"ถ้ามึงยังเอาน้ำส้มคั้นใส่น้ำแข็งมาให้กูอีกแก้วเดียว กูจะเอาหลอดดูดนี่แหละจิ้มตาพวกมึงแทนการไปทำกิจกรรมรับน้อง!"
เสียงโวยวายของรินดังลั่นรถบัสปรับอากาศคันใหญ่ที่กำลังพุ่งทะยานมุ่งหน้าสู่รีสอร์ตริมทะเล ท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคักของเพื่อนร่วมชั้นปีที่หนึ่ง โดยเฉพาะ 'มิน' ตัวการสำคัญที่นั่งไขว่ห้างยิ้มแป้นแล้นอยู่เบาะข้างๆ พร้อมกับถือน้ำส้มคั้นเจ้าปัญหาในมือ
"โหย รินเพื่อนรัก มึงต้องบำรุงวิตามินซีป่ะวะ หน้าตาจะได้ผ่องใสเหมาะกับการไปเดินชายหาดกับ... เอ่อ กับเพื่อนๆ ไง" มินลากเสียงยาวอย่างมีเลศนัย พร้อมกับส่งซิกยักคิ้วหลิ่วตาไปยังเบาะแถวหลังสุด ซึ่งมีร่างสูงกว้างของรุ่นพี่วิศวะปี 4 นั่งกอดอกหลับตาพริมอยู่
รินถลึงตาใส่เพื่อนสนิทจนแทบจะหลุดออกมานอกเบ้า มือเรียวกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่องิ้วขาวซีด ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองปนเขิน เพราะตลอดทางสามชั่วโมงที่ผ่านมา แผนการ 'จับคู่' ของแก๊งเพื่อนตัวดีเล่นทำเอาเขาแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี เริ่มตั้งแต่การสลับที่นั่งบนรถให้เขาต้องมานั่งเบาะกลางประกบด้วยรุ่นพี่คณะบริหารที่ถูกจ้างวานมาเนียน (ซึ่งโดนรินไล่ตะเพิดไปนั่งกับคนอื่นแล้ว) ไปจนถึงการเสิร์ฟน้ำ ทิชชู และสารพัดสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งตรงมาจากเบาะหลังของ 'พี่ทศ' คนนั้น
ให้ตายเถอะ! นี่มันทริปเชื่อมสัมพันธ์คณะหรือทริปจับแพะชนแกะกันแน่!
ติ๊ง!
หน้าจอโทรศัพท์ในมือสั่นเบาๆ พร้อมกับแจ้งเตือนข้อความแชตจากแอปพลิเคชันสีเขียวที่คุ้นเคย รินเหลือบมองชื่อผู้ส่งแล้วก็ต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
**[ทศผู้ชายที่งานดีที่สุดในซอย]:** เลิกทำหน้าเหมือนหมาโดนแย่งกระดูกสักทีครับเด็กดื้อ นั่งดีๆ เดี๋ยวก็หัวโขกเบาะหน้าหรอก
รินหันขวับไปมองเบาะหลังทันที ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังคนที่นั่งหลับตาอยู่ แต่ทว่า... รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อยพอดิบพอดีแบบนั้น มันฟ้องชัดเจนว่าพ่อคุณไม่ได้หลับจริงสักหน่อย!
นิ้วเรียวรีบพิมพ์ตอบกลับด้วยความหมั่นไส้ทันที
**[รินเองครับ]:** ใครหมาครับพี่! แล้วเลิกยุ่งกับผมสักทีเถอะครับ ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้หรือไง เพื่อนพี่กับเพื่อนผมนี่มันว่างงานกันมากใช่ไหมถึงได้รวมหัวกันแกล้งผมเนี่ย!
พิมพ์เสร็จก็กดส่งแบบไม่คิดชีวิต แรงกระแทกจากการพิมพ์บอกอารมณ์ความหัวร้อนได้เป็นอย่างดี ไม่ถึงสามวินาที เสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง
**[ทศผู้ชายที่งานดีที่สุดในซอย]:** หมาตัวที่กำลังนั่งหน้าแดงอยู่ตรงหน้าผมนี่แหละครับ... ส่วนเรื่องรวมหัวกันแกล้ง อันนี้ผมปฏิเสธไม่ได้นะ เพราะพวกมันเสนอแผนมาเข้าท่าดี ผมก็เลย... เออ สนองซะหน่อย
รินอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลืออด อยากจะลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อคนกวนประสาทให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่ติดที่สายตาของเพื่อนๆ ทั้งคันรถกำลังจับจ้องมาเป็นตาเดียวราวกับกำลังดูละครโรงใหญ่
"อ่ะแฮ่ม! ถึงที่พักแล้วจ้าทุกคน! ลงจากรถไปรับลมทะเลกันได้เลย!" เสียงพี่สันทนาการตะโกนผ่านไมโครโฟนก้องกังวาน ปลุกบรรยากาศความวุ่นวายให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ท่ามกลางความชุลมุนของการแย่งกันหยิบกระเป๋า รินตั้งใจจะเดินเลี่ยงไปทางกลุ่มเพื่อนคณะบริหารเพื่อหนีให้ห่างจากรัศมีของคนตัวโต แต่ทว่า...
หมับ!
ข้อมือเล็กถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือหนาอุ่นจัดอย่างรวดเร็ว แรงดึงที่ไม่มากไม่น้อยทำให้รินเซถอยหลังไปชนแผ่นอกกว้างของคนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังพอดิบพอดี กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอแดดอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกจนเผลอชะงัก
"จะรีบเดินหนีไปไหนล่ะครับ... น้องริน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู จนขนลุกซู่ไปทั้งแถบ รินสะดุ้งสุดตัวรีบชักมือออกแล้วหันไปค้อนใส่ทันที
"ปล่อยเลยนะพี่ทศ! คนมองกันหมดแล้ว!" รินกระซิบเสียงลอดไรฟัน พวงแก้มใสแดงก่ำลามไปถึงใบหู
ทศยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีนิลคมกริบมองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า วันนี้รินสวมเสื้อฮู้ดแขนยาวสีครีมตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นอวดเรียวขาสวย ช่างเป็นภาพที่ชวนให้คนมองรู้สึก 'มันเขี้ยว' จนอยากจะจับมาฟัดให้หายดื้อเสียจริงๆ
"มองก็ดีสิทธิ์ครับ... จะได้รู้กันทั่วหน้าว่าผมกำลังจีบอยู่" ทศพูดหน้าตาเฉย ไม่มีความสะทกสะท้านใดๆ ทั้งสิ้น แถมยังถือวิสาสะแย่งกระเป๋าเป้สะพายหลังใบย่อมของรินมาถือไว้เองหน้าตาเฉย
"ใครให้พี่ถือ! เอามานี่เลยนะ!"
"ถือให้ในฐานะ... อะไหนดูก่อนดีล่ะ ในฐานะคนข้างห้อง หรือในฐานะคนที่อยากขยับสถานะขึ้นมาเป็นแฟนดีครับ?"
คำพูดหน้าตายแต่สายตากลับจริงจังจนน่ากลัว ทำให้รินถึงกับพูดไม่ออก สมองอื้ออึงไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน รินทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่น เสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตากรุ้มกริ่มคู่นั้น
"เพ้อเจ้ออะไรเล่า! ไปขนของเข้าห้องพักได้แล้ว มินรอกูอยู่โน่นแน่ะ!" รินสะบัดเสียงใส่กลบเกลื่อนความเขิน แล้วรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีไปยังล็อบบี้ของรีสอร์ต ทิ้งให้ทศยืนมองตามด้วยรอยยิ้มเอ็นดูระคนเจ้าเล่ห์
กิจกรรมช่วงบ่ายดำเนินไปอย่างทุลักทุเล เนื่องจากเป็นทริปที่ทางคณะจัดร่วมกันระหว่างบริหารและวิศวะ กิจกรรมละลายพฤติกรรมริมชายหาดจึงเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการแกล้งกันสารพัดรูปแบบ และแน่นอนว่า... ทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังการจับคู่ (ซึ่งนำทีมโดยมินและเพื่อนสนิทฝั่งวิศวะของทศ) ไม่มีทางปล่อยให้ทั้งคู่ได้หายใจหายคออย่างสะดวกแน่
"เอาล่ะครับเกมต่อไป! 'เกมป้อนขนมกระดาษหนังสือพิมพ์' กติกาคือตัวแทนของแต่ละคู่ต้องคาบกระดาษหนังสือพิมพ์แล้วเดินหน้าเข้าไปหาอีกฝ่ายเพื่อส่งขนมให้โดยใช้ปากต่อปาก ห้ามใช้มือเด็ดขาด! คู่ไหนทำขนมตก หรือใช้เวลาช้าที่สุด... โดนทำโทษยกแก๊ง!"
เสียงเฮฮาดังลั่นหาดทรายขาวละเอียด รินที่กำลังนั่งพักเหนื่อยดื่มน้ำอยู่ถึงกับสำลักพรวดเมื่อหันไปเห็นสายตาของมินที่ส่งยิ้มพิกลมาให้ พร้อมกับชูฉลากหมายเลขในมือ
"ไอ้มิน! มึงบอกว่าแค่มานั่งชิลๆ รับลมไม่ใช่เหรอวะทำไมมีเกมบ้าบอแบบนี้ด้วย!" รินโวยลั่น พยายามจะลุกหนีแต่มินไวกว่า คว้าแขนเพื่อนรักไว้ทัน
"เอาน่ามึง ถือว่าช่วยทำคะแนนให้คณะเราชนะไง! อีกอย่าง... มึงดูฝั่งนั้นดิ พี่ทศเขารออยู่แล้วนะเว้ย" มินพยักพิดไปทางฝั่งตรงข้าม ร่างสูงของทศกำลังยืนกอดอกมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มพราวระยับ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนภาพของรินไว้อย่างชัดเจนจนคนถูกมองรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วหน้า
ให้ตายเถอะ รินอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ซะเดี๋ยวนี้เลย!
สุด1ท้าย ด้วยความจำยอมและแรงกดดันจากรอบด้าน รินก็ต้องเดินมาหยุดยืนเผชิญหน้ากับทศบนผืนทราย ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงปรบมือของเพื่อนๆ ที่ดังสนั่นหวั่นไหว
แผ่นกระดาษหนังสือพิมพ์แผ่นบางถูกคาบไว้ที่ริมฝีปากของทศ ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองตรงมาที่รินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำเอาลมหายใจสะดุด
"เริ่มได้!"
เสียงนกหวีดดังขึ้น รินก้าวเข้าไปใกล้คนตรงหน้าอย่างเก้ๆ กังๆ หัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่ง... ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกัน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึก
ทศไม่ได้ขยับตัวเข้ามาหาอย่างรวดเร็วอย่างที่คนอื่นทำ เขากลับค่อยๆ เดินเข้ามาอย่างช้าๆ จงใจทิ้งระยะให้รินได้ตระหนักถึงความใกล้ชิดนี้ ดวงตาสีนิลคู่นั้นพราวระยับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ลึกๆ จนแทบละลาย
รินเม้มริมฝีปากแน่น หลับตาปี๋ด้วยความประหม่า เตรียมจะเอื้อมตัวไปคาบกระดาษตามกติกา แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง!
พรึบ!
ลมทะเลพัดกรรโชกแรงกะทันหัน ทำให้แผ่นกระดาษหนังสือพิมพ์ในปากของทศปลิวหลุดลอยหายไปกับสายลม!
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงแซวจากเพื่อนๆ จะดังระเบิดขึ้น "อุ๊ย! กระดาษปลิวแล้ว ฟาวล์ป่ะเนี่ย!"
แต่ทว่า... ในวินาทีที่กระดาษหลุดลอยไปนั้น รินยังคงก้าวเท้าเข้าไปข้างหน้าตามแรงส่ง ทว่าความผิดพลาด (ที่ตั้งใจหรือบังเอิญก็ไม่อาจทราบได้) ทำให้สะดุดเข้ากับก้อนกรวดเล็กๆ บนหาดทราย ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าอย่างควบคุมไม่ได้
หมับ!
เอวบางถูกคว้าเอาไว้ด้วยวงแขนแข็งแกร่งของทศอย่างรวดเร็วและแม่นยำ แรงดึงรั้งทำให้ร่างของรินพุ่งเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกว้างอย่างจัง และด้วยความตกใจ รินจึงเผลอเงยหน้าขึ้นไปมอง...
ริมฝีปากนุ่มของรินจึงสัมผัสเข้ากับริมฝีปากหยักลึกของทศเข้าอย่างจัง!
เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือรอบด้านดังกระหึ่มยิ่งกว่าเดิมราวกับสนามแตก รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิด สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาบให้เป็นหิน
ทศไม่ได้ผละออกทันที เขากลับใช้นิ้วเรียวประคองท้ายทอยของคนตัวเล็กไว้เบาๆ ริมฝีปากหนายังคงแนบชิดอยู่บนเรียวปากนุ่มนิ่มที่สั่นระริก ก่อนจะผละออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งสัมผัสอุ่นวาบให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหวระรัว
นัยน์ตาคมกริบก้มลงมองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู รอยยิ้มละมุนละไมที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของรุ่นพี่หนุ่มหล่อช่างทรงพลังเสียจนรินแทบจะยืนด้วยขาตัวเองไม่ได้
"อุบัติเหตุ... หรือตั้งใจดีล่ะครับเนี่ย หื้ม... เด็กดื้อ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอารินอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด
คืนนั้น... ท่ามกลางเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งและแสงไฟสลัวจากรีสอร์ต รินที่นอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงนอนนุ่มด้วยความกระวนกระวายใจ ภาพเหตุการณ์ริมชายหาดยังคงวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับสัมผัสอุ่นที่ริมฝีปากที่ยังคงหลงเหลืออยู่
ให้ตายเถอะ! นี่เขาแพ้ทางผู้ชายคนนี้ราบคาบเลยใช่ไหมเนี่ย!
ด้วยความหงุดหงิดปนเขิน รินคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดแชตส่วนตัวที่ไม่ได้คุยกันมาสองชั่วโมง นิ้วเรียวรีบพิมพ์ข้อความยาวเหยียดด้วยความรวดเร็วเพื่อระบายความอัดอั้น
**[รินเองครับ]:** พี่ทศ! ไอ้คนฉวยโอกาส! วันนี้พี่จงใจใช่ไหมเรื่องกระดาษปลิวอะ! แล้วก็... แล้วก็เรื่องเมื่อกี้อีก ใครอนุญาตให้พี่ทำแบบนั้นฮะ! บอกไว้เลยนะว่าผมโกรธมาก! ห้ามมาเข้าใกล้ผมอีกนะ!
พิมพ์เสร็จด้วยความเร็วแสง รินกดส่งข้อความไปทันทีโดยไม่ทันได้ยับยั้งชั่งใจ แต่ทว่า... พอลองอ่านทวนข้อความที่ส่งไปอีกรอบ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็ตีแกลบขึ้นมาในหัว สมองสั่งการทันทีว่า *'ยกเลิกข้อความด่วน!'*
นิ้วเรียวรีบกดค้างที่ข้อความเพื่อจะกดยกเลิก แต่ทว่า... ปรากฏว่าหน้าจอขึ้นสถานะเตือนว่า...
*('ทศ' กำลังพิมพ์ข้อความ...)*
ยังไม่ทันที่จะได้กดยกเลิก ข้อความตอบกลับจากปลายทางก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอทันที พร้อมกับทำลายทุกความตั้งใจที่จะหนี
**[ทศผู้ชายที่งานดีที่สุดในซอย]:** อ่านทันครับ... และบอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่คืนคำพูด และไม่ยอมถอยด้วย :) พรุ่งนี้เตรียมตัวไว้เลยครับ เพราะผมจะเดินหน้าจีบแบบไม่เกรงใจใครหน้าไหนทั้งนั้น... ฝันดีนะครับตัวเล็กของพี่
รินมองข้อความนั้นนิ่งค้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความเงียบของยามค่ำคืนไม่สามารถกลบเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามได้เลย... และก่อนที่รินจะทันได้ตั้งสติ เสียงเคาะประตูก็เบาหวิวดังขึ้นที่หน้าห้องพักของตัวเอง
ก๊อก... ก๊อก...
รินสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองบานประตูห้องที่ปิดสนิทด้วยความหวาดหวั่น... หรือว่า...
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 12 นี้ด้วยรอยยิ้มและหัวใจที่เต้นแรงไปพร้อมกับความลับที่ถูกเปิดเผยนะครับ!
พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 12
ทริปคณะที่ใครๆ ก็จ้อง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!