"ทะ... ท่านสารวัตรทหารจาง! มะ... ไม่ใช่คนจากสำนักงานเกษตร!"
เสียงหวีดร้องของป้าสะใภ้หลินแหลมสูงจนบาดแก้วหู ร่างอ้วนท้วมในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีมอสะดุ้งสุดตัวจนถอยกรูดไปชนเข้ากับรั้วไม้ไผ่ จนเศษไม้แห้งๆ หักกระจาย สภาพความเย่อหยิ่ง จองหอง ที่เคยพกติดตัวมาเต็มกระเป๋ายามเดินย่างสามขุมเข้าเขตบ้านหลังน้อยของภัทรเมื่อครู่ บัดนี้มลายหายสิ้น เหลือเพียงใบหน้าที่ซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวมะกอกเข้มที่ก้าวออกมายืนบังหน้าภัทรไว้ด้วยท่าทีคุกคาม
จางเหว่ยไม่แม้แต่จะชายตามองสภาพน่าสมเพชนั้น เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อเครื่องแบบให้เข้าที่อย่างใจเย็น ทว่าแววตาคมกริบคู่นั้นกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก พลังกดดันระดับนายทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนแผ่ซ่านออกมารอบตัว จนผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านที่แอบมามุงดูเหตุการณ์ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังแม้แต่คนเดียว
ภัทรที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวเท้าออกมาเล็กน้อย มือเรียวบางเอื้อมไปแตะแขนเสื้อของสามีเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้ใช้อุณหภูมิความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของแพทย์ผู้กำลังมองโรคร้ายที่ลุกลามจนเกินเยียวยา
"ป้าใหญ่ครับ มาเยือนถึงหน้าบ้านผมแต่เช้า ท่าทางรีบร้อนจนหน้าดำหน้าแดงแบบนี้ คงไม่ใช่แค่แวะมาทักทายดินฟ้าอากาศกระมังครับ"
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าก้องกังวานเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน ภัทรปรายตามองเอกสารสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าในมือของอีกฝ่ายที่สั่นระริก "ไหนล่ะครับ ไหนลองเอาเอกสารสิทธิ์ที่ป้าอ้างนักอ้างหนา ว่าดินแปลงนี้เป็นของตระกูลหลินฝั่งโน้น มาให้ท่านสารวัตรจางช่วยตรวจสอบความถูกต้องเสียหน่อยสครับ"
ป้าหลินกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ สมองที่เคยคิดแต่เรื่องเอาเปรียบชาวบ้านหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว นางรู้ดีว่าสามีของภัทรไม่ใช่ชาวนาตาสาสตาสีทั่วไปที่ข่มขู่ได้ง่ายๆ อีกทั้งตระกูลจางยังมีอิทธิพลในกองMลและเขตปกครองนี้ไม่น้อย การแอบอ้างเอกสารปลอมเพื่อมาฮุบที่ดินทำกินของทหารผ่านศึกและภรรยา มีโทษหนักหนาสาหัสยิ่งนัก!
"มะ... ไม่เห็นต้องเอาถึงมือสารวัตรทหารเลยนี่หลานภัทร..." ป้าหลินฝืนปั้นยิ้มแห้งแล้ง น้ำเสียงที่เคยแผดจ้าเปลี่ยนเป็นสั่นเครือ "พวกเรา... พวกเราก็คนตระกูลเดียวกัน ไผ่กอเดียวกัน ไยต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต ป้า... ป้าแค่มาทวงถามตามธรรมเนียม... ค่าเช่าที่ดินที่ลื้อควรจ่ายให้กงสีก็เท่านั้น..."
"ธรรมเนียม?" จางเหว่ยทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน ดังก้องราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่ม "ดินแปลงนี้ ทางการออกโฉนดให้ภัทรอย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ก่อนเราแต่งงานเสียอีก สัญญาเช่าบ้าบออะไรของตระกูลพวกคุณ ถึงกล้าบุกรุกเข้ามาเรียกเก็บผลผลิตถึงในเขตหวงห้ามของครอบครัวทหาร?"
คำว่า "เขตหวงห้ามของครอบครัวทหาร" ทำเอาป้าหลินหน้าถอดสีลงไปอีก โทษฐานบุกรุกและกรรโชกทรัพย์ทหารประจำการในยุคสมัยนี้ ร้ายแรงถึงขั้นถูกส่งตัวไปใช้แรงงานปรับทัศนคติในเหมืองห่างไกลได้เลยทีเดียว
ภัทรยกยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปใกล้ป้าสะใภ้ทีละก้าว กลิ่นอายความรู้และอำนาจที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้รูปลักษณ์แพทย์หนุ่มผู้สุภาพ ทำให้ป้าหลินรู้สึกราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนบ่า
"ป้าใหญ่ครับ คนเราทำอะไรย่อมรู้อยู่แก่ใจ" ภัทรโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำในโสตประสาทของอีกฝ่าย "สมุนไพรโสมตังกุยแปลงที่ป้าหมายตาไว้ ตั้งใจจะเอาไปขายต่อให้พ่อค้าคนกลางในตลาดมืดเพื่อแลกกับเงินก้อนโตสินะครับ? น่าเสียดาย... โสมพวกนั้นถูกรดด้วยน้ำยาบำรุงพิเศษที่ผมคิดค้นขึ้นเอง หากไม่ใช่เจ้าของแปลงดูแลอย่างถูกวิธี รากของมันจะเน่าสลายกลายเป็นพิษภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงทันที... ป้าอยากลองเอาไปปลูกดูไหมล่ะครับ?"
ดวงตาของป้าหลินเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก นางจ้องมองนัยน์ตาคู่สวยของหลานชายภรรยาที่ดูราวกับหลุมพรางลึกไร้ก้นบ่อ เด็กนี่... เด็กนี่มันไม่ใช่คนอ่อนแอที่ยอมให้รังแกเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว!
"แก... แกมันตัวซวย!" ป้าหลินหมดหนทางจะแก้ตัว จึงหวังจะใช้ไม้ตายสุดท้ายคือการอาละวาดโวยวายตามนิสัยเดิม นางหวังจะทิ้งเอกสารในมือลงกับพื้นแล้วลงไปดิ้นพรากๆ โทษว่าเด็กมันเนรคุณ
ทว่า... มือหนาของจางเหว่ยไวราวกับสายฟ้าแลบ คว้าข้อมืออ้วนท้วมนั้นไว้มั่น บีบเพียงเบาๆ แต่ทำเอาป้าหลินร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด กระดูกข้อมือแทบจะแหลกสลายคามือ
"การขัดขวางภารกิจของทหาร และการพยายามกรรโชกทรัพย์ในเขตทหาร มีบทลงโทษตามกฎหมายอาญาชัดเจน" จางเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไร้ซึ่งความปรานี "ถ้าไม่อยากไปนอนซังเตที่ค่ายทหาร ให้เวลาคุณสามวินาที... ไสหัวออกไปจากเขตบ้านของภัทรซะ"
ป้าหลินหน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ นางไม่กล้าแม้แต่จะต่อรอง รีบสะบัดมือออกจากการจับกุมอย่างลนลาน คว้าเศษกระดาษในมือแล้ววิ่งหนีหางจุกตูดออกไปจากบริเวณนั้นทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเบาๆ ของชาวบ้านที่ยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความสะใจ
บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความสงบ ภัทรพ่นลมหายใจยาวออกมาเบาๆ ความตึงเครียดเมื่อครู่สลายหายไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มโล่งอก เขาดึงตัวสามีหนุ่มเข้ามาใกล้ เลื่อนมือไปจัดปกเสื้อให้เรียบร้อยด้วยความใส่ใจ
"มือหนักไปหรือเปล่าครับ ท่านสารวัตรจาง" ภัทรเอ่ยแซحด้วยดวงตาระยิบระยับ
จางเหว่ยสחสายตากลับมามองภรรยา ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความอ่อนโยนลึกซึ้งที่มอบให้คนตรงหน้าเพียงผู้เดียว มือหนายกขึ้นโอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างเป็นเจ้าandเจ้าของ
"สำหรับคนที่กล้ามายุ่งกับดวงใจของผม แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำครับ" จางเหว่ยกระซิบเสียงนุ่มข้างใบหู "ว่าแต่... จัดการปัญหาตัวน่ารำคาญเสร็จแล้ว มื้อเที่ยงวันนี้ภรรยาคนเก่งจะทำอะไรให้ผมกินครับ? ตั้งแต่เช้าผมได้กลิ่นหอมๆ ลอยมาจากครัวจนไม่มีสมาธิทำงานแล้วนะ"
ภัทรหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายแห่งความสุข "อยากรู้เหรอครับ? งั้นก็ตามผมมาที่ครัวสครับ รับรองว่าวันนี้ผมจะทำ 'ซุปไก่ตุ๋นโสมป่า' สูตรลับเฉพาะที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ มาตลอดคืนให้คุณได้ชิมเป็นคนแรก..."
พูดจบ ภัทรก็หมุนตัวเดินนำสามีมุ่งหน้าไปยังห้องครัวหลังบ้าน โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่า... ที่มุมรั้วไผ่ด้านนอกสุด มีเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนกำลังแอบซ่อนอยู่ พร้อมกับกลิ่นอายอันตรายที่โชยมาตามสายลมหนาว...
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางแก้ไขชะตากรรมไปด้วยกันนะครับ
คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง•ตอนที่ 4
ตบหน้าให้หายซ่า
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!