ไออัคคีสีครามแผดเผาจนหินผาเบื้องล่างกลายเป็นจุล กลิ่นอายของค่ายกลชำระล้างสวรรค์โชยคละคลุ้งไปทั่วหุบเขาเมฆาคล้อย
"เจ้ากล้าดีอย่างไร ถึงนำ 'สิ่งแปลกปลอม' เช่นนี้เข้ามาในเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ของสำนักพฤกษาคราม!"
เสียงคำรามของผู้อาวุโสไป๋สิงดังก้องสะท้อนไปทั่วผาชัน นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยว ปราณแท้จริงระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาจากร่างจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น เบื้องหน้าของเขาคือร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆา
มู่หรงเซียนยืนนิ่งดั่งรูปสลักน้ำแข็ง ใบหน้าคมคายไร้ซึ่งความหวั่นไหว แม้ว่ารอบกายจะถูกล้อมไว้ด้วยศิษย์สายในนับร้อยคนที่ถือกระบี่อาคมเล่มคมกริบ นางไม่แม้แต่จะชายตามองกระบี่เหล่านั้น สิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาคู่คมกริบดั่งกระบี่น้ำแข็งคือศิษย์พี่ใหญ่ผู้ผันตัวเป็นผู้ทรยศ
หลิ่งเฟิงยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงสีดำที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาเอง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน ดวงตาข้างหนึ่งเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายมารที่สะสมมาจากการฝึกฝนเคล็ดวิชาต้องห้ามแห่งยุค
"สิ่งแปลกปลอมอย่างนั้นหรือ... ท่านอาจารย์อาไป๋สิง" หลิ่งเฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่นุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบ "สิ่งที่พวกท่านเรียกว่าความถูกต้องแท้จริงแล้ว ก็เป็นเพียงกฎเกณฑ์คร่ำครึที่ใช้ปิดกั้นความจริงอันน่าสมเพชของสำนักนี้ก็เท่านั้น"
"บังอาจ!" ผู้อาวุโสไป๋สิงสะบัดแขนเสื้อ กระบี่บินคู่กายพุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าใส่หลิ่งเฟิงด้วยความเร็วราสายฟ้าแลบ ปราณกระบี่แหลมคมพกพาเจตจำนงสังหารที่พร้อมจะผ่าร่างของคนให้เป็นสองทีกfพริบตาเดียว
ทว่า... ก่อนที่กระบี่เล่มนั้นจะทันเข้าถึงตัวหลิ่งเฟิง เงาร่างสีขาวสายหนึ่งก็พุ่งตัดหน้าขึ้นมาอย่างงดงามไร้ที่ติ
*เคร้ง!*
เสียงโลหิตกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว มู่หรงเซียนสะบัดพัดหยกในมือรับกระบี่บินนั้นไว้ได้อย่างง่ายดาย แรงปะทะทำให้ลมปราณรอบตัวนางแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง จนศิษย์สำนักรอบด้านต้องถอยร่นไปหลายก้าวด้วยความตื่นกลัว
"อาจารย์น้องมู่! เจ้าคิดจะขัดขวางการกวาดล้างของสำนักใหญ่หรืออย่างไร!" ผู้อาวุโสไป๋สิงตะคอกเสียงดังลั่น สีหน้าเขียวคล้ำด้วยความไม่พอใจ "คนผู้นี้ฝึกฝนวิชามาร นอกรีต นอกรอย ฝืนลิขิตฟ้าดิน หากปล่อยไว้ สำนักพฤกษาครามของเราจะต้องพินาศเพราะมัน!"
มู่หรงเซียนมิได้ตอบคำนางทันที นางปรายตามองศิษย์น้องผู้เยือกเย็น นัยน์ตาคู่สวยฉายแววซับซ้อนยากหยั่งถึง ปมในอดีตเรื่องการสูญเสียศิษย์รักที่นางเคยอบรมสั่งสอนผุดขึ้นมาในห้วงความคิดราวกับเงาตามตัว ทุกรอยแผลเป็นในจิตใจยังคงเจ็บปวดราวกับถูกเข็มเงินนับพันเล่มทิ่มแทง
"ข้าไม่ได้ปกป้องเขา..." มู่หรงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าทรงพลังจนกดดันให้ทุกคนต้องเงียบเสียงลง "แต่กฎของสำนักระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ทำผิดต้องได้รับการไต่สวน ณ หอพิพากษาฟ้าดิน ไม่ใช่การตัดสินประหารชีวิตด้วยอารมณ์ชั่ววูบของพวกท่าน"
หลิ่งเฟิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณในขุมนรก "ไต่สวนงั้นหรือ? อาจารย์เซียนน้ำแข็ง... ท่านยังคงยึดมั่นในความยุติธรรมจอมปลอมนี้อยู่อีกหรือ? พวกมันไม่เคยต้องการความจริง ตั้งแต่แรกแล้ว สิ่งที่พวกมันต้องการคือการกำจัดข้า ผู้ที่ล่วงรู้ความลับเบื้องหลังโอสถสวรรค์อันโสมมต่างหาก!"
คำพูดของหลิ่งเฟิงพุ่งเข้ากระแทกจิตใจของมู่หรงเซียนราวกับสายฟ้าฟาด ความสงสัยที่นางเก็บงำไว้ในใจมานานนับปีเริ่มสั่นคลอน
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร..." มู่หรงเซียนหันกลับมามองหลิ่งเฟิง แววตาเย็นชาเริ่มมีความร้าวรานปรากฏขึ้นเล็กน้อย
"อยากรู้ความจริงไหมล่ะครับ อาจารย์..." หลิ่งเฟิงก้าวเข้าไปใกล้มู่หรงเซียนอย่างไม่เกรงกลัว แม้ปลายพัดหยกของนางจะจ่ออยู่ห่างจากลำคอของเขาเพียงแค่คืบ "ถ้าเช่นนั้น ก็ลองเลือกดูสิว่า... ระหว่างการรักษาเกียรติยศของสำนักเน่าเฟะแห่งนี้ กับการก้าวไปสู่ความจริงที่อาจทำลายทุกสิ่งที่ท่านเชื่อมั่น ท่านจะเลือกสิ่งใด"
ท้องนภาเบื้องบนแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มในพริบตา เมฆฝนทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับมีผู้ใดชักใยอยู่เบื้องหลัง เสียงคำรามของสายฟ้าฟาดดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับสวรรค์กำลังพิโรธต่อการสนทนาอันหมิ่นเหม่นี้ ทัณฑ์สวรรค์ที่ไร้เหตุผลกำลังก่อตัวขึ้นเหนือหัวของพวกเขาทั้งสองคน
ผู้อาวุโสไป๋สิงหน้าถอดสีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากเบื้องบน "แย่แล้ว... ค่ายกลชำระล้างดึงดูดทัณฑ์สวรรค์ขั้นเก้ามาแล้ว ถอยเร็ว!"
ในวินาทีที่ทุกคนกำลังแตกตื่นและวิ่งหนีเอาชีวิตรอด หลิ่งเฟิงกลับคว้าข้อมือของมู่หรงเซียนไว้แน่นด้วยพละกำลังที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป พร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่ซ่อนประกายบางอย่างไว้
อสนีบาตสีทองคำเส้นมหึมาผ่าทะลวงลงมาจากยอดเมฆพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ ท่ามกลางแสงสว่างวาบที่กลืนกินทุกสิ่งจนขาวโพลน หลิ่งเฟิงกระซิบข้างหูของนางด้วยเสียงอันแผ่วเบาแต่ชัดเจนแจ่มแจ้ง
"อาจารย์... พวกมันส่งคนมาฆ่าท่านตั้งแต่ออกจากหุบเขาแล้ว... และคนที่สั่งก็คือไป๋สิงผู้นั้น"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในจิตวิญญาณแห่งการบำเพ็ญเพียรไปพร้อมกับเพลิงโอสถสวรรค์นะครับ
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิต•ตอนที่ 4
ทัณฑ์สวรรค์ที่ไร้เหตุผล
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!