก่อนสามวัน หากอาการไม่ดีขึ้น... ท่านมาหาข้าพเจ้าที่นี่ได้เลยครับ"
ความมั่นใจและการรับประกันอย่างมีหลักการ ทำให้คุณนายตระกูลใหญ่ตัดสินใจควักกระเป๋าหยิบเงินหยวนออกมาวางบนโต๊ะทันทีโดยไม่ต้องต่อรองราคาแม้แต่เหมาเดียว
การค้าขายเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง สมุนไพรระดับพรีเมียมราคาสูงลิบลิ่วก็ถูกกวาดซื้อจนเกลี้ยงแผง ทิ้งให้พ่อค้าคนกลางรายอื่นๆ ยืนอ้าปากค้างด้วยความอิจฉาริษยา
ทว่า ท่ามกลางความสำเร็จของยอดขายล็อตแรกที่งดงามเกินคาด สายตาคู่หนึ่งจากตรอกมืดฝั่งตรงข้ามถนน กลับจ้องมองมาที่ภัทรและจางเหว่ยด้วยแววตาอำมหิตและคุ้นเคยอย่างยิ่ง
นั่นคือ "หลี่เฉียง"... ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของบ้านตระกูลหลี่ ที่ควรจะถูกกักบริเวณอยู่สำนักAะส화กรรมในหมู่บ้าน แต่กลับมายืนอยู่ที่นี่ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนไว้ภายใต้ปกเสื้อโค้ทเก่าๆ
ภัทรหุบยิ้มลงช้าๆ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับเป้าหมายเก่าที่ตามรังไม่เลิก
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะตามมาถึงในเมืองแล้วนะครับคุณสามี" ภัทรเอ่ยกระซิบเบาๆ พลาดยื่นมือไปจับแขนแกร่งของจางเหว่ยไว้
จางเหว่ยหันไปมองตามสายตาภรรยา รังสีสังหารแผ่ซ่ายออกจากร่างหนาทันที มือใหญ่กำหมัดแน่นจนข้อต่องอเสียงดังกรอบแกรบ
"ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเองครับ... ใครหน้าไหนที่กล้ามายุ่งกับคุณ มันต้องชดใช้ด้วยความเจ็บปวดที่สาสม"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขอดีตและสร้างอนาคตไปด้วยกันนะครับ
คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง•ตอนที่ 5
การค้ายุคใหม่
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!