คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง•ตอนที่ 2

สมุนไพรในป่าหลังบ้าน

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
เสียงทุบโต๊ะไม้สนเนื้อหยาบดังปังจนชามกระเบื้องเคลือบสีหม่นบนตู้สั่นสะเทือน ป้าสะใภ้ใหญ่หลี่ชิ่วว์ถลึงตาใส่ภัทรจนแทบจะถزนออกมานอกเบ้า มือเหี่ยวย่นชี้หน้าสามีของเขาที่กำลังก้มหน้าก้มตาเหลาไม้ฟืนอยู่ข้างเตาไฟ "ไอ้เหว่ย! แกจะปล่อยให้ภรรยาผลาญข้าวสารบ้านเราไปถึงไหนกัน! คนทั้งหมู่บ้านเขาทำงานแลกแต้มสะสมในกองผลิต แต่เมียแก... ดูเอาเถอะ! นอนตื่นสายโด่งแถมยังเดินหายเข้าป่าหลังเขาไปครึ่งวัน กลับมามือเปล่าแถมหอบเอาหญ้ารกๆ กลับมาต้มกินเป็นยา นี่แกตั้งใจเลี้ยงเมียไว้เชิดหน้าชูตาหรือเลี้ยงภาระไว้ถ่วงความเจริญของตระกูลจางกันแน่!" จางเหว่ยหยุดมือที่กำลังถือมีดเหลาไม้ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาบังร่างภัทรที่นั่งอยู่หน้าเตาถ่านจนมิด ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่าหันไปมองป้าสะใภ้ช้าๆ ความกดดันจากบรรยากาศรอบตัวลดฮวบทันทีจนหลี่ชิ่วว์ต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอโดยไม่รู้ตัว "ข้าวสารในกระสอบนั้น เป็นส่วนแบ่งจากหยาดเหงื่อของผมที่ไปรับจ้างขุดทางเกวียนเมื่อเดือนก่อน ไม่ได้เบียดบังเสบียงส่วนรวมของตระกูล และภรรยาของผม... จะทำอะไร ก็เรื่องของพวกเราครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง เอ่ยออกมาด้วยความราบเรียบแต่น่าเกรงขาม ทว่าก่อนที่ป้าสะใภ้จะทันได้แผดเสียงแหลมสูงโวยวายต่อ ภัทรก็ยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ พร้อมกับส่งรอยยิ้มบางเบาที่ดึงดูดสายตาให้หยุดนิ่งไปชั่วขณะ ภัทรในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้าน ค่อยๆ วางตะกร้าไม้ไผ่สานเก่าๆ ลงบนพื้นดิน กลิ่นดินชื้นและกลิ่นหอมเย็นประหลาดลอยโชยออกมาจากพืชพรรณในตะกร้า ดวงตาคู่สวยพินิจมองท่าทีของป้าสะใภ้ใหญ่ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความหวาดกลัว หรือความโกรธเกรี้ยว... แต่มันคือสายตาของแพทย์ผู้กำลังตรวจวินิจฉัย "โรคร้าย" ในตัวคนไข้ที่ไร้ทางเยียวยา "ป้าสะใภ้ใหญ่พูดถูกครับ ผมมันคนสะใภ้สะเพร่า ทำประโยชน์อะไรให้ตระกูลจางไม่ได้เลย..." ภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน นุ่มนวล ชวนฟัง ทว่าแฝงรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "แต่แปลกจริงนะครับ... ต้นหญ้ารกๆ ที่ป้าว่า เมื่อครู่ผมบังเอิญไปเจอเข้าที่ซอกผาหลังบ้าน มันกลับเป็นสมุนไพรล้ำค่าที่พวกพ่อค้าจากตัวอำเภอตามหาให้ควั่ก ใบหนึ่งแลกกับแป้งสาลีเนื้อดีได้ตั้งครึ่งชั่งเชียวล่ะครับ" หลี่ชิ่วว์ชะงักกึก อ้าปากค้าง สมองที่คุ้นชินกับการเอาเปรียบคนอื่นประมวลผลอย่างรวดเร็ว "หญ้าบ้าอะไร หน้าตาเหมือนวัชพืชขมๆ แบบนั้น ใครเขาจะบ้าเอาแป้งสาลีมาแลกแกอย่ามาต้มตุ๋นฉันนะ!" "ถ้าไม่เชื่อ ป้าจะลองเอาไปต้มดื่มแก้โรคปวดข้ออักเสบเรื้อรังที่กำเริบทุกครั้งตอนอากาศเปลี่ยนดูก็ได้นะครับ..." ภัทรหยิบรากไม้สีน้ำตาลเข้มรูปร่างประหลาดขึ้นมาถือไว้ พลางหมุนพลิกไปมาอย่างอารมณ์ดี "เพียงแต่ว่า... สมุนไพร 'โสมหֵยหลาน' ชนิดนี้ ถ้าใช้ผิดวิธีจากยาอายุวัฒนะจะกลายเป็นยาถอนพิษอย่างแรง ทานเข้าไปแล้วอาจจะปวดท้องถ่ายท้องไปสามวันสามคืน... น่าเสียดายแทนคนแถวนี้จริงๆ ที่มองเห็นของดีเป็นแค่หญ้ารกข้างทาง" คำว่า *'โสม'* กระแทกเข้ากลางใจของหลี่ชิ่วว์และคนที่แอบยืนฟังอยู่หลังประตูกระท่อมอย่างลุงใหญ่จางที่เดินตามมา สมุนไพรตระกูลโสม! ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงและสมุนไพรป่าถูกควบคุมโดยสหกรณ์รัฐ หากมีโสมป่าหลุดรอดมาสักหัว นั่นหมายถึงเงินตราจำนวนมหาศาล หรือตั๋วแลกซื้อจักรยาน เสื้อผ้า หรือแม้แต่เนื้อหมูชั้นดี! จางเหว่ยเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน ชายหนุ่มรู้ดีว่าภรรยาของตนมีความรู้ลึกซึ้งเรื่องแพทย์แผนโบราณจากตำราเก่าแก่ที่ครอบครัวเดิมเคยสะสมไว้ แต่การที่ภัทรสามารถจำแนกสมุนไพรหายากที่ขึ้นอยู่ตามซอกเขาหินปูนที่คนในหมู่บ้านเดินเหยียบย่ำกันมาหลายชั่วอายุคนได้นั้น ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน สายตาสองคู่ของสามีภรรยาตระกูลใหญ่จ้องเขม็งมาที่ตะกร้าไม้ไผ่ในมือภัทร ความโลภฉายชัดผ่านนัยน์ตาฝ้าฟางของหลี่ชิ่วว์ทันที นางเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือ ฝืนปั้นรอยยิ้มเกลื่อนกลกลกลืนน้ำลายฝืดคอ "แหม... อาภัทรนี่ก็ตาดีจริงๆ ป้าก็แค่หยอกเล่นตามประสาคนแก่ หวังดีกลัวหลานสะใภ้จะเหนื่อยแดดเหนื่อยลมต่างหากเล่า ไหนๆ ก็เจอของดีตั้งในเขตพื้นที่บ้านเดียวกันแล้ว... สมุนไพรพวกนี้ ก็น่าจะเอามาแบ่งปันให้กองกลางของตระกูลเราเก็บรักษาไว้ เพื่อเอาไปแลกเสบียงมาจุนเจือทุกคนในครอบครัวไม่ใช่หรือจ๊ะ?" ภัทรหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไพเราะราวกับระฆังแก้วแต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ ดวงตาคู่คมกวาดมองใบหน้าละโมบของป้าสะใภ้ใหญ่ด้วยความสมเพชเวทนา "แบ่งปันหรือครับ? ตอนที่พวกเราแต่งเข้ามาใหม่ๆ ไม่มีแม้กระทั่งข้าวสารกรอกหม้อ ป้าสะใภ้ใหญ่เคยคิดจะ 'แบ่งปัน' ข้าวต้มก้นหม้อให้พวกเราสักทัพพีไหมครับ?" ภัทรเอ่ยเสียงนิ่มนวล ทว่าแต่ละคำกลับคมกริบดั่งใบมีดโกนที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ "สมุนไพรเหล่านี้ งอกเงยขึ้นบนดินแดนรกร้างที่ไม่มีใครสนใจย่างกรายมาสิบปี มันเป็นกรรมสิทธิ์ของผมกับจางเหว่ยโดยชอบธรรม... ถ้าป้าสะใภ้ใหญ่อยากได้นัก ลองเอาแปลงผักสวนครัวส่วนตัวหลังบ้านมาแลกดูสิครับ เผื่อผมจะใจดีแบ่งให้สักรากสองราก" "แก! นังเด็กปากดี กล้าต่อรองกับผู้ใหญ่อย่างนั้นเรอะ!" หลี่ชิ่วว์โกรจนหน้าดำคร่ำเครียด กำหมัดแน่นจนตัวสั่น จางเหว่ยขยับตัวก้าวมาบังหน้าภัทรไว้ครึ่งก้าว รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากอดีตทหารช่างที่ผ่านสมรภูมิรบจริง ทำให้สองสามีภรรยาตระกูลใหญ่ต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญกลับไปก่อนครับ พวกเราต้องเตรียมตัวทำอาหารเย็นแล้ว" จางเหว่ยเอ่ยเสียงทุบโต๊ะครั้งสุดท้าย ก่อนจะปิดประตูกระท่อมไม้ใส่หน้าคนทั้งสองเสียงดังสนั่น ภายในห้องครัวที่อบอุ่นขึ้นมาถนัดตา ภัทรทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ ถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเบาๆ มือเรียวหยิบสมุนไพรในตะกร้าออกมาจัดเรียงอย่างทะนุถนอม รากไม้สีน้ำตาลที่เขาเรียกว่าโสมหֵยหลานนั้น แท้จริงแล้วคือ "โสมตังกุยป่า" อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีที่ซ่อนตัวอยู่ใต้รากเฟิร์นหนาแน่น มันคือวัตถุดิบชั้นยอดในการบำรุงเลือดลมและปรับสมดุลธาตุในร่างกาย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูสุขภาพของจางเหว่ยที่สะสมความเหนื่อยล้ามานานปี จางเหว่ยเดินเข้ามาเงียบๆ วางมือหนาลงบนไหล่บางของภรรยา บีบนวดเบาๆ เพื่อคลายความตึงเครียด สายตาทอดมองใบหน้าด้านข้างของภรรยาด้วยความรักและเทิดทูนสุดหัวใจ "เหนื่อยไหมครับ?" เสียงทุบต่ำเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน ภัทรส่ายหัว รอยยิ้มอ่อนหวานผุดขึ้นที่มุมปาก มือเล็กเอื้อมไปกุมมือหยาบกร้านของสามีไว้ "ไม่เหนื่อยเลยครับ... ตรงกันข้าม นี่เพิ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นต่างหาก" เขาลุกขึ้นยืน จัดแจงหยิบเนื้อหมูติดมันชิ้นเล็กๆ ที่แอบเก็บไว้ในมิติลับ ออกมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ พร้อมกับขิงแก่และรากโสมตังกุยที่เพิ่งเก็บมาสดๆ กลิ่นหอมฉุนของสมุนไพรและเครื่องเทศเริ่มโชยฟุ้งผสมผสานกับควันไฟจากเตาถ่าน ภัทรตั้งหม้อดินเผาใบเก่า ใส่น้ำสะอาดแล้วต้มเคี่ยวช้าๆ เพื่อทำ "ซุปโสมตุ๋นหมูสามชั้น" บำรุงกำลังให้สามี กลิ่นหอมหวานละมุนของน้ำซุปที่เคี่ยวจนงวด กลมกล่อมด้วยกลิ่นอายของโสมป่าและเนื้อหมูตุ๋นเปื่อยนุ่ม ค่อยๆ ลอยลอดรอยแตกของผนังไม้ และพัดผ่านสายลมยามเย็นกระจายอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้านตระกูลจาง จนกระทั่งบ้านเรือนข้างเคียงเริ่มส่งเสียงฮือฮาและกลืนน้ำลายด้วยความอยากอาหาร ทว่า... ในขณะที่กลิ่นหอมกำลังเย้ายวนใจผู้คนนั่นเอง เสียงเคาะประตูรั้วบ้านอย่างรุนแรงและกระด้างก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งของหัวหน้าหมู่บ้านที่มาพร้อมกับชายแปลกหน้าในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รัฐจากตัวอำเภอ "จางเหว่ย! ภัทร! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! มีคนจากสำนักงานเกษตรอำเภอมาตรวจสอบเรื่อง 'สมุนไพรคุ้มครอง' ที่พวกนายแอบลักลอบขุดจากป่าสงวน!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%