เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิต•ตอนที่ 2

เงาร่างที่คุ้นเคย

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
กลิ่นอายของโอสถเม็ดเก้าสวรรค์อบอวลคละคลุ้งไปทั่วตำหนักเมฆาอัคคี อัคคีสีครามที่ลุกโชนอยู่ภายในเตาหลอมสำริดโบราณสะท้อนเข้ากับดวงตาคู่คมของเหล่าผู้วิสุทธิ์นับร้อยที่มารุมล้อม ณ ที่แห่งนี้ ภายในงานชุมนุมปรุงโอสถประจำรอบศตวรรษ บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและเงียบงันจนได้ยินเสียงสะท้อนของหยดเหงื่อที่ร่วงหล่นกระทบพื้นศิลาหยก มู่หรงเซียน ในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาล่องลอย นางยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าเตาหลอมอัคคีทมิฬ ใบหน้ารูปสลักนั้นยังคงความเยือกเย็นดั่งประติมากรรมหยกน้ำแข็ง ไร้ซึ่งความหวั่นไหวต่อไอร้อนระอุที่แผดเผาบรรยากาศรอบกาย แม้นางจะได้รับการยกย่องว่าเป็น "เซียนโอสถน้ำแข็ง" ผู้ไร้พ่ายแห่งดินแดนบูรพา ทว่าในใจลึกๆ กลับมีเงาร่างหนึ่งที่ถูกฝังกลบไว้ด้วยกาลเวลาและคราบน้ำตา... เงาร่างของศิษย์เอกผู้เคยเป็นดั่งดวงใจ "เหลือเวลาอีกก้านธูปเดียว โอสถวิญญาณนภาของสำนักปรมาจารย์มู่หรงก็จะหลอมเสร็จสมบูรณ์แล้ว" เสียงกระซิบกระซาบจากเหล่าผู้อาวุโสด้านล่างดังขึ้นด้วยความระทึก มู่หรงเซียนหลับตาลงครึ่งหนึ่ง สัมผัสถึงพลังปราณสวรรค์ที่กำลังไหลเวียนเข้าสู่เม็ดโอสถภายในเตา ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามวิถีแห่งเต๋าที่นางยึดมั่น—ความถูกต้อง ความบริสุทธิ์ และระเบียบวินัยอันเคร่งครัดที่ค้ำจุนยุทธภพนี้มาเนิ่นนาน ทว่า... *เปรี้ยง!* สายฟ้าสีชาดสายหนึ่งผ่าแหวกมิติลงมาจากท้องนฟ้าที่ไร้เมฆหมอก แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตหลอมรวมพลังถึงกับเข่าทรุดกระอักเลือดออกมาพร้อมกัน ไอร้อนระอุของเตาหลอมอัคคีทมิฬพลันเย็นเยียบลงในพริบตา ราวกับถูกแช่แข็งด้วยจิตสังหารอันเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี มู่หรงเซียนลืมตาโพรงขึ้นอย่างตื่นตระหนก สัมผัสแห่งจิตวิญญาณของนางเตือนภัยถึงอันตรายระดับมหันต์ที่กำลังคืบคลานเข้ามา นางหันขวับไปมองยังทางเข้าหลักของตำหนักเมฆาอัคคีที่ถูกม่านหมอกสีดำทมิฬปกคลุม ม่านหมอกนั้นม้วนตัวราวกับคลื่นทะเลคลั่ง ก่อนจะถูกแหวกออกด้วยกระบี่เล่มหนึ่ง... กระบี่ที่เปล่งประกายแสงสีโลหิตและกลิ่นอายแห่งความตายอันคุ้นเคยอย่างยิ่ง ก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้ามาบนพื้นศิลาหยก เสียงฝีเท้าหนักแน่นกังวานราวดังมาจากขุมนรกภูมิ ผู้มาเยือนสวมชุดคลุมยาวสีดำสนิท เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายรับกับใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาแต่ไร้ซึ่งความรู้สึก ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่นางเคยใช้มือคู่นี้โอบกอดและถ่ายทอดเคล็ดวิชาให้ด้วยความรักความเมตตาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เยียบเย็นและรอยยิ้มเย้ยหยันฟ้าดิน "อาจารย์... ไม่ได้พบกันนาน ท่านยังคงสบายดีอยู่หรือ" น้ำเสียงนั้นทุ้มนุ่ม ทว่ากลับบาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของทุกคนที่ได้ยิน หลิ่งเฟิง... ศิษย์เอกผู้ที่นางจำต้องลงมือขับไล่และปล่อยให้ตกหน้าผาไร้แสงไปเมื่อสามปีก่อน บัดนี้เขายืนอยู่เบื้องหน้า นาง ไม่ใช่ในฐานะศิษย์ผู้ต่ำต้อยอีกต่อไป แต่เป็นผู้ครอบครองเคล็ดวิชาต้องห้ามแห่งมารสวรรค์ที่สามารถสั่นคลอนรากฐานของยุทธภพได้ทั้งแผ่นดิน ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ ทุกสายตาต่างเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง หลิ่งเฟิงกวาดตามองเตาหลอมโอสถเบื้องหน้า ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและความเย้ยหยันต่อหลักการอันจอมปลอมที่สำนักยึดถือ มู่หรงเซียนก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว หัวใจที่เคยเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งมาตลอดหลายร้อยปีกลับเต้นรัวระรัวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งตกใจ โหยหา และหวาดกลัว... นางไม่เคยคิดเลยว่า วันที่ศิษย์รักผู้ล่วงลับจะหวนคืน กลับมาพร้อมกับคมกระบี่ที่จ่อตรงมายังหัวใจของนางเองเช่นนี้ หลิ่งเฟิงค่อยๆ ชักกระบี่ออกจากฝักช้าๆ เสียงโลหิตกระทบคมเหล็กดังก้องกังวานบาดแก้วหู พร้อมกับปราณมารสีดำทมิฬที่พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมเมฆาโดยรอบให้กลายเป็นสีเลือด "วันนี้... ข้า หลิ่งเฟิง จะมาทวงคืนทุกสิ่งที่อาจารย์เคยพรากไปจากข้า... รวมถึง 'ชีวิต' ของท่านด้วย!" ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝืนลิขิตฟ้าไปด้วยกันนะครับ — เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%