"บอกมาสิริน ว่าช่วงนี้แกแอบไปกินรังแตนที่ไหนมา ทำไมหน้าบูดเป็นตูดเป็ดแบบนั้นวะ หรือว่า..."
มินลากเสียงยาวพร้อมกับใช้ปลายนิ้วเรียวสวยสะกิดแขนเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งเขี่ยส้มตำในจานเล่นไปมาอย่างไร้จุดหมาย ปล่อยให้เส้นขนมจีนแห้งคาช้อนโดยไม่ยอมตักเข้าปากสักที ตั้งแต่ก้าวขาออกจากตึกคณะบริหารจนมาถึงร้านส้มตำใต้หอพัก รินเอาแต่เงียบกริบแถมยังถอนหายใจออกมาไม่ต่ำกว่าสบรอบ จนคนเป็นเพื่อนเริ่มรู้สึกแปลกใจ
"เปล่าสักหน่อย มิน แกนี่เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว" รินรีบปฏิเสธเสียงสูงกลบเกลื่อนพิรุธ ดวงตากลมโตหลบวูบไปมองวิวริมถนนแทนที่จะสบตากับเพื่อนสนิทที่หรี่ตามองอย่างจับผิด
"เปล่าอะไร หน้าแกมันฟ้องชัดๆ ว่ากำลังคิดเรื่องพี่ทศอยู่ ใช่ป่ะล่ะ ช่วงนี้เห็นตัวติดกันตลอด ยิ่งกว่าปาท่องโก๋ซะอีก แถมพอพี่เขามีสาววิศวะปีสามมาเดินตามตื้อหน่อย ทำเป็นหงุดหงิดหน้าคว่ำเชียวน้า... หึงเขาก็บอกมาเหอะน่า พ่อคนปากแข็ง"
คำพูดของมินราวกับศรปักเข้ากลางใจดำ รินสะดุ้งเฮือก รีบวางช้อนลงกระทบจานเสียงดังจนน้ำปลาร้ากระเด็นเล็กน้อย
"ใครหึง! บ้าบอคอแตก ใครจะไปหึงไอ้พี่บ้าOนั่นกัน! ปากหมา กวนประสาท ชอบแกล้งฉันสารพัด แกก็รู้ว่าฉันเกลียดขี้หน้าเขาจะตายอยู่แล้วมิน!" รินโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบวกหู
แต่ยิ่งปฏิเสธ... ภาพรอยยิ้มมุมปากของทศตอนที่ยื่นกล่องนมสตอเบอร์รี่มาแปะแก้มเขาเมื่อเช้า ภาพมือหนาๆ ที่เอื้อมมาขยี้ผมจนยุ่งเหยิงโดยไม่ขออนุญาต หรือแม้กระทั่งเสียงทุ้มต่ำที่ชอบกระซิบกวนประสาทอยู่ข้างหูเวลานั่งรอลิฟท์ กลับผุดขึ้นมาในหัวสมองอย่างห้ามไม่อยู่
รินเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวขึ้นมาเสียดื้อๆ เมื่อลองทบทวนสิ่งที่มินพูด
เขาเกลียดพี่ทศจริงเหรอ?
คำถามนี้พุ่งตรงเข้ามาในใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ความรู้สึกรำคาญใจเวลาเจอหน้าผู้ชายคนนี้ มันเปลี่ยนรูปแปลงร่างกลายเป็นความคุ้นเคย ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เสียงแจ้งเตือนหน้าจอโทรศัพท์จากคนที่ใช้ชื่อไลน์ว่า *'พี่ทศคนหล่อห้องข้างๆ'* กลายเป็นสิ่งที่เขาเฝ้ารอโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ห้องรกๆ ของเขาไม่ได้มีแค่น้ำอัดลมกับมาม่าต้มยำกุ้ง แต่มีขนมขบเคี้ยวที่อีกฝ่ายซื้อมาแขวนไว้ที่ลูกบิดประตูห้องทุกคืน
ให้ตายเถอะ... รินเอามือกุมขมับตัวเอง
เขาไม่ได้เกลียดทศเลยสักนิด ความจริงที่เพิ่งค้นพบทำให้เข่าแทบทรุด เขากำลังแพ้ทางผู้ชายกวนประสาทคนนั้นราบคาบ แพ้ให้กับความใส่ใจแบบเนียนๆ แพ้ให้กับสายตาคู่คมที่มองมาทีไรก็ทำเอาหายใจไม่ทั่วท้องทุกที
"เออๆ ไม่เกลียดก็ไม่เกลียด แต่หูแกแดงแจ๋ถึงใบหูแล้วนะคุณชายริน" มินหัวเราะคิกคักอย่างรู้ทัน "ปากแข็งแบบนี้ระวังเถอะ โดนพี่เขาคาบไปกินจริงๆ แล้วจะมานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งฉันไม่ช่วยด้วยนะเว้ย"
"กินอะไรเล่า! กลับห้องเลย ปวดหัว!" รินตัดบทด้วยความเขินอาย รีบควσόกระเป๋าเงินขึ้นมาวางแบงค์ร้อยทิ้งไว้บนโต๊ะแล้วลุกพรวดเดินหนีเพื่อนสนิททันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะไล่หลังของมินที่ดังตามมาอย่างสนุกสนาน
ระหว่างทางเดินกลับหอพัก ลมยามเย็นพัดโชยกลิ่นไอฝนจางๆ รินเดินก้มหน้าเตะก้อนหินข้างทางไปเรื่อยเปื่อย สมองยังคงวนเวียนคิดถึงแต่เรื่องของพี่ข้างห้องคนนั้น จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องพักของตัวเอง มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปไขกุญแจ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีเหลืองสดใสแปะอยู่ตรงลูกบิดประตู
ข้อความลายมือหวัดๆ แต่เป็นระเบียบเขียนไว้ว่า:
*[ เปิดห้องมาแล้วรีบกินยาแก้ปวดหัวซะ ยาอยู่ในตู้เย็นช่องขวา... แล้วก็เลิกทำหน้าบูดเป็นตูดเป็ดได้แล้ว ยิ้มเยอะๆ เข้าใจไหม? - จากพี่ทศคนหล่อ ]*
รินดึงกระดาษโน้ตแผ่นนั้นออกมาจากลูกบิด หัวใจที่เต้นระรัวอยู่แล้ว ยิ่งทวีความรุนแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก รอยยิ้มบางๆ ค่อยๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วช่องอกจนขอบตาร้อนผ่าวอย่างน่าประหลาด
ไอ้พี่บ้าเอ้ย... รู้ทันตลอดว่าเขาเป็นอะไร
รินส่ายหัวเบาๆ ให้กับความใส่ใจที่เกินเบอร์ของอีกฝ่าย ก่อนจะไขกุญแจเปิดประตูห้องเข้าไป ตั้งใจว่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพิมพ์อะไรสักหน่อยเพื่อต่อปากต่อคำกับคนข้างห้องให้หายหมั่นไส้
เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวโปรด คว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมา กดเข้าแชทไลน์ของทศที่ค้างหน้าจอไว้ นิ้วเรียวลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะพิมพ์อะไรดี ระหว่าง *"ยุ่งเรื่องของฉันเหรอ"* กับ *"ขอบคุณนะ..."*
สุดท้ายรินก็เลือกพิมพ์ประโยคกวนๆ กลับไปเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน
*[ ริน: ใครปวดหัวไม่มี๊! ว่าแต่ว่างมากเหรอครับคุณชาย ถึงมาเดินสอดรู้สอดเห็นหน้าห้องคนอื่นเนี่ย ]*
ติ๊ง!
เสียงข้อความตอบกลับดังขึ้นแทบจะทันที ราวกับว่าอีกฝ่ายถือโทรศัพท์รออยู่แล้ว
*[ ทศ: เปล่าสอดรู้ แค่เป็นห่วง... เจ้าเด็กดื้อแถวนี้กลัวกินข้าวไม่ลงแล้วจะผอมจนไม่มีแรงมาเถียงพี่ ]*
*[ ทศ: เปิดประตูห้องออกมาเดี๋ยวนี้ ]*
รินขมวดคิ้วด้วยความฉงน พิมพ์ตอบกลับไปทันควัน
*[ ริน: ทำไมต้องเปิดดึกดื่นป่านนี้? ไม่เอา ง่วงแล้ว ]*
*[ ทศ: ถ้านับสามแล้วไม่เปิด พี่จะพังประตูเข้าไปปล้ำจูบจริงๆ ด้วยนะริน ]*
*[ ทศ: หนึ่ง... ]*
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบเด้งตัวลุกขึ้นจากโซฟา พุ่งพรวดไปที่ประตูหน้าห้องทันทีด้วยความกลัวว่าคนเอาแต่ใจจะทำจริงอย่างที่ปากพูด ทว่าในจังหวะที่มือเรียวกำลังจะหมุนลูกบิดเปิดออกไปเพื่อต่อว่าคนพี่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งซ้อน...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดบานประตู ทะลุเข้ามาในโสตประสาทอย่างชัดเจนจนขนลุกซู่
"เปิดประตูให้คนหล่อหน่อยครับ... แฟนเด็กข้างห้อง"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นแรงไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะครับ!
พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 16
ความรู้สึกที่เริ่มล้นใจ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!