พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 19

การประชันหน้าของคู่แข่ง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“คือกาแฟแก้วนี้… พี่ตั้งใจซื้อมาฝากน้องรินโดยเฉพาะเลยนะครับ พอดีพี่เห็นว่าช่วงนี้โปรเจกต์ปีหนึ่งน่าจะยุ่งมาก กลัวเราจะพักผ่อนไม่เพียงพอ” เสียงทุ้มต่ำของ ‘พี่กรณ์’ ประธานสโมสรนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ปี 3 ดังขึ้นแทรกเสียงจอแจภายในโรงอาหารคณะบริหารธุรกิจ ร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปพับแขนเรียบร้อยส่งยิ้มพิมพ์ใจ พ่วงด้วยดวงตาพราวเสน่ห์ที่ใครเห็นก็คงใจละลาย แต่สำหรับรินในตอนนี้… มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนกองไฟที่รอวันปะทุเสียมากกว่า รินกะพริบตาปริบๆ มองแก้วกาแฟพรีเมียมจากร้านดังที่ถูกเลื่อนมาตรงหน้า สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ส่งยิ้มมาให้ไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงตอนนี้ รุ่นพี่คนนี้แวะเวียนมาหาเขาเป็นรอบที่สามแล้ว ด้วยสารพัดข้ออ้างที่ครีเอทเสียจนรินอยากจะกุมขมับ “เอ่อ… ขอบคุณมากครับพี่กรณ์ แต่จริงๆ ผมเกรงใจจังเลยครับ ช่วงนี้ผมดื่มกาแฟเยอะแล้วด้วย กลัวนอนไม่หลับน่ะครับ” รินพยายามปฏิเสธด้วยรอยยิ้มเจื่อนที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปให้มินเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่มินกลับทำเป็นมองไม่เห็น แถมยังแอบยกมือถือขึ้นมาทำทีเป็นกดเล่น แต่รอยยิ้มเจ้าเลที่มุมปากนั่นฟ้องชัดเจนว่ากำลังสนุกกับการเห็นเพื่อนตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งโรงอาหาร “ไม่เป็นไรครับ แก้วนี้เป็นโกโก้เย็นหวานน้อย พี่จำได้ว่าวันก่อนเราสั่งอันนี้ตอนกินข้าวด้วยกัน” กรณ์พูดพร้อมกับขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ความใส่ใจระดับนี้ถ้าเป็นคนอื่นคงกรี๊ดสลบไปแล้ว แต่รินกลับรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ค่อย *จำแม่นเกินไปแล้วโว้ย!* รินแอบโอดครวญในใจ มือเรียวบีบเข้าหากันแน่น “แหม… จำแม่นจังเลยนะครับ นึกว่าความจำสั้นเรื่องงานเอกสารที่ค้างไว้กับสโมสรซะอีก” เสียงทุ้มห้วนที่ลอยมาพร้อมกับแรงกดหนักๆ บนบ่าด้านขวา ทำ1ให้รินสะดุ้งเฮือก ส่วนกรณ์ถึงกับชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่ ร่างสูงใหญ่ในชุดนิสิตปี 4 ที่ไม่ได้รีดจนเรียบสนิท แต่กลับดูเท่ระเบิดด้วยออร่าความกวนประสาทและสายตาคมกริบที่มองตรงมา ทศยืนค้ำหัวพวกเขาอยู่ด้วยท่าทางสบายๆ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าอีกข้างถือกระป๋องกาแฟกระป๋องเดิมที่มักจะพกติดตัวตลอดเวลา “อ้าว… พี่ทศ?” รินอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกโล่งใจพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนเก็บอาการไม่อยู่ ราวกับเห็นฮีโร่ขี่ม้าขาวมาช่วยชีวิต แม้ว่าฮีโร่คนนี้จะปากเสียใส่เขามาตลอดก็เถอะ “ไงตัวแสบ นั่งทำหน้าเหมือนปวดขี้อะไรตรงนี้เนี่ย หน้าตาบูดบึ้งเชียว” ทศทักทายด้วยน้ำเสียงกวนๆ ตามสไตล์ ก่อนจะปรายตามองแก้วโกโก้บนโต๊ะด้วยหางตา “แล้วนี่… ร้านตั้งไกล เดินไปซื้อหรือนั่งเครื่องบินไปเอาวะเนี่ย ถึงได้มาช้าจนน้ำแข็งละลายหมดแล้วมั้งนั่น” “เอ่อ สวัสดีครับพี่ทศ” กรณ์ฝืนยิ้มทักทายรุ่นพี่ต่างคณะที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดและปากจัด “พอดีผมแวะซื้อให้น้องเขาน่ะครับ เห็นว่าเรียนหนัก กลัวน้องจะเหนื่อย” ทศแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ “หึ… ขยันจังนะครับ งานราษฎร์งานหลวงไม่เคยขาด แต่งานในคณะตัวเองเคลียร์เสร็จหรือยังครับพี่ ถึงได้ว่างเดินข้ามตึกมาแจกขนมจีบเด็กบริหารเนี่ย” บรรยากาศรอบโต๊ะอุณหภูมิลดฮวบทันที คำพูดจิกกัดแบบสุภาพแต่คมกริบของทศทำเอาคนฟังสะอึก กรณ์หน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ก็ยังรักษามารยาทไว้ได้ “ผมก็แค่วิ่งเต้นงานส่วนรวมครับ พอดีน้องรินเขาน่ารัก ใครเห็นก็เอ็นดู” “อ๋อเหรอ… เอ็นดูหรือเอ็นระอา แยกให้ออกก่อนไหมครับ” ทศลากเก้าอี้ตัวข้างๆ มาแทรกกลางระหว่างรินกับกรณ์อย่างไร้มารยาท หน้าตาเฉยเมยราวกับเจ้าของพื้นที่ ศอกหนาวางพาดบนพนักเก้าอี้ของรินอย่างถือวิสาสะ จนไหล่ของทั้งคู่เบียดกันนิดๆ “อีกอย่าง… รินเขามีคนดูแลอยู่แล้ว ไม่ต้องลำบากพี่หรอกครับ เกรงใจ” รินหันขวับไปมองหน้าคนข้างๆ ทันที ตาโตเท่าไข่ห่าน “ใครมีคนดูแลตอนไหนพี่ทศ! อย่ามาพูดจาพล่อยๆ นะครับ ผมดูแลตัวเองได้!” “เงียบไปเลยตัวเล็ก กินข้าวไม่หมดจานเมื่อเช้า เดี๋ยวเหอะ จะโดนดี” ทศหันมาดุเสียงเข้ม แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน มือหนายื่นไปดีดหน้าผากมนของรินเบาๆ หนึ่งทีด้วยความหมั่นเขี้ยว โดยไม่สนใจเลยว่าจะมีสายตาอีกหลายคู่กำลังจ้องมองอยู่ ภาพการหยอกล้อแบบสนิทสนมเกินเบอร์นั้น ทำให้กรณ์ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เขารู้ดีว่าข่าวลือเรื่องเด็กวิศวะปี 4 กับเด็กบริหารปี 1 ห้องข้างกันนั้นหนาหูแค่ไหน แต่ไม่คิดว่าจะแสดงความเป็นเจ้าของชัดเจนขนาดนี้ “ถ้าอย่างนั้น… พี่ขอตัวก่อนนะครับน้องริน ไว้ค่อยคุยกันใหม่” กรณ์ตัดสินใจถอยทัพ ยิ้มเจื่อนให้แล้วรีบเดินเลี่ยงออกไปจากบริเวณนั้นทันที ท่ามกลางเสียงถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอกของริน พอลับร่างของรุ่นพี่นิเทศ ทศก็หันขวับมามองหน้ารินทันที สีหน้าที่เคยขี้เล่นเปลี่ยนเป็นเรียบตึงขึ้นมาทันตาเห็น “ทีหลัง… ถ้ามีใครเอาอะไรมาให้แบบนี้อีก จะกินหมดไหม” น้ำเสียงดุๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก รินที่กำลังโล่งใจชักสีหน้าใส่ทันที “ทำไมผมจะต้องไม่กินด้วยล่ะครับ พี่กรณ์เขามีน้ำใจซื้อมาฝาก ตั้งใจเดินมาตั้งไกล มารยาทผมก็ต้องรับไว้สิครับ หรือว่าพี่ทศอิจฉาที่ไม่มีใครซื้อให้กินบ้างล่ะ” “อิจฉา?” ทศทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองเด็กปากดีที่ชักจะกล้าต่อปากต่อคำกับเขาเก่งขึ้นทุกวัน “หึ… เด็กนี่ ปากเก่งขึ้นนะเรา ตั้งแต่มีคนมาขายขนมจีบเนี่ย หางโผล่ใหญ่แล้วนะ” “ผมไม่ได้ปากเก่งสักหน่อย แค่พูดความจริง!” รินเถียงคอเป็นเอ็น แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโห “แล้วพี่มีสิทธิ์อะไรมาไล่แขกคนอื่นของผมเล่า! เขาจะจีบผมมันก็เรื่องของผมป่ะ พี่เป็นใครเนี่ย มาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอยู่ได้!” คำพูดที่หลุดปากออกไปด้วยความหงุดหงิด ทำให้มินที่นั่งเงียบอยู่นานถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองพรวด รีบหยิบทิชชُّมาเช็ดแทบไม่ทัน ส่วนทศ… เจ้าตัวชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไปจากใบหน้า ดวงตาคมเข้มจ้องมองรินนิ่งๆ ราวกับจะค้นหาความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดนั้น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ หัวใจของรินกระหน่ำเต้นรัวแรงด้วยความตื่นตระหนกเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป มือหนาของทศเอื้อมมาคว้าข้อมือบางของรินไว้โดยไม่มีสัญญาณเตือน แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงแต่ก็ทำให้สะบัดไม่หลุด ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้ากับแก้มเนียน กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาดๆ ลอยเข้าจมูกจนรินต้องกั้นหายใจ “อยากรู้เหรอ… ว่าฉันเป็นใครสำหรับนาย” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู จนรินขนลุกซู่ไปทั้งตัว สมองขาวโพลนคิดคำตอบไม่ออก ในจังหวะที่หัวใจกำลังจะกระโดดออกมานอกอก หน้าจอมือถือบนโต๊ะของทศก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตที่เด้งขึ้นรัวๆ ทศเหลือบตาไปมองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากหยักจะยกยิ้มขึ้นช้าๆ เป็นรอยยิ้มที่ทำเอารินรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ “พี่ทศ ปล่อยเลยนะ คนมองกันหมดแล้ว!” รินโวยวายเบาๆ หน้าแดงก่ำ พยายามดึงข้อมือกลับ “ไม่อล่อย…” ทศตอบเสียงทุ้ม นัยน์ตาส่อแววเจ้าเล่ห์เต็มพิกัด “จนกว่านายจะยอมรับความจริง… ว่าที่หงุดหงิดเมื่อกี้ เพราะหึงที่ฉันไปกวนประสาทเขา หรือเพราะกลัวว่าฉันจะไม่ได้สนใจนายกันแน่?” “ใครหึงพี่! หลงตัวเองชะมัด!” รินแหวลั่นหน้าตาตื่น ทศหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะกดหน้าจอมือถือส่งข้อความบางอย่างออกไปอย่างรวดเร็ว โดยที่รินไม่มีทางรู้เลยว่า… ข้อความที่ถูกส่งไปเมื่อครู่นี้ คือการประกาศสงครามประสาทครั้งใหญ่ ที่กำลังจะทำให้ชีวิตสงบสุขของรินพังไม่เป็นท่า และทันใดนั้นเอง… เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากหน้าจอมือถือของริน ก็ดังขึ้นพร้อมกันสามเสียงรวด! [สายลมแผ่วเบา] *ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะอมยิ้มไปกับความปากแข็งของพี่ทศเขานะครับ*
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%