"เจ้ากล้าดียังไงถึงเหยียบย่างกลับมายังยอดเขาหิมะหมื่นปี... เจ้าคนเนรคุณ!"
เสียงตวาดกึกก้องปานสายฟ้าฟาดจากปากของ 'ไป๋ซาน' ศิษย์พี่ร่วมสำนักของมู่หรงเซียน ร่างกำยำในชุดสีเพลิงของเขาสั่นสะท้านด้วยโทสะ กระบี่ในมือแผ่ไอความร้อนระอุจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว หลิ่งเฟิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้ามู่หรงเซียนไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้เพียงปลายนิ้ว ใบหน้าเรียบเฉยของเขาแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของทุกคน
มู่หรงเซียนก้าวขึ้นหน้าหนึ่งก้าว ร่างระหงในชุดขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะแรกตกดูเด่นตระหง่าน ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากร่างของนางจนหยาดน้ำค้างที่เกาะบนใบไม้กลายเป็นผลึกน้ำแข็งในพริบตา นางมิได้มองไปที่ไป๋ซาน แต่สายตาเย็นชาดุจน้ำค้างแข็งจับจ้องไปที่หลิ่งเฟิงด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
"หลิ่งเฟิง... เจ้ากลับมาเพื่อสิ่งใด" เสียงของมู่หรงเซียนราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในห้วงลึกของหัวใจที่นางพยายามกดทับเอาไว้
"ศิษย์กลับมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่อาจารย์เคยพรากไป" หลิ่งเฟิงเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาหนักแน่นราวกับผาหินที่ผ่านการกัดเซาะของกาลเวลา "คำว่า 'ถูกต้อง' ที่ท่านยึดถือ มันมิใช่สิ่งเดียวกันกับสิ่งที่ท่านมอบให้ข้าในหุบเขาไร้แสงวันนั้น"
ยังไม่ทันสิ้นคำ ไป๋ซานก็พุ่งทะยานเข้าใส่ดุจพยัคฆ์ร้าย กระบี่อัคคีในมือวาดวงโค้งเป็นเส้นสายสีแดงฉาน กลิ่นกำมะถันและไอร้อนระอุพุ่งตรงเข้าสู่จุดตายของหลิ่งเฟิงหมายจะปลิดชีพให้สิ้นซากในกระบวนท่าเดียว
*เคร้ง!*
เสียงเหล็กกระทบกันสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้พื้นหินใต้เท้าของทั้งสองแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ผู้ที่เข้ามารับกระบี่ของไป๋ซานไม่ใช่ใครอื่น นอกจากมู่หรงเซียน นางใช้เพียงนิ้วชี้และนิ้วกลางที่เคลือบด้วยปราณน้ำแข็งสีครามรับคมกระบี่อัคคีเอาไว้ได้อย่างมั่นคง
"ท่านอาจารย์! ท่านจะปกป้องคนเนรคุณผู้นี้ไปถึงไหนกัน!" ไป๋ซานคำราม ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้น
"ถอยไป ไป๋ซาน" มู่หรงเซียนกล่าวด้วยกระแสเสียงที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็งในใจนาง "เรื่องนี้... ข้าจะเป็นผู้ตัดสินด้วยตัวเอง"
หลิ่งเฟิงมองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แฝงมากับกระแสลมที่พัดผ่าน ยอดเขาหิมะแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงพวกเขา ในเงามืดของแมกไม้ มีสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาด้วยความหิวกระหาย... มือสังหารจากสำนักลับที่แฝงตัวอยู่ในหมู่ศิษย์ชั้นในเตรียมจะลงมือในจังหวะที่มู่หรงเซียนเสียสมาธิ
"ระวัง!" หลิ่งเฟิงตะโกนก้อง ร่างของเขาพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้าสีนิล
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ประกายเหล็กเย็นเยียบวับแวมขึ้นจากมุมอับ แผ่นกระดาษยันต์อาคมที่ซ่อนไว้ภายใต้แขนเสื้อของศิษย์ผู้หนึ่งถูกดีดออกด้วยแรงปราณมหาศาล มันพุ่งตรงไปยังตำแหน่งหัวใจของมู่หรงเซียนโดยที่นางไม่ทันระวังตัว
หลิ่งเฟิงเบี่ยงตัวเข้าขวาง ร่างของเขารับแรงปะทะจากอาคมร้ายเข้าเต็มอก เสียงอักขระเวทระเบิดออกดังกึกก้อง เลือดสีเข้มกระเซ็นเปรอะเปื้อนชุดสีขาวบริสุทธิ์ของมู่หรงเซียน ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกที่พบน้อยครั้งในชีวิต
"เจ้า... ทำไมถึง..." มู่หรงเซียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางแผ่วเบาจนแทบขาดหาย
หลิ่งเฟิงทรุดกายลงคุกเข่าบนพื้นหิมะ ลมหายใจของเขาติดขัด ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าเขายังคงฝืนยิ้มแม้จะเจ็บปวดรวดร้าว "ข้าเคยบอกท่านแล้ว... ชีวิตของข้า ท่านเป็นผู้มอบให้ ต่อให้ข้าจะทรยศต่อสำนัก หรือเดินบนเส้นทางสายมาร... แต่ข้าไม่มีวันยอมให้ใครทำร้ายท่าน"
ไป๋ซานยืนนิ่งอึ้ง กระบี่ในมือร่วงหล่นลงพื้นด้วยความตกตะลึง ในขณะที่มู่หรงเซียนรีบโอบประคองร่างของศิษย์ที่นางเคยเกลียดชังเข้าไว้ในอ้อมแขน ไอเย็นจากร่างของนางพยายามจะรักษาบาดแผลที่ถูกทำลายด้วยอาคมมืด ทว่ากลับพบว่าไอความมืดในแผลของเขากำลังกัดกินลมปราณของเขาอย่างรวดเร็ว
ทว่า ในความโกลาหลนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือยอดเขาหิมะกลับมืดมิดลงฉับพลัน เสียงคำรามของอสูรเทวะดังขึ้นจากหุบเหวเบื้องล่าง บรรยากาศกดดันจนศิษย์ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องทรุดตัวลงกับพื้นด้วยแรงกดดันมหาศาล
ร่างสูงสง่าของผู้เฒ่าลึกลับคนหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางพายุหิมะที่เริ่มบ้าคลั่ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองอร่ามราวกับมองทะลุผ่านความลับทุกอย่างบนโลกหล้า เขาคือผู้ที่เฝ้าประตูแห่งบรรพกาลที่ทุกคนต่างหวาดเกรง
"เซียนโอสถ... เจ้ากำลังกอดสิ่งที่สวรรค์สั่งให้ทำลาย" ผู้เฒ่าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาดังกังวานก้องไปทั่วขุนเขา "หากเจ้ายังเลือกจะปกป้องศิษย์ผู้นี้... โทษทัณฑ์ที่ตามมาจะมิใช่เพียงแค่การขับไล่จากสำนัก แต่มันคือการลบเลือนชื่อเจ้าออกจากการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร!"
มู่หรงเซียนเงยหน้าขึ้น สายตาของนางที่เคยเย็นชาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งการตัดสินใจ นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน โดยที่มือข้างหนึ่งยังคงกุมกระบี่ไว้แน่น ส่วนอีกข้างปกป้องหลิ่งเฟิงไว้เบื้องหลัง
นางไม่ได้เอ่ยตอบ แต่แรงกดดันจากพลังเซียนระดับสูงก็แผ่กระจายออกจนหิมะรอบข้างระเหยกลายเป็นไอสีขาวโพลน นางตัดสินใจแล้ว... ต่อให้ต้องฝืนลิขิตฟ้าดิน หรือสู้กับเซียนทั้งยุทธภพ นางก็จะไม่มีวันปล่อยให้ศิษย์ผู้นี้ต้องดับสูญในวันนี้!
แต่ทว่า ในจังหวะที่นางกำลังจะชักกระบี่ขึ้นมาประจันหน้า มือของหลิ่งเฟิงที่บาดเจ็บสาหัสกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือของนางไว้แน่น เขากระซิบด้วยเสียงที่แหบพร่าทว่าเปี่ยมไปด้วยความลับที่ทำให้นางถึงกับหยุดชะงัก
"ท่านอาจารย์... อย่าได้ลงมือ... เพราะคนที่ท่านกำลังเผชิญหน้าอยู่... ไม่ใช่ผู้เฒ่าลึกลับคนนั้น..."
หลิ่งเฟิงเบนสายตาไปทางทิศตะวันออก ที่ซึ่งเงาร่างของบุคคลที่คุ้นเคยที่สุดค่อยๆ เผยโฉมออกมาจากเงามืดของก้อนเมฆ—บุคคลที่ตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน... บิดาบังเกิดเกล้าของมู่หรงเซียนที่ดูเหมือนจะกุมความลับของมหาศึกครั้งนี้เอาไว้ทั้งหมด!
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านอักษรในบทนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิต•ตอนที่ 6
การประลองกระบี่อัคคี
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!