"มู่หรงเซียน! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงเอาอนาคตของสำนักหมื่นโอสถมาเดิมพันกับเดรัจฉานตัวหนึ่ง!"
เสียงคำรามดั่งสายฟ้าฟาดของเจ้าสำนักอัคคีสวรรค์สั่นสะเทือนไปทั่วลานพิธีเบื้องหน้าตำหนักใหญ่ ไอปราณสีชาดพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาราวกับอัคคีที่พร้อมแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า ทว่าใจกลางลานหยกขาวอันหนาวเหน็บ ร่างบอบบางในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์กลับยืนหยัดอย่างมั่นคงดั่งภูผาน้ำแข็ง นางไม่ได้สะท้านสะเทือนต่อแรงกดดันระดับหลอมรวมวิญญาณแม้แต่น้อย ใบหน้างดงามไร้ที่ติราวน้ำแข็งสลักยังคงเรียบเฉย ไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดกลัว
เบื้องหลังแผ่นหลังอันบอบบางนั้น คือร่างของ 'หลิ่งเฟิง' ศิษย์ผู้เคยถูกตราหน้าว่าทรยศ สภาพของเขายับเยิน รอยกระบี่ปราณลึกฉกรรจ์อาบย้อมอาภรณ์สีดำสนิทจนชุ่มโชก แต่นัยน์ตาคู่คมกล้าที่เงยขึ้นมองอาจารย์ของตนนั้น เต็มไปด้วยความซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง
มู่หรงเซียนปรายตามองศิษย์ผู้น้องและเหล่าผู้วอาวุโสรอบด้าน สายตาของนางเย็นเยียบราวกับหิมะพันปี แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับก้องกังวาน หนักแน่น และทรงพลังจนทุกคนต้องเงียบเสียงลง
"ผู้ใดรอดจากหุบเขาไร้แสง ย่อมมีวิถีแห่งฟ้าลิขิตเป็นของตนเอง... ข้าคือผู้ถ่ายทอดวิชาให้เขา ย่อมรู้ดีว่าสิ่งใดควรปกป้องและสิ่งใดควรทำลาย"
"ศิษย์ทรยศผู้นี้ฝึกฝนวิชาต้องห้าม วิถีมารกลืนโลหิต หากปล่อยไว้ภัยพิบัติจะมาเยือนสำนักเราอย่างแน่นอน!" ผู้วอาวุโสอาวุโสท่านหนึ่งก้าวออกมา ชี้กระบี่มายังหลิ่งเฟิงด้วยความโกรธเกรี้ยว "เจ้าปกป้องมันเช่นนี้ เท่ากับเป็นปฏิปักษ์ต่อกฎเหล็กพันปีของสำนักเซียนเรา มู่หรงเซียน... เจ้าคิดจะทรยศสำนักตามมันไปด้วยหรือ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ลมหนาวพัดผ่านโบกสะบัดชายผ้าคลุมของมู่หรงเซียน นางหลับตาลงชั่วพริบตา ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อหลายปีก่อนหวนกลับมา... ภาพของศิษย์รักที่ต้องดับสูญไปต่อหน้าต่อตาโดยที่นางไม่สามารถยื่นมือเข้าช่วยได้ทัน ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมานานนับปีคือโซ่ตรวนที่นางแบกรับไว้
นางจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกเด็ดขาด แม้ว่าวันนี้จะต้องยืนหยัดต่อหน้าผู้คนทั้งสำนัก หรือแม้กระทั่งฟ้าดินก็ตาม
"กฎเหล็กมีไว้เพื่อรักษาความสงบ... แต่มนุษย์ต่างหากที่เป็นผู้กำหนดความหมายของกฎ" มู่หรงเซียนลืมตาขึ้น นัยน์ตาส่อประกายแสงสีฟ้าครามวับวาว พลังปราณระดับครึ่งก้าวสู่เซียนแท้จริงระเบิดออกจากร่างอย่างฉับพลัน กดทับเหล่าผู้อาวุโสจนลมหายใจติดขัด "หากผู้ใดต้องการแตะต้องตัวเขา จงก้าวผ่านร่างข้าไปก่อน"
หลิ่งเฟิงเบิกตากว้างเล็กน้อย ยามที่มองแผ่นหลังของสตรีผู้เป็นทั้งอาจารย์และผู้ให้ชีวิตใหม่ เขารู้ซึ้งถึงความโดดเดี่ยวที่นางแบกรับไว้เพื่อเขา หัวใจที่ด้านชามานานนับปีจากการแก้แค้นและความเจ็บปวด คล้ายมีกระแสไออุ่นสายหนึ่งไหลผ่าน ความรู้สึกผิดบาปและความเคารพเทิดทูนหลอมรวมกันจนแน่นอก ริมฝีปากที่แห้งผากเม้มเข้าหากันแน่นจนห่อเลือด
"อาจารย์... ท่านไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้" หลิ่งเฟิงเอ่ยเสียงแหบพร่า พยายามพยุงร่างที่สะบักสะบอมลุกขึ้นยืนเคียงข้างนาง
"หุบปากของเจ้าเสีย" มู่หรงเซียนไม่หันกลับไปมอง น้ำเสียงของนางยังคงเย็นชา ทว่าแฝงความห่วงใยที่ลึกซึ้งเกินกว่าผู้ใดจะเข้าใจ "ข้าเป็นอาจารย์เจ้า วันนี้ต่อให้ฟ้าดินถล่มลงมา ข้าก็คือผู้เดียวที่มีสิทธิ์ตัดสินชีวิตเจ้า"
บรรยากาศในลานพิธีตึงเครียดถึงขีดสุด ผู้วอาวุโสใหญ่กัดฟันกรอด พลังปราณสีนิลในมือรวมตัวเป็นดาบยาวขนาดมหึมา เขาแผดเสียงคำรามลั่น "ในเมื่อเซียนโอสถน้ำแข็งหลงัวมงายถึงเพียงนี้ ก็อย่าหาว่าพวกเราไร้ไมตรีจิต! กำจัดพวกมันทั้งสองคนพร้อมกันเสีย!"
สิ้นเสียงคำราม เงาร่างของยอดฝีมือระดับหลอมรวมวิญญาณนับสิบคนพุ่งทะยานเข้าใส่มู่หรงเซียนและหลิ่งเฟิงในพริบตา แสงกระบี่และอักขระเวทส่องประกายสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้า ดุจดั่งฝนดาวตกที่มุ่งหมายจะทำลายล้างทุกสิ่งให้เป็นจุล
แต่มู่หรงเซียนหาได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างระหงขยับวับวามราวกับภูตพราย มือเรียวบางสะบัดออกเบาๆ กระบี่น้ำแข็งร้อยปีปรากฏขึ้นในมือ พลังความเย็นยะเยือกแช่แข็งทุกสรรพสิ่งแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างในชั่วลมหายใจเดียว
ทว่า ในวินาทีที่คมกระบี่ของทั้งสองฝ่ายกำลังจะปะทะกันจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาท ท้องนภากลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เมฆสีดำทะมึนหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นเหนือตำหนักใหญ่ สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมาใจกลางลานพิธีโดยไร้สัญญาณเตือน!
ทุกคนต่างหยุดชะงักด้วยความตกตะลึง พลังกดดันระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนแผ่ซ่านลงมาจากเบื้องบนจนทุกคนต้องคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
มู่หรงเซียนเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า นัยน์ตาคู่สวยหรี่แคบลงเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวที่กำลังเคลื่อนตัวลงมาจากมิติเร้นลับ
ร่างเงาสูงตระหง่านในชุดคลุมสีทองอร่ามปรากฏขึ้นท่ามกลางสายฟ้าสีทอง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำกังวานที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณของผู้คนนับหมื่นในสำนัก
"มู่หรงเซียน... เจ้ากล้าฝืนกฎสวรรค์ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ดูเหมือนว่าทัณฑ์สวรรค์เก้าชั้นฟ้า คงต้องลงมาสะสางบัญชีกับสำนักของเจ้าเสียที"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านอักษรในตอนนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิต•ตอนที่ 9
การตัดสินใจครั้งสำคัญ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนโอสถไร้ใจกับศิษย์ทรยศผู้ฝืนลิขิต นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!