"ถอยไปเลยนะพี่ทศ! บอกว่าไม่ได้ล็อกห้องไง... เฮ้ย! นี่พวกพี่มาทำอะไรกันเนี่ย!"
เสียงโวยวายของรินที่ดังลั่นห้องในวินาทีแรกถูกกลืนหายไปทันที เมื่อกลุ่มคนที่ยืนอออยู่หน้าประตูไม่ได้มีแค่ไอ้พี่ทศตัวแสบคนเดิม แต่พวกมันมากันเกือบครึ่งคณะวิศวะ! แถมคนที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่สุด ก็คือ 'มิน' เพื่อนสนิทตัวดีของเขานั่นเอง ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าลอยชายราวกับเป็นผู้จัดละครฉากใหญ่
แสงไฟนีออนจากโถงทางเดินสาดกระทบใบหน้าตื่นตะลึงของรินที่ยืนกอดหมอนแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตกวาดมองผู้บุกรุกทีละคนด้วยความรู้สึกระส่ำระสาย ตั้งแต่รุ่นพี่ปีสี่หน้าโหดที่ถือถุงหมูกระทะพะรุงพะรัง ไปจนถึงไอ้มินที่ส่งยิ้มพิมพ์ใจแบบ 'กูรู้นะมึง' มาให้
"อะแฮ่ม... หลีกทางหน่อยครับ พระเอกนางเอกเขาจะเคลียร์คิวกันแล้ว" มินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงกวนประสาท พลางโบกมือไล่กองเชียร์วิศวะให้ถอยร่นไปตั้งหลักที่ระเบียงห้องข้างๆ อย่างรู้หน้าที่
ทศที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาในห้องช้าๆ รองเท้าผ้าใบสีเก่งเหยียบลงบนพื้นห้องของรินอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าหล่อเหลายังคงประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่รินเห็นแล้วอยากจะคว้าแจกันมาฟาดสักทีสองที สายตาคมกริบกวาดสำรวจสภาพของรินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเอ็นดูที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่มิด
"ไง... น้องริน ตกใจอะไรขนาดนั้นครับ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว" ทศเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท
"ใครหน้าซีด! แล้วนี่พวกพี่บุกเข้ามาห้องคนอื่นได้ยังไง มารยาทน่ะมีไหมครับ!" รินสวนกลับทันควัน เสียงสั่นนิดๆ ด้วยความประหม่าที่ถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัว แถมหัวใจเจ้ากรรมยังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะเพราะระยะห่างระหว่างเขากับคนที่ยืนประชิดตัวมันใกล้เกินไปแล้ว
"ก็ไอ้มินมันบอกว่าห้องรินไม่มีคนล็อกแถมมีคนกำลังจะกินหมูกระทะคนเดียว... พวกพี่ก็แค่หวังดีกลัวจะเหงา เลยยกพลมาช่วยกินไงครับ" ทศตอบหน้าตาเฉย พร้อมกับยกถุงหมูกระทะขึ้นสูงระดับสายตา ก่อนจะถือวิสาสะเดินเลยผ่านร่างบางไปวางของกินลงบนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้องอย่างคุ้นเคย
รินหันขวับไปมองหน้า 'มิน' ที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงระเบียงทันที ส่งสายตาดุๆ ไปคาดโทษเพื่อนสนิทตัวแสบ แต่มินกลับทำเป็นมองนกมองไม้ ทำปากมุบมิบประมาณว่า 'กูช่วยมึงอยู่นะเว้ย' ใส่ซะอย่างนั้น
บรรยากาศในห้องแคบๆ เริ่มอึดอัดขึ้นมาทีละน้อย เมื่อกองเชียร์ตัวดีทยอยปิดประตูห้องปล่อยให้เขากับทศอยู่กันตามลำพัง (แม้ว่ามินจะยังแอบชะโงกหน้ามองผ่านกระจกใสอยู่เป็นระยะก็เถอะ) กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำยาสระผมยี่ห้อเดียวกับที่เขาใช้ลอยวนอยู่ในอากาศ ยิ่งทำให้รินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเสียเปรียบในทุกๆ ทาง
"นั่งลงก่อนสิครับ จะยืนค้ำหัวพี่ไปถึงไหน" ทศหันมาตบเบาะโซฟาข้างตัวแปะๆ สายตาทอดมองมาด้วยความอ่อนโยนที่นานๆ ทีจะหลุดออกมาให้เห็น
"ไม่! ผมจะยืนตรงนี้ มีอะไรก็พูดมาเลยนะพี่ทศ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ทำไมยังไม่กลับห้องตัวเองไปอีก" รินดื้อดึง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่เริ่มกัดกินหัวใจ
ทศถอนหายใจเบาๆ รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงแววตานิ่งลึกที่ทำให้รินต้องเผลอกลั้นหายใจ ชายหนุ่มร่างสูงขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวรินทีละก้าว จนแผ่นหลังบางต้องถอยร่นไปชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ
"ดึกแล้วเหรอครับ... แต่พี่ว่าเวลามันเพิ่งเริ่มต้นเองนะ" ทศกระซิบเสียงต่ำ ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน รินผับตาลงอัตโนมัติด้วยความตกใจ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด เสียงเคาะกระจกเบาๆ จากระเบียงก็ดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าของมินที่แนบติดกระจกทำปากขมุบขมับส่งสัญญาณเตือนสติบางอย่าง แต่ทศไม่ได้สนใจ เขากลับใช้มือข้างหนึ่งยันผนังห้องกักตัวรินไว้ไม่ให้หนีไปไหน สายตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ข้างใน
"ดื้อจังนะเรา..." ทศเอ่ยเบาๆ น้ำเสียงเจือความเอ็นดูจนคนฟังรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหู
"ใครดื้อ... พี่ต่างหากที่..."
"ริน" ทศเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ทำเอาคำพูดที่เหลือของรินกลืนหายลับไปในลำคอทันที
ดวงตาคู่นคมจ้องมองนิ่ง รอยยิ้มมุมปากหายไปสิ้น เหลือเพียงความจริงจังที่ทำเอารินหายใจไม่ทั่วท้อง ทศขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของกันและกัน
"ถามจริงเถอะ..." ทศเว้นจังหวะ เลิกคิ้วมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรงด้วยความประหม่า ก่อนจะยิงคำถามที่ทำเอารินแทบหยุดหายใจ
"ชอบเขาแล้วใช่ไหม... ถึงได้ทำตัวเลิกลักล้ำเส้นความสัมพันธ์อยู่เรื่อยแบบนี้?"
คำถามนั้นพุ่งตรงเข้ากลางใจราวกับลูกศรที่ปักฉึกลงบนเป้าหมายอย่างไร้ความปรานี รินเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไปหมด ความลับที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้กำแพงความกวนประสาทและการโต้เถียงมาตลอดหลายสัปดาห์ ถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตาอย่างง่ายดายด้วยคำถามเพียงประโยคเดียว
รินอ้าปากพะงาบๆ จะปฏิเสธแต่เสียงมันกลับติดอยู่ที่ลำคอ ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สายตาที่มองสบกับรุ่นพี่หนุ่มฟ้องความจริงทุกอย่างโดยไม่ต้องเอื้อံเอ่ยคำใดออกมาเลย
ทศมองอาการอึดอัดทำอะไรไม่ถูกของคนตรงหน้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อยๆ กลับมาประดับบนใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง แววตาส่องประกายความสุขอย่างปิดไม่มิดเมื่อเห็นปฏิกิริยาที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำสารภาพใดๆ
ชายหนุ่มโน้มใบเข้าไปกระซิบชิดริมหูของคนตัวเล็กที่ตอนนี้ยืนตัวเกร็งเป็นหุ่นยนต์ ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดต้นคอจนรินสะท้านเฮือก
"ถ้าชอบก็บอกกันตรงๆ สิครับ... พี่จะได้ไม่ต้องแกล้งจีบอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้"
รินเบิกตากว้าง สมองตื้อตันจนประมวลผลไม่ทัน มือเล็กกำหมัดแน่นด้วยความเขินอายที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ทว่าก่อนที่รินจะได้อ้าปากโวยวายกลบเกลื่อนความเขิน ทศก็ถือวิสาสะคว้ามือบางขึ้นมาจับเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มพราวระยับที่สว่างไสวที่สุดเท่าที่รินเคยเห็นมาในชีวิต
"และถ้ายังไม่แน่ใจ..." ทศเว้นจังหวะ ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยไล้หลังมือของรินแผ่วเบา ราวกับจังหวะเคาะประตูลอยต่อของหัวใจที่กำลังเปลี่ยนผ่านสถานะ "งั้นคืนนี้... เรามาลองทบทวนสถานะ 'เพื่อนข้างห้อง' กันใหม่ดูไหมครับ?"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางร่วมหัวจมท้ายมาจนถึงตอนนี้ รอดูความคลั่งรักแบบไม่พักของพี่ทศในตอนหน้ากันได้เลยนะครับ!
"สายลมแผ่วเบา"
พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 18
เพื่อนสนิทหรือคนสนิท?
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!