พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 13

หลงทางที่เดิม หรือหลงคนกันแน่

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"บอกให้เดินตามมาติดๆ ทำไมถึงชอบทำตัวเป็นภาระให้ผมต้องตามเช็ดตามล้างอยู่เรื่อยเลยครับคุณริน" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ แต่สั่นพร่าด้วยความร้อนรนดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของป่าสนด้านหลังรีสอร์ทจัดสัมมนา รินที่เพิ่งก้าวขาออกจากพุ่มไม้รกทึบสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจปนโล่งอก เมื่อเงาร่างสูงโปร่งของคนกวนประสาทพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงดึงนั้นกึ่งฉุดกึ่งกระชากให้เขาเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างโดยไม่ทันได้ตั้งตัว "ก็... ก็ใครใช้ให้พี่เดินเร็วจนผมตามไม่ทันล่ะครับ!" รินรีบแก้ตัวเสียงสั่น เถียงกลับตามสัญชาตญาณความดื้อรั้นทั้งที่หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "แล้วนี่ตามมาทำไมเนี่ย ผมไม่ได้หลงทางสักหน่อย แค่... เดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติผิดฝั่งแค่นั้นเอง!" "สำรวจผิดฝั่งจนสัญญาณโทรศัพท์หมดเนี่ยนะ?" ทศแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนายังคงตรึงข้อมือบางไว้มั่นราวกับกลัวว่าถ้าปล่อยแล้วเด็กดื้อคนนี้จะหายลับไปในความมืดอีก "รู้ไหมว่ามินมันวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่าเพื่อนหายไปทั้งคน ทุกคนเขาแตกตื่นกันทั้งกองทัพ... แต่เจ้าตัวดีกลับมาเดินเตะก้อนหินเล่นอยู่แถวนี้เนี่ยนะ" รินเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ อยากจะสะบัดมือออกแล้วเถียงกลับให้คอแตกเหมือนทุกที แต่พอมองเงาสะท้อนในความมืดที่เห็นว่าอีกฝ่ายเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า แถมลมหายใจยังหอบถี่ด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการวิ่งตามหาเขาไปทั่วทุกซอกทุกมุม ความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอกก็ทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่แค่ปลายลิ้น ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด บรรยากาศรอบตัวที่เคยมีเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบกายราวกับเงียบงันลงชั่วขณะ ทศก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่ยืนก้มหน้าหลบสายตา แววตาคมกริบที่เคยใช้มองกวนประสาทแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนล้าและ... ความโล่งอกที่ฉายชัดจนปิดไม่มิด "โธ่เว้ย..." ทศสบเบาๆ อย่างจนปัญญา ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดแนบแน่นโดยที่รินยังไม่ทันได้ประมวลผล สัมผัสอบอุ่นที่โอบกอบมาจากแผ่นอกกว้างทำเอาสมองของรินขาวโพลนไปชั่วขณะ กลิ่นน้ำหอมเจือจางปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ของคนตรงหน้าลอยเข้าจมูก ชวนให้ใจสั่นระรัวยิ่งกว่าตอนที่รู้ตัวว่าหลงป่าเสียอีก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องหลับตาปี๋ซบลงกับลาดไหล่กว้างของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน "พี่... พี่ทศ ปล่อยเลยนะ คนอื่นเห็นเข้าจะว่ายังไง" รินพยายามเปล่งเสียงประท้วงออกไปให้ฟังดูแข็งกร้าวที่สุด แต่ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นเครືอและเบาราวกับเสียงกระซิบ "ช่างหัวคนอื่นสิครับ" ทศกระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเล็กน้อยจนคนฟังรับรู้ได้ถึงความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเก๊กขรึม "รู้ไหมว่าตอนที่หาคุณไม่เจอ... ผมใจหายวาบแค่ไหน" คำพูดธรรมดาๆ แต่กลับคมกริบทะลุเข้าไปถึงกลางใจ รินนิ่งค้างไปในอ้อมแขนนั้น มือเล็กที่ตั้งใจจะดันอกแกร่งออกเปลี่ยนเป็นกำเสื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นจากอ้อมกอดนี้กำลังละลายพฤติกรรมดื้อรั้นทั้งหมดที่เขาสสะสมมาตลอดทั้งวัน จังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของทศก็สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืด พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากกลุ่มเพื่อนที่ดังรัวไม่ยั้ง *มิน (เพื่อนสนิท): "ไอ้ทศ! เจอรินยังวะ หรือต้องให้กuจุดพลุฉุกเฉิน?"* *มิน (เพื่อนสนิท): "เฮ้ย ตอบดิ หรือว่าพวกมึงกำลังเคลียร์กันอยู่ หูยยย"* ทศเหลือบสายตาไปมองหน้าจอที่สว่างขึ้นแวบหนึ่ง ก่อนจะกดปิดหน้าจอโดยไม่สนใจจะพิมพ์ตอบ แล้วก้มลงกระซิบเบาๆ ชิดริมหูของคนในอ้อมกอดที่ตอนนี้ตัวสั่นเทาด้วยความเขินอาย "ทีหลัง... อย่าทำให้เป็นห่วงแบบนี้อีกนะครับ" รินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระกระโดดออกมานอกอก ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืนนั้น เขากลับเผลอพยพความรู้สึกทั้งหมดที่มีส่งผ่านเสียงกระซิบเบาๆ กลับไปโดยไม่ทันได้ยั้งคิด "ใครใช้ให้พี่ตามมาเล่า..." ทศยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ แม้ในความมืดจะมองเห็นไม่ชัดเจนนัก แต่รินก็รู้ว่าคนตรงหน้ากำลังได้ใจสุดๆ "ก็เพราะว่าเป็นคุณไงครับ... ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา ผมก็ต้องหาให้เจออยู่ดี" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 13 นี้ด้วยรอยยิ้มและหัวใจที่เต้นแรงไปพร้อมกับความลับที่ถูกเปิดเผยนะครับ!
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%