คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง•ตอนที่ 7

คำเตือนจากหมอ

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"ถ้าแกยังฝืนลากสังขารมาทำนาทั้งที่กระดูกสันหลังอักเสบเรื้อรังแบบนี้ อีกไม่เกินสามเดือน แกจะได้นอนเป็นอัมพาตบนแคร่ไม้ไผ่โดยที่ลูกเมียต้องมาเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้... ถึงวันนั้นเงินหยวนที่แกเก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต จะพอจ่ายค่าโลงศพไหมล่ะครับ ลุงเฉิน" น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวด้ามมีดผ่าตัดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงบ้านดินหลังเก่า ปลายนิ้วเรียวยาวของภัทรที่เพิ่งกดลงบนจุดชีพจรบริเวณเอวของชายวัยกลางคนผละออกอย่างนุ่มนวล เขาใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดมืออย่างใจเย็น ขณะที่ลุงเฉิน—หัวหน้าคนงานเหมืองหินผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดื้อด้าน—หน้าถอดสี นั่งตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อคำวินิจฉัยที่ตรงเผงเสียยิ่งกว่าหมอประจำอำเภอ บรรยากาศในห้องอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียด ชาวบ้านอีกหลายคนที่มาเข้าคิวรอรับการรักษาต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง แม้แต่เด็กน้อยที่เคยร้องไห้งอแงยังต้องซุกตัวเข้าหาอกมารดาด้วยความเกรงขามในแววตานิ่งสงบแต่ทรงพลังของหมอหนุ่มคนใหม่แห่งหมู่บ้านหง Hsing นี่คือบททดสอบในเช้าวันที่เจ็ด นับตั้งแต่ภัทรข้ามมิติกลับมาในยุค 70 ยุคที่ความยากลำบากบีบคั้นให้ผู้คนต้องยอมแลกสุขภาพเพื่อแลกกับเศษเงินประทังชีวิต แต่สำหรับภัทรแล้ว การรักษาไม่ได้เป็นเพียงแค่การจ่ายยาแก้ปวดพาราเซตามอลหรือยาจีนต้มขมปี๋ตามตำราโบราณ เขามีทั้งความรู้แพทย์แผนปัจจุบันที่เฉียบคม และ "มิติลับ" ที่อุดมไปด้วยสมุนไพรหายาก รวมถึงเครื่องมือทางการแพทย์สมัยใหม่ที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างแนบเนียน "หมอภัทร... แล้ว... แล้วผมต้องทำอย่างไรล่ะครับ ลูกสาวยังเล็กนัก ถ้าผมล้มไปครอบครัวคงไม่รอดแน่" ลุงเฉินละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความจนตรอก ภัทรทอดสายตามองชายวัยกลางคนตรงหน้าอย่างมีความหมาย ความเย็นชาภายนอกเป็นเพียงเกราะกำบัง แต่มิติภายในใจของแพทย์สนามเช่นเขาไม่เคยละทิ้งผู้ป่วย เขายื่นห่อกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุยาสมุนไพรสกัดสูตรเฉพาะจากมิติลับให้ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจในการเยียวยา "กินยานี้ติดต่อกันเจ็ดวัน งดแบกหามของหนักเป็นเวลาหนึ่งเดือน และที่สำคัญที่สุด... เลิกดื่มเหล้าต้มกากน้ำตาลของตาแป๊ะบ้านท้ายหมู่บ้านซะ ถ้าไม่อยากให้ตับกับไตพังไปพร้อมกัน" ลุงเฉินรับห่อถุงยามาประคองไว้ราวกับมันคือทองคำแท่ง เขาก้มหัวคำนับซ้ำแล้วซ้ำเล่า "ขอบคุณครับหมอ! ขอบคุณหมอเทวดาจริงๆ!" เสียงซุบซิบชื่นชมดังระงมขึ้นรอบบริเวณ ชื่อเสียงของ "หมอภัทร" เริ่มแพร่สะพัดออกไปไกลกว่าขอบเขตของหมู่บ้านหง Hsing เสียแล้ว จากเดิมที่เป็นเพียงแพทย์ฝึกหัดที่ถูกคนในตระกูลเดิมดูแคลน บัดนี้เขากลายเป็นที่พึ่งทางใจและกายอันดับหนึ่งของชาวบ้านตาดำๆ ที่มักถูกเอารัดเอาเปรียบจากระบบสาธารณสุขที่เข้าไม่ถึง ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เบียดเสียดกันเข้ามา ร่างสูงโปร่งของจางเหว่ย สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมและทรงพลัง ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยสายตาคมกลาบที่คอยสอดส่องความปลอดภัยให้ภรรยาตลอดเวลา บนบ่ากว้างของเขามีถังน้ำและฟืนที่เพิ่งผ่าเสร็จกองโต แสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คอยสนับสนุนภัทรอยู่เสมอ แม้ทั้งคู่จะไม่ได้เอ่ยคำหวานต่อกันต่อหน้าธารกำนัล แต่ความผูกพันที่แน่นแฟ้นผ่านรอยยิ้มบางๆ ที่ภัทรส่งให้และพยักหน้ารับจากจางเหว่ย ก็เพียงพอที่จะทำให้คนมองอิจฉาตาร้อน กระทั่งเวลาล่วงเลยจนถึงยามบ่ายแก่ๆ ผู้ป่วยรายสุดท้ายเดินลับสายตาไป ภัทรจึงได้ทรุดตัวลงนั่งพักบนเก้าอี้ไม้ไผ่ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อคอและไหล่ กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซี่โครงหมูตุ๋นรากบัวและเก๋ากี้" ลอยโชยมาแตะจมูกจากห้องครัวหลังบ้านทันที ท้องของภัทรส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ เป็นสัญญาณว่าพลังงานที่ใช้ไปกับการตรวจคนไข้เกือบยี่สิบเคสเริ่มหมดลงแล้ว จางเหว่ยเดินถือผ้าชุบน้ำอุ่นมาซับเหงื่อบริเวณขมับให้ภัทรอย่างเบามือ สัมผัสที่อบอุ่นและทะนุถนอมนั้นทำให้หัวใจของนายแพทย์หนุ่มผู้ผ่านสมรภูมิชีวิตมาโชกโชนรู้สึกอ่อนยวบลงอย่างประหลาด "เหนื่อยไหมครับคนดี วันนี้คนไข้เยอะเป็นพิเศษ" เสียงทุ้มต่ำเอמהยถามด้วยความห่วงใย แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพของภัทรไว้อย่างชัดเจน "ไม่เหนื่อยเท่าไหร่หรอกครับ ได้เห็นพวกเขารอดพ้นจากความเจ็บป่วยและเงื้อมมือของหมอยาเถื่อน ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว" ภัทรอมยิ้มบางๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือหนาหยาบกร้านของสามี "อีกอย่าง... กลิ่นซี่โครงหมูตุ๋นฝีมือคุณนี่แหละที่เป็นยาชูกำลังชั้นดี" ทั้งสองกำลังจะก้าวไปทางห้องครัวเพื่อลิ้มรสชาติอาหารมื้อเย็นอันแสนอบอุ่น ทว่า... *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูด้านหน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีใครต้องการพังมันเข้ามาให้พังกันไปข้างหนึ่ง แรงกระแทกนั้นรุนแรงจนกรอบหน้าต่างไม้เก่าแก่สั่นสะเทือนฝุ่นละอองร่วงกราว จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น รัศมีอำนาจของอดีตทหารช่างแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวไปบังหน้าภัทรไว้โดยอัตโนมัติ มือหนาเอื้อมไปคว้าท่อนไม้ใกล้ตัวเตรียมพร้อมรับมือ ภัทรหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาเยือกเย็นฉายแววครุ่นคิด เขาผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ยาในมิติลับพร้อมใช้งาน และความลับบางอย่างที่เขาเพิ่งค้นพบจากประวัติของคนไข้รายแรกเมื่อตอนสายกำลังจะเชื่อมโยงมาถึงหน้าประตูบ้านหลังนี้ ประตูไม้ถูกผลักกระแทกเปิดผางอย่างแรง เผยให้เห็นร่างของชายชราในชุดเสื้อคลุมซุนยัดเซนเก่าคร่ำครึ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมานจนแทบเสียสติ และด้านหลังของเขาคือ... หญิงสาวสะใภ้ตระกูลหลี่ ผู้เป็นตัวต้นเหตุที่เคยมาสร้างความวุ่นวายให้ภัทรเมื่อหลายวันก่อน "คุณหมอภัทร! ช่วยพ่อฉันด้วย! พ่อฉันกำลังจะตายแล้ว!" หญิงสาวกรีดร้องเสียงหลง ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตา ภัทรนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อกวาดสายตาผ่านอาการกระตุกเกร็งและรอยจ้ำสีม่วงคล้ำบริเวณลำคอของชายชรา... นั่นไม่ใช่โรคชราธรรมดา แต่มันคืออาการของพิษ "รากหนามอสรพิษ" พิษร้ายแรงที่มีเพียงคนในตระกูลอดีตนายแพทย์ใหญ่แห่งมณฑลบูรพาเท่านั้นที่รู้วิธีปรุงขึ้นมา!
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%