คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง•ตอนที่ 1

ฟื้นคืนจากเถ้าถ่าน

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
เสียงตบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังลั่นเรือนหลังน้อยจนฝุ่นผงจากร่องฝาผนังร่วงกราวลงมากลบเกลื่อนกลิ่นอับชื้น กลิ่นหืนของน้ำมันตะเกียงและกลิ่นสาปโคลนในฤดูร้อนคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว แต่สิ่งที่คมกริบยิ่งกว่ากลิ่นเหล่านี้คือสายตาดุดันของ "ป้าสะใภ้ใหญ่" ที่จ้องเขม็งมายังร่างซึ่งเพิ่งฟื้นคืนสติ "นังภัทร! แกอย่ามาทำเป็นสำออยนอนตายซากอยู่ตรงนี้ ป่วยการจะเรียกร้องความสงสาร! งานในครัวเรือนกองเป็นภูเขา ข้าวสารก้นถังก็ร่อยหรอลงทุกที ถ้าแกยังคิดจะนอนผลาญข้าวปลาของตระกูลจางอย่างไร้ประโยชน์อีกล่ะก็ อย่าหาว่าฉันใจร้าย สั่งให้เหว่ยซัดแกหย่าแล้วไสหัวออกไปจากบ้านหลังนี้เสีย!" ภัทรพยายามกะพริบตาเพื่อปรับโฟกัส ภาพเบลอๆ ของห้องไม้เก่าคร่ำคร่าค่อยๆ ชัดเจนขึ้น สมองที่เคยว่างเปล่าค่อยๆ เรียบเรียงความทรงจำ สติสัมปชัญญะของนายแพทย์หนุ่มอนาคตไกลผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินและสมุนไพรจีนโบราณในศตวรรษที่ 21 กำลังหลอมรวมเข้ากับความทรงจำอันร้าวรานของเจ้าของร่างเดิมในยุค 1970 ยุคสมัยที่ความอดอยาก ความแห้งแล้ง และการกดขี่จากญาติผู้ใหญ่คือความจริงอันโหดร้าย เขายังไม่ตาย... เขาย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างของ "ภัทร" สะใภ้รองผู้มีชะตากรรมอาภัพ ถูกตระกูลสามีรังแกสูบเลือดสูบเนื้อจนตรอมใจตายในวัยยี่สิบปี ภัทรค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด แต่แววตาที่ทอดมองป้าสะใภ้ใหญ่กลับไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มันคือความนิ่งสงบ เยือกเย็น และล้ำลึกราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง "เสียงดังเอะอะอะไรกันครับ..." น้ำเสียงแหบพร่าแต่กังวานและทรงพลังอย่างประหลาดดังลอดริมฝีปากแห้งผากของภัทร เขาไม่ได้ตะคอกกลับ แต่การจ้องมองด้วยสายตาทางแพทย์ที่ผ่านการวินิจฉัยความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน ทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลังอ้าปากเตรียมด่าทอต่อถึงกับสะดุ้งโหย่ง หุบปากฉับโดยไม่รู้ตัว นางรู้สึกเหมือนถูกมองทะลุปรุโปร่งจนน่าขนลุก "แก... แกกล้าดียังไงมามองฉันด้วยสายตาแบบนี้!" ป้าสะใภ้ใหญ่แสร้งทำเป็นตบะแตกเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า นางชี้หน้าด่ากราด "คิดว่าแต่งเข้าบ้านตระกูลจางแล้วจะเป็นคุณนายหรือไง? ถ้าวันนี้แกไม่ยอมไปตักน้ำผ่าฟืนมาเตรียมไว้สำหรับมื้อเย็น ก็อย่าหวังจะได้กินข้าวแม้แต่เม็ดเดียว!" ภัทรแค่นยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นไม่ได้อบอุ่นแต่มันช่างเยียบเย็นจนน่ากลัว ร่างกายนี้แม้จะอ่อนแอเนื่องจากขาดสารอาหารและตรอมใจ แต่จิตวิญญาณภายในคือแพทย์มือหนึ่งผู้ควบคุมความเป็นความตายของมนุษย์ การจะจัดการกับมนุษย์ป้าปากร้ายไร้การศึกษาคนนี้ สำหรับเขาแล้วแทบไม่ต่างจากการรักษาโรคเรื้อรังที่ต้องใช้จิตวิทยาและยาสมุนไพรควบคู่กันไป "ข้าวสารก้นถังที่ท่านพูดถึง..." ภัทรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะยังเซเล็กน้อยแต่แผ่นหลังยังคงตั้งตรงสง่างาม "คือข้าวที่สามีของผมเสี่ยงชีวิตออกไปขุดหาขุดหาในป่าลึกเพื่อแลกมาใช่ไหมครับ? หรือว่าเป็นข้าวที่พวกท่านคอยมาหยิบฉวยเอาไปจุนเจือครอบครัวพี่ใหญ่ผู้เป็นลูกรักกันแน่?" คำพูดที่ตรงไปตรงมาและจี้ใจดำ ทำให้ใบหน้าของป้าสะใภ้ใหญ่เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความโกรธจัด "นังสารเลว! ปากคอเราะร้ายนักนะ วันนี้ฉันต้องสั่งสอนแกแทนพ่อแม่แกเสียบ้าง!" นางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบลงบนใบหน้าขาวซีดของภัทรอย่างสุดแรง ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามือหยาบกร้านนั้นจะกระทบผิวแก้ว มือใหญ่หนาราวกับคีมเหล็กคู่หนึ่งก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของป้าสะใภ้ใหญ่ไว้ได้อย่างมั่นคง แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนป้าสะใภ้ร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด "ใคร..." ป้าสะใภ้หันขวับกลับไปหมายจะด่าทอ แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาดุคมกริบราวกับพยัคฆ์หนุ่มของ "จางเหว่ย" สามีผู้เงียบขรึมและขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายในยามโกรธ นางก็กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก จางเหว่ยสวมเสื้อโค้ทกันหนาวเก่าๆ ที่เปื้อนฝุ่นดินจากการทำงานหนัก กล้ามเนื้อหนาแน่นภายใต้ร่มผ้าขยับไหวตามแรงอารมณ์ เขายังคงจับข้อมือป้าสะใภ้ไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยจนกว่านางจะหน้าถอดสี "บ้านหลังนี้... เป็นสิทธิ์ขาดของผมกับภัทร" จางเหว่ยเอמהเสียงทุ้มต่ำและทรงพลังกังวานในความเงียบ "ถ้าใครยังกล้าแตะต้องภรรยาผมแม้แต่ปลายนิ้ว อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจศักดิ์ศรีความเป็นญาติ" ป้าสะใภ้ใหญ่สะบัดมือหลุดเมื่อจางเหว่ยยอมปล่อย นางถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ถลึงตาใส่คนทั้งสองด้วยความแค้นเคือง "ดี! ปีกกล้าขาแข็งกันทั้งคู่แล้วสินะ! ระวังตัวไว้เถอะ อยู่กันไปก็มีแต่จะอดตายไปด้วยกัน!" ว่าแล้วนางก็สะบัดก้นเดินกระแทกเท้าออกไปจากเรือนไม้ด้วยความโมโห บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบา ภัทรหันกลับมาสบตากับสามี ร่างสูงใหญ่ที่ใครๆ ต่างบอกว่าน่ากลัวและพูดน้อยต่อยหนัก กลับกำลังมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยระคนกังวล มือหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมเอื้อมมาแตะหน้าผากของเขาอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเขาจะแตกสลาย "เจ้า... ยังเจ็บตรงไหนอีกไหม?" จางเหว่ยเอ่ยถาม เสียงทุ้มนั้นสั่นเครือเล็กน้อย ภัทรยิ้มออกมา รอยยิ้มครั้งนี้อบอุ่นและจริงใจอย่างยิ่ง เขาส่ายหน้าเบาๆ พลางวางมือทับลงบนมือหนาของสามี "ผมไม่เป็นไรแล้วครับ... เหว่ยเกอ ต่อไปนี้เราจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบครอบครัวเราอีกเด็ดขาด" จางเหว่ยชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินสรรพนามที่เปลี่ยนไปและความเด็ดเดี่ยวในแววตาคู่นั้น แต่มันกลับทำให้หัวใจของอดีตทหารช่างพองโตอย่างประหลาด เขายกมือขึ้นลูบศีรษะภัทรเบาๆ อย่างรักใคร่ "อืม ฟังเจ้าทุกอย่าง" ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับความอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บของบ้านไม้เก่า จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็จงใจดังขึ้นสามครั้งอย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ตามมาด้วยเสียงตะโกนเอะอะโวยวายของคนจากลานหมู่บ้าน "จางเหว่ย! ภัทร! ออกมาเดี๋ยวนี้! หัวหน้ากองผลิตเรียกประชุมด่วน เกิดเรื่องใหญ่ที่ยุ้งฉางกลางของคอมมูนแล้ว!" จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่นทันที เขากำลังจะก้าวออกไปดู แต่ภัทรกลับดึงชายเสื้อเขาไว้ พร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่จุดประกายขึ้นในดวงตาคู่สวย --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและเริ่มต้นชะตากรรมใหม่ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%