ป๊อปคอร์นรสชีสถังใหญ่ในมือรินเกือบจะร่วงลงไปกองกับพื้นห้องนั่งเล่น ถ้าไม่ใช่เพราะมือหนาของคนที่นั่งอยู่ข้างกันคว้าก้นถังเอาไว้เสียก่อน ปลายนิ้วกว้างเฉียดโดนหลังมือของเขาไปนิดเดียว แต่มันกลับสร้างกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านขึ้นมาถึงต้นคอได้อย่างน่าประหลาด
"จะทำอะไรของพี่เนี่ย! ตกใจหมด" รินชักมือกลับแทบไม่ทัน ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวโตที่ลอยหน้าลอยตาอยู่บนโซฟา ตัวเองเป็นคนขยับเข้ามาเบียดแท้ๆ แต่ทำตีหน้ามึนเหมือนรอบตัวไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ก็เห็นเราทำหน้าเหมือนคนกำลังคิดจะวางเพลิงตึกคณะบริหาร พี่ก็ต้องรีบช่วยเซฟทรัพย์สินส่วนรวมสครับ" ทศหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นดังใกล้หูเสียจนรินต้องขยับตัวหนีไปอีกทาง ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มสบายๆ ยิ่งขับให้พี่ข้างห้องคนนี้ดูอันตรายต่อสุขภาพจิตของเขาเข้าไปใหญ่
นี่ขนาดนั่งดูหนังผีสยองขวัญสั่นประสาท บรรยากาศควรจะน่ากลัวจนต้องซุกตัวเข้าหากันแบบในนิยาย แต่นี่อะไร... ผีในจอยังไม่ทันโผล่หัวออกมาหลอกคนดู พี่ทศแกเล่นปล่อยมุกแป้กใส่ไม่หยุด จนเขาไม่รู้จะเอาความกลัวไปเก็บไว้ที่ตรงไหน
"ใครคิดจะเผาตึก... ผมแค่คิดว่าผีเรื่องนี้มันโง่ชะมัด รู้ว่าข้างหลังมีตัวประหลาดตามมา ทำไมไม่วิ่งทางตรงวะ" รินหาเรื่องเถียงกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะของตัวเอง
"อ้าว ก็ถ้ามันวิ่งทางตรงแล้วเนื้อเรื่องมันจะจบไวรian... เหมือนเรานั่นแหละ รู้ทั้งรู้ว่าพี่ชอบกวนประสาท ทำไมไม่ยอมแพ้แล้วมาเป็นแฟนพี่ซะให้มันจบๆ ล่ะครับ"
"แค๊ก!" รินสำลักน้ำส้มที่เพิ่งดูดเข้าไปเต็มคำ หน้าหวานแดงก่ำขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะสำลักน้ำ แต่เพราะพิษสงของมุกหน้าตายที่ถูกปล่อยออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว
"เฮ้ยๆ เป็นไรเนี่ย กินน้ำยังไงให้เหมือนจะตายคาอกพี่" ทศแกล้งทำเป็นตกใจ รีบเอื้อมมือมาทุบหลังให้เบาๆ สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือผ่านเนื้อผ้าบางเบาเข้ามาจนรินต้องกลั้นหายใจ แผ่นหลังที่เคยเกร็งขึงค่อยๆ ผ่อนคลายลงอย่างเสียไม่ได้เมื่อถูกอีกฝ่ายลูบเบาๆ เป็นการปลอบประโลม
"พี่... พูดบ้าอะไรเนี่ย ใครจะไปอยากเป็นแฟนพี่..." เสียงของรินเบาราวกับเสียงกระซิบ ปลายประโยคขาดหายไปในลำคอเพราะไมกล้าสบตาคมกริบที่พราวระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"อ้าว เขินเหรอครับ หน้าแดงใหญ่แล้วนะเรา" ทศแกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนชิด รินเผลอทิ้งตัวพิงพนักโซฟาโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมิ้นท์จางๆ ลอยปะทะข้างแก้มจนขนลุกซู่ "ไม่ได้เขินเว้ย!" รินโวยวายเสียงดังลั่นพร้อมกับใช้มือผลักอกแกร่งออกไปห่างๆ แต่มันกลับยิ่งทำให้ทศระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์แบบกึ่งหวานกึ่งกัด เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะกระจกก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ รินรีบคว้ามาดูเหมือนคนเจอทางรอดจากกองเพลิง หน้าจอโชว์ข้อความจากมินเพื่อนสนิทตัวแสบ
*[Min.MS]: ริน เป็นไงบ้างวะ อยู่กับพี่ทศสองต่อสองถึงไหนแล้วแก? อย่าบอกนะว่าโดนรุกจนมุมแล้ว 55555*
*[รินเอง]: มุมบ้าอะไรล่ะ มึงช่วยโทรมาลากกูออกไปจากห้องนี้ที พี่ทศมันประสาทแดกใส่กูอีกแล้ว!*
รินพิมพ์ตอบเพื่อนกลับไปรัวๆ ด้วยความเร็วแสง โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ชะโงกหน้าเข้ามาอ่านหน้าจอตั้งแต่เมื่อไหร่
"แอบฟ้องเพื่อนเหรอครับ หืม?" เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นที่ข้างใบหู พร้อมกับท่อนแขนแข็งแรงที่เอื้อมมาโอบพนักโซฟาด้านหลัง รินสะดุ้งสุดตัวเมื่อรู้ตัวว่าโดนประชิดตัวอีกรอบ
"ไม่ได้ฟ้อง! ถอยไปเลยนะพี่ทศ ตัวหนักจะตายชัก มาทับผมอยู่ได้"
"ตัวหนักแต่ก็นุ่มดีนะ... เอ้ย หมายถึงหมอนอิงข้างหลังต่างหาก" ทศแกล้งทำเป็นลอยหน้าลอยตาแก้ตัว ทว่าแววตาพราวระยับนั้นกลับไม่ได้มีความสำนึกผิดเลยสักนิด รินหมั่นไส้จนอยากจะหยิกแขนสักทีสองทีให้หายมันเขี้ยว แต่ยังไม่ทันจะได้ลงมือ เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์ของทศก็ดังขึ้นแทรกเสียก่อน
ทศก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าก็จางหายไปเล็กน้อย เปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่รินไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก นิ้วเรียวกดปลดล็อกหน้าจอแล้วอ่านข้อความยาวเหยียดที่ถูกส่งมาจากใครบางคน
รินแอบชำเลืองมองด้วยความสงสัยโดยสัญชาตญาณ ทว่าจังหวะที่ทศหันกลับมาสบตาพอดี ทำให้เขาต้องรีบเบือนหน้าหนีทำเป็นสนใจหน้าจอทีวีแทน
"มีธุระเหรอครับ... ถ้าจะไปไหนก็เชิญนะ ผมไม่ได้ล็อกห้องสักหน่อย" รินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบโดยไม่รู้ตัวว่าเผลอแสดงอาการน้อยใจออกมานิดๆ
ทศนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะวางโทรศัพท์คว่ำลงกับโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้รินมากกว่าเดิมจนไหล่ชนกัน ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ใบหน้าของเขาด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้นจนอ่านไม่ออก
"ไม่มีธุระอะไรสำคัญหรอกครับ... เรื่องแค่นี้ยังไม่น่าสนใจเท่าคนที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ตรงนี้เลย"
รินใจกระตุกวูบ คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำเอาความโกรธเคืองเมื่อครู่วันปลิวหายไปในอากาศอย่างไร้ร่องรอย ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบจนต้องยกมือขึ้นมาจับแก้มตัวเองเพื่อเช็กอุณหภูมิ
"ใครหน้าบึ้ง ไม่มี๊!"
"ปากแข็งชะมัด... แต่ไม่เป็นไร ถึงปากจะแข็งยังไง เดี๋ยวพี่มีวิธีทำให้ยอมจำนนอยู่ดี" ทศยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ต่อให้ผ่านมาเป็นร้อยตอน รินก็ยังไม่เคยชินและไม่เคยต้านทานมันได้เลยสักครั้ง
มือหนายื่นมาหมายจะยีหัวเขาเล่นเหมือนเด็กๆ ตามเคย รินเตรียมจะเอี้ยวตัวหลบและด่ากราดตามสเต็ปเดิม ทว่าจังหวะที่ปลายนิ้วอุ่นแตะลงบนเส้นผม ทัศนียภาพรอบตัวกลับเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ เมื่อจู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรัวเร็วและหนักหน่วงจากหน้าห้อง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ทั้งรินและทศชะงักค้างไปพร้อมกัน รินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ในยามวิกาลแบบนี้ ใครกันนะที่มาเคาะห้องเอาป่านนี้
ทศถอนหายใจยาวเหยียดอย่างขัดใจ สบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเดินไปเปิดประตู รินขยับตัวลุกขึ้นยืนตามด้วยความสังหรณ์ใจแปลกๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก
แง้มบานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างบางของใครบางคนยืนหอบหายใจจนตัวโยนอยู่หน้าห้อง ดวงตากลมโตคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก และทันทีที่เห็นหน้าทศชัดๆ เธอก็โพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่ทำเอาบรรยากาศฟีลกู๊ดเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา
"พี่ทศคะ... แย่แล้วค่ะ! น้องรัน... น้องรันหายตัวไปจากหอพักแล้วค่ะ!"
รินที่เดินตามหลังมาถึงกับหน้าถอดสี สมองอื้ออึงไปหมดเมื่อได้ยินชื่อนั้น... ชื่อของคนที่ไม่อยากแม้แต่จะได้ยินในสถานการณ์แบบนี้
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นแรงไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะครับ!
พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 14
เต๊าะแบบเนียนๆ ใครจะไปทนไหว
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!