เสียงเคาะประตูกับกลิ่นหอมฉุยของใบกะเพราและพริกแห้งคั่วที่ลอยทะลุร่องประตูห้อง 402 เข้ามา คือสัญญาณเตือนภัยว่าแผนการ "อดข้าวประชดคนปากเสีย" ของผมกำลังพังไม่เป็นท่า
"ถ้าสามวินาทีนี้ยังไม่เปิด พี่จะถือว่าน้องรินอนุญาตให้พี่พังประตูห้องเข้าไปเอาผิดข้อหาครอบครองความน่ารักโดยไม่ได้รับอนุญาตนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทตามฟอร์มของไอ้พี่ทศดังลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รัวขึ้นเป็นจังหวะเพลงมาร์ชจนผมที่กำลังนอนเอาหมอนปิดหูอยู่บนเตียงต้องเด้งตัวลุกขึ้นด้วยความหงุดหงิด
แกะกลอนประตูพรวดพราดออกไปด้วยใบหน้าบึ้งตึงที่สุดเท่าที่เด็กปีหนึ่งคณะบริหารจะทำได้ "นี่พี่! ห้องผมมีรหัสผ่านนะ ไม่ใช่ห้องพักรายวัน อยากมาเคาะตอนไหนก็ได้รึไง แล้วนี่... กลิ่นอะไรเนี่ย!"
ผมชะงักไปนิดเมื่อกลิ่นอาหารตรงหน้ามันช่างยั่วยวนกระเพาะที่ว่างเปล่ามาตั้งแต่เที่ยงเสียเหลือเกิน ไอ้พี่ทศยืนพิงกรอบประตู ยניกคิ้วกวนๆ ใส่ผม มือข้างหนึ่งถือกล่องข้าวพลาสติกใสที่มีไข่ดาวกรอบๆ โปะอยู่บนข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุย อีกข้างถือกระป๋องน้ำอัดลมเย็นเฉียบ
"ก็กลิ่นความรับผิดชอบไงครับ" พี่ทศยิ้มมุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองชุดนอนลายเป็ดน้อยของผมตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาแพรวพราว "เห็นเงียบหายไป ไม่ยอมตอบไลน์ในกลุ่ม มัวแต่ฟอร์มจัดอดข้าวประชดพี่รึไงครับเด็กน้อย"
"ใครประชดพี่! ผมแค่... แค่ทำการบ้านเพลินต่างหากล่ะ" ผมรีบปฏิเสธเสียงดังลั่น ยื่นมือออกไปหมายจะคว้ากล่องข้าวในมืออีกฝ่ายมาปิดประตูใส่หน้าให้รู้แล้วรู้รอด แต่คนตัวสูงกว่ากลับชักมือหลบอย่างรู้ทัน ทำเอาปลายนิ้วผมคว้าได้แค่อากาศ
"ใจเย็นสิครับน้องริน ของอร่อยมันต้องมีข้อตกลง" พี่ทศยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นไอความร้อนจากหน้าเตาทำเอาหัวใจผมกระตุกวูบแปลกๆ "ข้าวผัดกะเพราสูตรพิเศษเฉพาะกิจ กล่องนี้ราคาพิเศษ... แต่มีข้อแม้ว่า ถ้ากินแล้วไม่อร่อย หรือรสชาติห่วยแตกขึ้นมา พี่จะปรับเงินน้องรินเป็นค่าเสียเวลา ทำความสะอาดห้องให้พี่หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ สนใจมั้ยครับ?"
"ห๊ะ! อะไรนะ?!" ผมตาโต อ้าปากค้างด้วยความเหลือเชื่อ "นี่พี่ทำอาหารห่วยเอง แล้วทำไมผมต้องมาโดนปรับด้วยเนี่ย! ไม่กินเว้ย! เอาคืนไปเลย!"
"อ้าวๆ จะไม่กินได้ไง ท้องน้องรินร้องจ๊อกๆ จนห้องพี่ได้ยินถึงนี่แล้วมั้งครับ" พี่ทศหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะถือวิสาสะเบียดไหล่ผมเดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องอย่างไร้ความเกรงใจ แถมยังหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาตัวโปรดหน้าทีวีหน้าตาเฉย "วางตรงนี้นะครับ รีบกินตอนร้อนๆ เดี๋ยวไม่อร่อยแล้วจะหาว่าพี่ไม่เตือน"
ผมยืนกำมือแน่นด้วยความหมั่นไส้ อยากจะเอาหมอนฟาดหน้าหล่อๆ นั่นสักทีสองที ข้อหาฉวยโอกาสเก่งเป็นที่หนึ่ง แต่สุดท้ายความหิวก็ชนะทุกสิ่ง ขาเรียวจำใจเดินดุ่มๆ ไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้าม คว้าช้อนตักข้าวผัดกะเพราฝีมือคนกวนประสาทเข้าปากไปคำโต
ทันทีที่รสชาติจัดจ้าน หอมใบกะเพราและพริกสดกระจายไปทั่วปลายลิ้น ความตั้งใจที่จะทำฟอร์มทำเป็นติโน่นตินี่ก็พังทลายลงในพริบตา... อร่อยชิบหาย! รสชาติกลมกล่อมเผ็ดกำลังดีแบบที่ผมชอบเป๊ะ เหมือนไอ้พี่บ้านี่แอบไปสืบประวัติความชอบของผมมาจากไหนอย่างนั้นแหละ
แต่มีหรือที่คนอย่างรินจะยอมรับง่ายๆ!
ผมเคี้ยวตุ้ยๆ ทำหน้าเคลิ้มอยู่เสี้ยววินาทีหนึ่ง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้บึ้งตึงเหมือนเดิมแล้ววางช้อนลงเสียงดัง "ก็... พอกินได้แหละ ไม่เห็นจะอร่อยเท่าไหร่เลย รสชาติงั้นๆ แหละพี่"
พี่ทศที่นั่งมองอยู่ก่อนแล้วเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก "อ๋อเหรอครับ งั้นเหรอ... พอกินได้แล้วทำไมตักคำที่สองล่ะนั่น?"
ฉิบหาย! ผมก้มมองมือตัวเองที่กำลังตักข้าวคำที่สองเข้าปากโดยไม่รู้ตัว ร้อนถึงใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ รีบเคี้ยวแล้วกลืนลงคอแทบไม่ทัน "ก็... ก็ผมหิวไง ใครจะไปเหมือนพี่ ทำอาหารรสชาติธรรมดาแต่ขี้คุยเป็นบ้า"
"ปากแข็งชะมัด" พี่ทศส่ายหัวเบาๆ ดวงตาสีเข้มทอประกายอ่อนโยนขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่เขาจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ผมอีกนิด มือหนายื่นมาเกลี่ยเม็ดข้าวที่ติดอยู่ตรงมุมปากของผมออกอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอาผมตัวแข็งทื่อ ลืมหายใจไปชั่วขณะ "กินเลอะเป็นเด็กๆ ไปได้... อร่อยก็บอกว่าอร่อยสิครับ คนทำเขาจะได้มีกำลังใจ"
ตักตวง... หัวใจผมเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เสียงทุ้มๆ ที่กระซิบอยู่ใกล้แค่คืบทำเอาสมองผมรวนไปหมด ไอร้อนจากฝ่ามือของเขาเหมือนจะแผดเผาผิวแก้มผมให้ไหม้เป็นจุล
"อะ...ไอ้พี่ทศ! ถอยไปเลยนะ ใกล้เกินไปแล้ว!" ผมผลอกตัวหนีหน้าแดงแจ๋ ยกมือขึ้นดันอกแกร่งเอาไว้ แต้อีกฝ่ายกลับหัวเราะชอบใจในลำคอ ไม่ยอมถอยแถมยังขยับเข้ามาประชิดยิ่งกว่าเดิม
"เขินเหรอครับ หูแดงแจ๋เลยนะเรา"
"ใครเขิน! ไม่มี๊! ออกไปเลยนะ เดี๋ยวผมกินข้าวต่อละ ห้ามมอง!" ผมโวยวายเสียงหลง รีบก้มหน้าก้มตาตักข้าวเข้าปากรัวๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะของตัวเอง โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าเสียงแจ้งเตือนไลน์ในโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะกำลังสั่นรัว
*Rin (เพื่อนสนิท):* [แกรรร นังริน! พี่ทศฝากของไปให้กินเป็นไงบ้างวะ แผนก๊วนเราสำเร็จมั้ย?]
*Rin (เพื่อนสนิท):* [อุ๊ย ตายละ ฉันเผลอส่งเข้าห้องรวมกลุ่มโครงโปรเจกต์กลุ่มใหญ่รึเปล่าเนี่ย... ชิบหายแล้ว!]
ผมขมวดคิ้วมุ่น กำลังจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มากดด่าไอ้มินเพื่อนตัวดีที่ชอบสร้างเรื่อง แต่จังหวะนั้นเองที่หน้าจอมือถือของพี่ทศที่วางอยู่ข้างๆ กันก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแชตใหม่จากเพื่อนสนิทของเขาที่เผลอพิมพ์หลุดมาในห้องแชตกลุ่มเดียวกัน
*[กลุ่ม: วิศวะพาเพลิน]*
*ไอ้พงศ์ (เพื่อนพี่ทศ):* "ไอ้ทศ แผนแกล้งหยอดน้องรินเรื่องปรับเงินมึงได้ผลป่ะวะ มึงบอกเองนะว่าวิธีนี้จะทำให้น้องมันเขินจนมุมจนต้องยอมรับว่าแพ้ทางมึงอ่ะ ฮ่าๆๆๆๆ"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที...
ผมชะงักค้าง ช้อนในมือร่วงตกลงกระทบกล่องข้าวเสียงดังเคร้ง สมองที่ตื้อตันประมวลผลคำว่า *'แผนแกล้งหยอด'* วนซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความชาดิกที่กลางอก
ที่แท้... ทุกอย่างที่เขาทำ ทั้งความอ่อนโยน ทั้งรอยยิ้ม ทั้งคำพูดกวนๆ นั้น... มันก็แค่แผนการแกล้งเด็กสนุกๆ ของผู้ชายเจ้าเล่ห์คนหนึ่งเท่านั้นเองสินะ!
ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงข้ามช้าๆ แววตาที่เคยไหววาระคนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวังและกรุ่นโกรธ รอยยิ้มค้างเติ่งอยู่บนใบหน้าของพี่ทศเมื่อเขาเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองและสายตาแข็งกร้าวของผม
"ริน... คือมัน..." พี่ทศอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง มือหนายื่นเข้ามาหมายจะคว้าแขนผมไว้
"สนุกมากมั้ยครับพี่..." ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาร้อนผ่าวเริ่มรื้นด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่พยายามกลั้นไว้สุดชีวิต "การปั่นหัวคนอื่นเล่นเนี่ย มันสนุกมากใช่มั้ย?!"
"เดี๋ยวก่อนสิริน ฟังพี่อธิบายก่อน..." ทศหน้าเสีย รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไปกับตา แววตาคมคายฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นประกายความผิดหวังในดวงตาคู่สวยของผม
แต่ผมไม่รอฟังคำแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น มือเรียวคว้ากระป๋องน้ำอัดลมบนโต๊ะขึ้นมาเปิดฝา แล้วสาดมันราดลงไปบนกล่องข้าวผัดกะเพราฝีมือเขาจนเละไม่เป็นท่า ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชี้หน้าคนตัวสูงที่นั่งอึ้งอยู่บนโซฟาด้วยมือที่สั่นเทา
"ข้าวผัดนี่อร่อยดีนะพี่... แต่เสียดายที่คนทำมัน 'ใจร้าย' สิ้นดี!"
พูดจบ ผมก็หันหลังคว้ากุญแจห้องแล้วกระชากประตูเปิดพรวด วิ่งหนีออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย แม้จะได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองดังไล่หลังมาก็ตาม
***
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและหัวใจเต้นแรงไปกับบททดสอบความรู้สึกของพี่ทศและน้องรินในตอนนี้ด้วยนะครับ ครับ
*(โปรดติดตามตอนต่อไป...)*
พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 5
ข้าวผัดรสเผ็ดกับคนปากแข็ง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!