เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิต•ตอนที่ 11

พันธสัญญาที่พังทลาย

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"ศิษย์ทรยศเช่นเจ้า ยังกล้าเหยียบย่างกลับมาสู่แดนชำระปราณแห่งนี้อีกหรือ หลิ่งเฟิง!" เสียงคำรามกึกก้องดั่งอสนีบาตฟาดยังไม่ทันจางหาย ปราณกระบี่สีครามเข้มก็พุ่งแหวกอากาศเข้าประชิดลำคอของบุรุษหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า หลิ่งเฟิงมิได้ขยับกายหลบหนีแม้แต่น้อย นัยน์ตาคู่นคมกริบทอประกายเยียบเย็นดั่งห้วงน้ำแข็งหมื่นปี เขากวาดตามองป้ายหยกประจำตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดที่สลักเสลาด้วยอักขระทองคำบริสุทธิ์ ก่อนจะแค่น "วิถีแห่งเซียนที่ท่านยึดถือมาตลอดชีวิต... บัดนี้มันยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่จริงหรือ ท่านอาจารย์?" บนแท่นหยกสีขาวนวล มู่หรงเซียน ในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาอัคคี ยืนหยัดอย่างสง่างามราวรูปสลักหยกหิมะ ทว่าปลายนิ้วเรียวที่ถือกระบี่ประจำกายกลับสั่นระริกเล็กน้อย นางมิใช่สตรีอ่อนแอ นางคือ 'เซียนโอสถน้ำแข็ง' ผู้ซึ่งเคยใช้กระบี่เล่มนี้สังหารมารร้ายนับพันในคราเดียว แต่ในยามนี้ ศิษย์เอกผู้ที่นางเคยชุบเลี้ยงและรักดั่งดวงใจ กลับยืนอยู่เบื้องหน้าในฐานะผู้ทรยศต่อสำนัก และเป็นผู้ถือครองเคล็ดวิชาโลหิตโลกันตร์ที่ฟ้าดินต้องสาป ความเงียบงันอันน่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วลานพิธี บรรดาผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงนับร้อยชีวิตต่างกลั้นหายใจ แรงกดดันจากพลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยว "มู่หรงเซียน..." หลิ่งเฟิงเอ่ยเรียกนามของอาจารย์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความยำเกรงเช่นกาลก่อน "ท่านสอนข้าว่าความยุติธรรมคือแก่นแท้ของการบำเพ็ญเพียร แต่ในวันที่ตระกูลหลิ่งของข้าถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏและถูกกวาดล้างจนสิ้นสำนัก เหตุใด... สำนักเซียนเมฆาสวรรค์ของท่าน ถึงเลือกที่จะนิ่งเฉย และปิดตาข้างหนึ่งเพื่อปกป้องคนชั่วเล่า?" คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในจิตใจของมู่หรงเซียน นางสะท้านเฮือก ดวงตางามวูบไหวด้วยร่องรอยแห่งความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากไร้ความรู้สึกมาเนิ่นนาน "กฎของสำนัก... ย่อมเหนือกว่าสิ่งอื่นใด หลิ่งเฟิง" นางเอ่ยตอบ น้ำเสียงเยือกเย็นพยายามควบคุมความสั่นพร่าของถ้อยคำ "การที่ตระกูลเจ้าครอบครองคัมภีร์ต้องห้าม คือภัยพิบัติที่อาจนำความพินาศมาสู่ยุทธภพ ข้าในฐานะผู้อาวุโสสูงสุด ย่อมต้องรักษาความสงบเรียบร้อยของโลกเซียน หาใช่ความแค้นส่วนตัวของเจ้าไม่" "ความสงบเรียบร้อยงั้นหรือ?" หลิ่งเฟิงหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะเจือด้วยความเคียดแค้นและสมเพชระคนกัน "นั่นคือข้ออ้างของคนอ่อนแอที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกฎเกณฑ์จอมปลอม! หากวิถีเซียนมันบีบคั้นให้คนบริสุทธิ์ต้องตายตกไปตามกัน ข้า... หลิ่งเฟิงผู้นี้ ก็ขอเป็นมารร้ายที่แผดเผาสำนักศักดิ์สิทธิ์ของท่านให้เป็นจุล!" สิ้นเสียงคำราม ปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งทะยานออกจากร่างของหลิ่งเฟิง รังสีอำมหิตแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนพื้นศิลาแกร่งใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม อักขระโบราณนับพันตัวปรากฏขึ้นบนผิวกายของเขา สะท้อนพลังอันชั่วร้ายที่ฝืนกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน เหล่าผู้อาวุโสรอบข้างต่างหน้าถอดสี "เคล็ดวิชากลืนกินวิญญาณโลหิต! เจ้า... เจ้าฝึกวิชาต้องห้ามจริงๆ ด้วย!" มู่หรงเซียนหลับตาลงชั่วขณะ เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแห่งความลังเลใจทั้งหมดได้มลายหายไป เหลือไว้เพียงความเด็ดเดี่ยวและหัวใจที่ด้านชาดั่งหินผา นางยกกระบี่ในมือขึ้นชี้ตรงไปยังร่างของศิษย์รัก "ในฐานะอาจารย์ ข้าสั่งสอนเจ้าไม่ดีเอง..." นางเอ่ยแผ่วเบาราวเสียงกระซิบของสายลมฤดูหนาว "และในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักเซียนเมฆาสวรรค์..." นางสะบัดมือขวา ป้ายหยกประจำตำแหน่งสีทองอร่ามพุ่งแหวกอากาศปักลงบนพื้นศิลาเบื้องหน้าอย่างแม่นยำ เสียงป้ายหยกกระทบพื้นดังสนั่นกังวาน สะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา "ข้า... มู่หรงเซียน ขอตัดขาดจากตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุด ณ บัดนี้!" ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในทันที เสียงอุทานด้วยความตกใจดังเซ็งแซ่จากเหล่าศิษย์และผู้อาวุโส ทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ การกระทำของมู่หรงเซียนเท่ากับการประกาศสละสิทธิ์และสถานะทั้งหมดเพื่อแลกกับการสะสางความแค้นส่วนตัวกับศิษย์ทรuยศด้วยมือของนางเอง หลingเฟิงชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาที่เคยเต็มไปด้วยความเคียดแค้นฉายแววซับซ้อนขึ้นมาวูบหนึ่ง เขามองอาจารย์ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใด บัดนี้กลับยอมสละตำแหน่งสูงสุดเพื่อมาเผชิญหน้ากับเขาเพียงลำพัง "ท่านคิดจะฆ่าข้าด้วยมือของท่านเองสินะ..." หลิ่งเฟิงแสยะยิ้ม แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานาง "ดี! ดีมาก! มาดูกันว่าเซียนโอสถน้ำแข็งผู้ไร้ใจอย่างท่าน หรือมารร้ายผู้ฝืนลิขิตเช่นข้า ใครกันที่จะยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของหุบเหวแห่งนี้!" ทว่า ในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะปลดปล่อยพลังปราณเข้าห้ำหั่นกันจนตายไปข้างหนึ่งนั้นเอง ท้องน้ายามวิกาลที่เคยไร้ดาวเดือนกลับถูกย้อมด้วยสีแดงฉานราวกับโลหิต เมฆหมอกหนาทึบก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว เสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีทองคำบริสุทธิ์ฟาดผ่าลงมาตรงกลางลานพิธีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! แรงระเบิดจากอสนีบาตสวรรค์ทำให้มู่หรงเซียนและหลิ่งเฟิงต้องกระโดดถอยหลังไปคนละ15ก้าว และเมื่อควันสีขาวจางลง บุคคลลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากม่านสายฟ้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นสะประสาทผู้คนทั่วทั้งสำนัก "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง... แต่อาจารย์และศิษย์คู่นี้ คงไม่มีโอกาสได้ตัดสินแพ้ชนะกันหรอกนะ เพราะวันนี้... จุดจบของสำนักเซียนเมฆาสวรรค์ ได้มาถึงแล้ว" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านอักษรในตอนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%