พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 28

เดทแรกที่โคตรวุ่น

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"บอกว่าอย่าเดินตัดหน้าไงครับตัวเล็ก เดี๋ยวก็โดนสอยร่วงกลางทางหรอก" เสียงทุ้มต่ำที่เจือรอยยبرกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับมือหนาของร่างสูงที่เอื้อมมาคว้าฮู้ดด้านหลังของผมไว้ได้ทันก่อนที่ผมจะเดินไปชนเข้ากับรถเข็นของห้างสรรพสินค้าจนกลิ้งไม่เป็นท่า ผม—ริน เด็กปีหนึ่งคณะบริหารที่ตอนนี้กำลังหน้าดำคร่ำเครียด สะบัดตัวหนีจากการเกาะกุมนั้นทันที พร้อมกับหันไปแยกเขี้ยวใส่ไอ้พี่ข้างห้องตัวแสบที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างๆ "ใครตัวเล็กวะพี่ทศ! สูงตั้งร้อยแปดสิบสมองไปอยู่ที่ตาหมดแล้วหรือไง มองไม่เห็นหรือไงว่าผมเดินอยู่ตรงนี้!" ผมโวยวายเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามอง แต่เจ้ากรรมนายเวรของผมกลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านแต่อย่างใด แถมยังยกมือขึ้นมาจัดเสื้อฮู้ดให้ผมอย่างเบามือด้วยซ้ำ "ก็เห็นอยู่ครับว่าเดินอยู่ แต่อยากแกล้ง... ผิดตรงไหนล่ะ หื้ม?" รอยยิ้มมุมปากกับสายตากรุ้มกริมคู่นั้นมันชวนให้ผมอยากจะยกเท้าขึ้นไปประทับรอยรองเท้าผ้าใบไว้บนหน้าหล่อๆ นั่นสักทีสองทีให้สาสมกับความหมั่นไส้ แต่ติดตรงที่ว่า... หัวใจเจ้ากรรมมันดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ ทุกทีที่ไอ้บ้านี่ส่งสายตาแบบนี้มาให้ นี่มันเดทแรกนะเว้ย! เดทแรกบ้าบออะไรวะเนี่ย ที่พวกเราเดินเถียงกันมาตลอดทางตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าจนถึงกลางห้างดัง เหตุการณ์มันเริ่มต้นจากความหวังดี (แกมบังคับ) ของไอ้มินเพื่อนสนิทตัวดี ที่วางแผนผลักไสไล่ส่งให้ผมมา "เดท" กับพี่ทศ หนุ่มวิศวะปีสี่ข้างห้องที่ชอบหาเรื่องมากวนประสาทผมทุกวี่ทุกวัน ด้วยเหตุผลที่ว่า *'มึงสองคนซึมซับความรำคาญจนกลายเป็นผัวเมียกันไปนานแล้ว ออกไปข้างนอกให้ชาวบ้านเขารอสมน้ำหน้าสักทีเถอะ'* แล้วดูสภาพตอนนี้สิครับ... "ถ้าพี่จะพาผมมาเดินห้างเพื่อยืนเถียงกันกลางทางเดินแบบนี้ ผมกลับหอไปนอนดูซีรีส์ยังจะมีประโยชน์กว่าเลยนะ" ผมบ่นอุบอิ้ง ทิ้งตัวลงนั่งบนม้ากระดกหน้าโซนร้านขายของแต่งบ้านด้วยความเหนื่อยหน่าย พรางเบะปากใส่คนที่ยืนค้ำหัวอยู่ ทศถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเราเสมอกัน นิ้วเรียวยาวสะกิดปลายจมูกผมเบาๆ ทีหนึ่งอย่างหมั่นเขี้ยว "บ่นเป็นคนแก่ไปได้นะริน ก็แค่อยากแกล้งให้หายอยาก... ใครใช้ให้ทำหน้าเหมือนแมวหงุดหงิดเวลาอยู่ใกล้ล่ะครับ มันน่าฟัดจะตายรู้ตัวไหม" "ไอ้...!" ผมหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที คำก็แมว สองคำก็ฟัด นี่คิดว่าหยอดคำหวานใส่แล้วผมจะเขินจนลืมความโกรธหรือไงวะ "ใครให้มาฟัด! ถอยไปเลยนะ ร้อน!" "ร้อนอะไร แอร์ในห้างตั้งยี่สิบห้าองศา... หรือว่าร้อนที่ใจครับ หื้ม?" ทศเลิกคิ้วกวน ประกายตาพราวระยับราวกับผู้ชนะในเกมนี้ ผมเม้มปากแน่น เถียงไม่ออกเพราะมันดันจี้ถูกจุดจริงๆ ให้ตายสิ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้อันตรายต่อระบบหายใจของผมขนาดนี้นะ ทั้งกวนประสาท ทั้งปากร้าย แต่เวลาที่สายคู่นั้นมองมามันกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นชนิดที่ต่อให้เอาฮีตเตอร์มาเป่าก็สู้ไม่ได้ "เลิกกวนสักทีได้ไหมเล่า วันนี้พี่บอกว่าจะพามาเลี้ยงชาบูตั๋วโปรไม่ใช่เหรอ หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้วเนี่ย" ผมเปลี่ยนเรื่องหนีความเขินด้วยการโวยวายกลบเกลื่อน ท้องเจ้ากรรมก็ดันส่งเสียงร้องโครกคราฟออกมาประจานทันเวลาพอดีเป๊ะ ทศหลุดหัวเราะพรืดออกมาเสียงดัง ยอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะยื่นมือมาตรงหน้าผม "ครับผม... ยอมจำนนต่อหลักฐานแล้วครับเด็กน้อย ป่ะ ไปกินชาบูเติมพลังให้พุงกางกันดีกว่า เดี๋ยวเดินเซจนล้มพับไปพี่ต้องอุบอีกรอบ มันหนักรู้ไหม" "เชอะ ใครจะล้มไม่ทราบ!" ผมบ่นงึมงำแต่ก็ยอมยื่นมือไปวางแปะบนฝ่ามืออุ่นจัดของอีกฝ่ายแต่โดยดี ตลอดทางเดินไปยังร้านอาหาร สายตาของคนรอบข้างมองมาที่เราเป็นระยะ ไม่ใช่เพราะเราแต่งตัวโดดเด่นอะไรหรอกครับ แต่เป็นเพราะบทสนทนาและการตีฝีปากกันตลอดทางต่างหากที่เรียกว่าเรียกรอยยิ้มจากคนแปลกหน้าได้ดีนัก ทศคอยดึงแขนผมหลบผู้คน คอยกางกั้นไม่ให้ใครมาเบียดชน แถมยังมีหยิกแก้วผมเบาๆ ทุกครั้งที่ผมเผลอเดินเหม่อ สัมผัสอบอุ่นที่ไร้การปรุงแต่งเหล่านั้น มันค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในความรู้สึกทีละน้อย... จากความรำคาญในวันแรก กลายเป็นความคุ้นชิน และตอนนี้... มันกำลังจะกลายเป็นความพิเศษที่เกินเลยคำว่า "พี่น้องข้างห้อง" ไปไกลโขแล้ว จนกระทั่งพวกเราเดินมาถึงหน้าร้านชาบูชื่อดังที่มีคิวยาวเหยียด ทศหันมามองหน้าผมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "รอนานหน่อยนะ... แต่ถ้าระหว่างรอ รินยอมตอบคำถามพี่ข้อหนึ่ง... พี่อาจจะมีสิทธิพิเศษลัดคิวให้ก็ได้นะ" ผมหรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจ "คำถามอะไรของพี่อีก อย่ามาหลอกล่อผมนะ" ทศโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบเบาๆ ริมใบหูจนผม ขนลุกซู่ไปหมด "คำถามที่ว่า... ตั้งแต่รู้จักกันมา เคยมีสักเสี้ยววินาทีไหมครับ ที่รินแอบคิดว่า... *อยากเป็นมากกว่าแค่คนข้างห้อง* ?" จังหวะนั้น... โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน เสียงจอแจรอบตัวเงียบหายไปชั่วขณะ หัวใจผมเต้นโครมครามจนดังทะลุกรอบอก และในขณะที่ผมกำลังอ้าปากจะเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน ประตูร้านอาหารก็เปิดออกพร้อมกับเสียงเรียกคิวที่ดังแทรกขึ้นมาพอดี... แต่ทว่า สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่พนักงานร้านชาบูอย่างที่คิด "อ้าว! ไอ้น้องริน มาเดทกับไอ้ทศเหรอเนี่ย โลกกลมชิบหาย!" เสียงทุ้มคุ้นหูของ 'พี่กรณ์' รุ่นพี่ปีสี่ตัวพ่อสายเสือกแห่งคณะวิศวะดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของเจ้าตัวที่เดินควงคู่มากับแฟนสาว โผล่พรวดมาจากไหนก็ไม่รู้ ตัดหน้าพวกเราดื้อๆ ผมสะดุ้งสุดตัว รีบชักมือออกจากอุ้งมือของทศแทบไม่ทัน หน้าเห่อร้อนยิ่งกว่าเดิมเมื่อพี่กรณ์ส่งยิ้มล้อเลียนมาให้ "เอ่อ... สวัสดีครับพี่กรณ์ บังเอิญจังเลยนะครับฮ่าๆ" ผมหัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ พยายามทำตัวให้ปกติที่สุด ทศจิ๊ปากอย่างขัดใจเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ แถมยังส่งสายตาพิฆาตไปให้เพื่อนสนิทตัวเองที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ตรงหน้า "มึงมาทำอะไรแถวนี้วะไอ้กรณ์ ร้านนี้คิวยาวจะตาย ไม่ไปกินร้านอื่นเล่า" ทศเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตานี่อยากจะถีบเพื่อนตัวเองลงหลุมเต็มทน "อ้าว ก็แฟนกูอยากกินชาบูอ่ะ จะทำไม หวงหรอกวะ? ว่าแต่มึงเหอะ... พาเด็กดื้อมาเดทเหรอเนี่ย หน้าแดงเชียว เขินอะไรวะน้องริน" พี่กรณ์ยังคงแซวต่อไม่หยุดหย่อน แถมยังหันไปกระซิบกระซาบกับแฟนสาวหัวเราะคิกคักกันสองคน ผมอยากจะมุดแผ่นดินหนีตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด ร้อนไปหมดทั้งหน้าทั้งคอ สายตาก็ตวัดมองค้อนไอ้พี่ทศที่ยืนอมยิ้มกริ่มอย่างอารมณ์ดีราวกับไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับสถานการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นเลยสักนิด "ก็... เปล่าสักหน่อยครับ!" ผมเสียงแข็งกลบเกลื่อนความเขินสุดขีด ทศหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ก่อนจะเอื้อมมือมาโอบไหล่ผมดึงเข้าไปแนบชิดอย่างไร้ยางอายต่อหน้าคนรู้จัก สายตาคมกราบมองตรงไปที่เพื่อนตัวดีด้วยรอยยิ้มเหนือกว่า "เออ เดทอยู่... เห็นไหมว่าเขินจนจะระเบิดอยู่แล้วเนี่ย อย่าแซวมาก เดี๋ยวไม่มีเมีย" "ไอ้...!" ผมยกศอกขึ้นกระแทกสีข้างคนข้างๆ ทันทีด้วยความหมั่นไส้ คราวนี้ไม่เขินแล้วแต่อยากฆาตกรรมคนแถวนี้มากกว่า เสียงหัวเราะครื้นเครงของพี่กรณ์ดังลั่นห้างท่ามกลางความวุ่นวายของมื้อค่ำวันเดทแรก ที่บอกได้เลยว่า... ทั้งปั่นป่วน ทั้งน่ารัก และชวนให้หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิดจริงๆ และก่อนที่ผมจะทันได้เอ่ยปากด่าอะไรทศต่อ ข้อความแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อก็สั่นครืนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผมหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย ปรากฏว่าเป็นข้อความแชตจากไอ้พี่ตัวแสบที่ยืนอยู่ข้างผมนี่เอง ส่งตรงมาให้อ่านต่อหน้าต่อตา *[ทศ]: เขินจนหน้าดำหน้าแดงขนาดนี้... คืนนี้ย้ายสัมภาระมานอนห้องพี่ถาวรเลยไหมล่ะครับ? เดี๋ยวพี่รับผิดชอบเอง* ให้ตายเถอะ... ไอ้คนฉวยโอกาส! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะครับ — สายลมแผ่วเบา —
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%