พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 15

คนขี้หวงโหมดดาร์ก

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานกระจกใสสั่นครืดคราดติดต่อกันเป็นครั้งที่เจ็ดของชั่วโมง แต่เจ้าของเครื่องกลับไม่ได้ชายตามองมันเลยแม้แต่น้อย รินกำลังก้มหน้าก้มตาจดจ่ออยู่กับการเคลียร์เอกสารโปรเจกต์งานกลุ่มร่วมกับมินและเพื่อนร่วมชั้นอีกสองคน เสียงพูดคุยถกเถียงกันเรื่องตัวเลขงบประมาณและการจัดอีเวนต์ดังคลอไปกับเสียงเพลงเบา ๆ ในคาเฟ่ใต้หอพัก ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักเลขที่ 408 ซึ่งอยู่ถัดไปเพียงไม่กี่ก้าว ทศกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวโปรด สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังหน้าจอแชทสีเขียวที่ขึ้นสถานะ *‘กำลังพิมพ์...’* ค้างไว้นานจนตัวหนังสือหายไปแล้ว แต่ข้อความตอบกลับที่เขารอคอยก็ยังไม่เด้งเข้ามาเสียที นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะรัวด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ เมื่อเห็นว่าผ่านไปสิบนาทีแล้ว เจ้าเด็กดื้อข้างห้องก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสนใจแจ้งเตือนจากเขาเลยสักนิด "ฮึ... กับพี่นี่ตอบช้าอย่างกับเต่าคลาน แต่พอเป็นเรื่องงานกับเพื่อนล่ะขยันพิมพ์นักนะริน" ทศพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงติดตลกฝืด ๆ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างกำลังตีวนอยู่ในอก มันไม่ใช่แค่ความหงุดหงิดธรรมดา แต่เป็นอาการ ‘คันยุบยิบ’ ที่หาทางลงไม่ได้เมื่อความสนใจของอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ที่เขาคนเดียว ทั้งที่ปกติแล้ว ไม่ว่าเขาจะส่งมุกแป้กหรือข้อความกวนประสาทอะไรไป รินมักจะรีบกดเข้ามาเถียงกลับแทบจะทันที แต่วันนี้... เจ้าตัวเล็กกลับปล่อยให้เขานั่งรอเก้อ หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง ทศรีบคว้ามันขึ้นมาด้วยความเร็วแสง แต่ทว่า... *(มิน: ริน มึงดูสิ พี่ไอซ์บริหารปีสองเขาทักมาถามเรื่องเอกสารงานแฟร์ว่ะ แบบนี้เราควรตอบเขายังไงดี)* ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนกลุ่มแชทที่รินเปิดคาไว้สะท้อนเข้ามาในหัวของทศ แม้เขาจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มนั้น แต่ด้วยความที่เป็นคนหูไวตาไวและรู้จักนิสัยมินดี เขาจึงเดาเหตุการณ์ทั้งหมดออกได้อย่างแม่นยำ *‘พี่ไอซ์บริหารปีสอง’*... ไอ้รุ่นพี่หน้าตาดีที่เคยเดินมาทักรินหน้าตึกคณะเมื่อสัปดาห์ก่อน ชายหนุ่มจำมันได้แม่น ดวงตาคมเข้มหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของหนุ่มวิศวะปี 4 ทศสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามบอกตัวเองว่าอย่าไร้สาระ เด็กมันก็แค่ทำงาน แต่มือเจ้ากรรมกลับกดเข้าแอป ฯ พิมพ์ข้อความหาอีกฝ่ายด้วยความเร็วที่เหนือกว่าความคิด [ทศ: เลิกประชุมหรือยัง] [ทศ: ทำไมตอบช้า] [ทศ: ริน] เขากดส่งข้อความรัว ๆ สามบรรทัดติดกัน รออยู่เกือบนาทีก็ยังไร้การตอบกลับ มีเพียงสถานะออนไลน์ที่โชว์หรี่ ๆ ให้เจ็บใจเล่น รินในตอนนี้กำลังหัวหมุนอยู่กับกองชีทงานและเสียงโวยวายของมินที่กำลังบ่นเรื่องความเรื่องมากของอาจารย์ที่ปรึกษา มือข้างหนึ่งถือปากกา อีกข้างก็กดพิมพ์ตอบแชทกลุ่มยิก ๆ โดยไม่ทันได้เหลือบมองแชทส่วนตัวที่เด้งขึ้นมาจากห้องข้างๆ เลยแม้แต่น้อย "มิน แกดูข้อนี้ดิ กูว่าตรงงบประมาณจัดซื้อของที่ระลึกมันเกินงบไปสามพันนะ ถ้าเราตัดส่วนนี้ออก..." รินหันไปปรึกษาเพื่อนสนิทโดยไม่รู้ตัวเลยว่า มีใครบางคนกำลังนั่งกัดฟันกรอดอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบเมตร ก๊อก ๆ ๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาทั้งกลุ่มหันไปมองเป็นตาเดียว มินเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย ส่วนรินขมวดคิ้วมุ่นเพราะคิดไม่ออกว่าใครจะมาหาในเวลานานค่ำมืดแบบนี้ "ใครวะ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว" มินพึมพำ "เเดี๋ยวฉันไปดูเอง" รินลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความงงงวย เดินตรงไปที่ประตูห้องแล้วบิดลูกบิดเปิดออก ทันทีที่บานประตูเปิดกว้าง รินก็ต้องผะถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าร่างสูงโปร่งของหนุ่มวิศวะห้องข้างห้องกำลังยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับพกเอาความดุดันและพายุอารมณ์มาเต็มพิกัด "พี่ทศ..." รินกะพริบตาปริบ ๆ "มาทำอะไรห้องนี้ครับดึกๆ ดื่นๆ" ทศไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขากวาดสายตามองเลยผ่านไหล่บางเข้าไปในห้อง เห็นกลุ่มเพื่อนของรินกำลังนั่งล้อมวงทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ก่อนที่สายตาจะตวัดกลับมาจ้องร่างเล็กที่ยืนทำหน้าเลิกลั่กอยู่ตรงหน้า "ห้องฉันเสียงดังเหรอ ถึงไม่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่ากลัว "ฮะ? แจ้งเตือนอะไร... ผมไม่ได้ยินนี่ครับ" รินทำหน้าซื่อตาใสใส่ ทศแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ จนรินต้องรีบถอยหลังกรูดไปติดผนังห้องโดยมีบานประตูคั่นอยู่ครึ่งหนึ่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกจนรินเผลอกลั้นหายใจ "ไม่ได้ยิน หรือว่า... สนใจแต่แชทของไอ้รุ่นพี่คนนั้นจนลืมไปแล้วว่ามีฉันรออยู่ห้องข้างๆ หื้ม?" ทศโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กดสายตาคมกริบมองสำรวจทุกตารางนิ้วบนใบหน้าหวานที่ตอนนี้เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความทำตัวไม่ถูก "พี่พูดอะไรเนี่ย! ใครคุยกับใคร... ผมทำงานอยู่นะครับ ไม่ได้ว่างเหมือนคนแถวนี้สักหน่อย" รินเถียงเสียงแข็ง กลบเกลื่อนอาการใจเต้นรัวที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานขึ้นสูงอย่างไร้สาเหตุ "ทำงาน?" ทศทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อย "พิมพ์ตอบแชทผู้ชายคนอื่นเป็นหน้าเป็นหลังแบบนั้นเขาเรียกทำงานเหรอเด็กดื้อ" "นี่พี่แอบส่องผมหรอ!" รินตาโต ตกใจจนเผลอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายไว้ "พี่ไม่มีสิทธิ์มาเช็คมือถือหรือมาตามหึงผมนะ เราไม่ได้เป็น..." "ไม่ได้เป็นอะไรกัน?" ทศสวนกลับทันควัน ดวงตาคมวาววับด้วยประกายบางอย่างที่อันตรายและชวนให้ใจสั่นไหว "แล้วที่ผ่านมาที่เธอมานั่งกินขนมห้องฉัน มาอ้อนให้ฉันช่วยติวหนังสือให้ จนเกือบจะสิงร่างฉันอยู่แล้วเนี่ย... เรียกว่าสถานะอะไรวะริน" คำพูดตรงไปตรงมาบวกกับน้ำเสียงแหบพร่าที่จงใจลดระดับเสียงลงกระซิบข้างใบหู ทำให้รินรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง หน้าผ่าวเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคู่นั้น "ไอ้คนฉวยโอกาส..." รินพึมพำเบาๆ ในลำคอ แก้มใสแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ทศมองท่าทีจำยอมแต่ปากแข็งนั้นด้วยความหมั่นเขี้ยวระคนเอ็นดู มือหนายื่นออกไปรวบข้อมือบางทั้งสองข้างไว้เบื้องหน้าอย่างง่ายดาย ไม่ให้อีกฝ่ายขยับหนีไปไหนได้อีก ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่บริเวณต้นคอขาวทำเอาคนตัวเล็กถึงกับตัวเกร็ง "ปากดีจังนะช่วงนี้" ทศกระซิบเสียงต่ำชิดริมใบหู "สงสัยต้องหาทางลงโทษเด็กดื้อสักหน่อยแล้วล่ะมั้ง... จะได้จำว่าเวลาพี่เรียก ต้องรีบตอบทันที ห้ามช้าเด็ดขาด" รินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นโครมครามรากระรัวอยู่ในอกจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "พี่... จะทำอะไร ปล่อยนะ มินยังอยู่ในห้อง..." ทศยกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า สายตาเจ้าเล่ห์มองสำรวจริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "อยากรู้ไหมล่ะ... ว่าฉันจะทำอะไรถ้าเธอยังดื้อกับฉันอีกคำเดียว" ในจังหวะที่หัวใจของรินกำลังเต้นระส่ำจนแทบจะหลุดออกมานอกอก และสติสัมปชัญญะเริ่มเลือนWลางเพราะเสน่ห์ร้ายกาจของคนตรงหน้า จู่ๆ เสียงฝีเท้าของมินก็ดังลั่นมาจากด้านในห้องพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเพื่อนสนิท "ริน! เอกสารหน้านี้แกดูยังวะ... เฮ้ย!" มินที่เดินถือแฟ้มงานออกมาจากมุมห้องชะงักกึกทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—หนุ่มวิศวะสุดฮ็อตห้องข้างห้องกำลังยืนตรึงร่างเพื่อนรักของเขาไว้กับบานประตูในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าถ้าขยับอีกนิดเดียวคงได้จูบกันโชว์เพื่อนแล้ว รินสะดุ้งสุดตัว รีบออกแรงผลักแผงอกของทศให้ออกห่างจากตัวเองทันทีด้วยใบหน้าที่แดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ ส่วนทศกลับยืนนิ่งหน้าตาเฉย ไม่มีความสะทกสะทะสะท้านใดๆ แถมยังปรายตามองเพื่อนสนิทของรินด้วยสายตาเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "เอ่อ... คือว่า..." รินอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก สมองขาวโพลนไปหมด ทศเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันไปสบตากับมินที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงกลางห้อง แล้วเอ่ยประโยคหน้าตาเฉยออกมาประโยคหนึ่งที่ทำเอาทั้งรินและมินแทบสำลักอากาศหายใจ "เพื่อนเธองandงานยุ่งมากสินะ... งั้นเดี๋ยวฉัน **'ช่วยเคลียร์'** ให้ถึงห้องนอนเลยดีไหมล่ะครับ?" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นแรงไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะครับ!
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%