พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 21

คำสารภาพที่ค้างคาใจ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
ปึง! เสียงแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงดังสนั่น จนแก้วกาแฟเย็นที่วางอยู่ข้างๆ สะเทือนจนน้ำกระฉอกออกมาเล็กน้อย รินยืนหายใจฮัดๆ ไหล่บางไหวสะท้านด้วยความโกรธปนเคืองระคนหงุดหงิด ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องเขม็งไปยังร่างสูงที่กำลังนั่งไขว่ห้างไถโทรศัพท์มือถือหน้าตาเฉยราวกับโลกใบนี้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นไปกว่าเกมในหน้าจอ ให้ตายเถอะ... นี่เขากำลังถูกพี่ชายจอมวางแผนคนนั้นต้อนจนมุมอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย! เหตุการณ์จากเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเด็กหนุ่มคณะบริหารไม่ยอมหยุดหย่อน ข้อความยาวเหยียดที่ถูกส่งเข้ามาตอนตีสอง... ข้อความที่อ่านแล้วหัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะจนเกือบไม่ได้นอน ก่อนที่มันจะถูกกดลบหายไปต่อหน้าต่อตาในเวลาไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ! "พี่ทศ!" รินเปิดฉากโวยวายทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังทำทองไม่รู้ร้อน "เลิกเล่นโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นมาคุยกันให้รู้เรื่องเลยนะ!" ทศ ค่อยๆ เลื่อนสายตาขึ้นจากหน้าจออย่างช้าๆ รอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปากถูกจุดขึ้นมาทันทีราวกับเปิดสวิตช์ หนุ่มวิศวะปี 4 เจ้าของห้องตรงข้ามทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้โซฟาอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบที่ชวนให้เลือดขึ้นหน้า "อะไรครับเด็กดื้อ เรียกซะเสียงดังเชียว ห้องข้างๆ เขาคงคิดว่าเรากำลังซ้อมละครเวทีกันอยู่มั้งครับเนี่ย" "ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย!" รินก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวยาวในห้องนั่งเล่นของอีกฝ่าย มือบางยันขอบโต๊ะไว้โน้มตัวลงไปคาดคั้น "เมื่อคืนนี้... ข้อความที่พี่ส่งมาแล้วลบไป มันคืออะไร!" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทศหุบยิ้มลงเล็กน้อย แววตาคมกริบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีจนแทบจับสังเกตไม่ได้ ก่อนที่เจ้าตัวจะไหวไหล่เบาๆ แล้วตอบหน้าตาย "ข้อความอะไรเหรอครับ พี่ส่งตั้งหลายข้อความ น้องรินหมายถึงอันไหนล่ะครับ หืม?" "อย่ามาทำเป็นไขสือนะ!" รินเสียงสูงขึ้นอีกนิดด้วยความหมั่นไส้ "ก็ข้อความยาวๆ ที่พี่ส่งมาตอนตีสองไง! พิมพ์มาซะยืดเยื้อพอยังไม่ทันจะอ่านให้จบ... พี่ก็กดยกเลิกข้อความเฉยเลย คิดจะปั่นหัวกันเล่นหรือไงฮะ!" ทศหัวเราะในลำคอเบาๆ "หึ... ตีสอง? นอนดึกจังนะครับเราเนี่ย เป็นห่วงสุขภาพนะรู้ไหม" "พี่ทศ!" รินกัดริมฝีปากแน่นด้วยความคับ แค้นใจ "อย่ามาเปลี่ยนโฟกัส! ผมถามว่าพี่พิมพ์อะไร ทำไมต้องลบ! หรือว่า... กลัวผมรู้ความจริงบางอย่างเข้าล่ะสิ" "ความจริงอะไรครับ?" ทศเลิกคิ้วสูง แกล้งทำเป็นเอียงคอสงสัย ทั้งที่ประกายตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนตัวเล็กตรงหน้าให้สติหลุด "หรือว่า... รินคิดไปเองว่าพี่สารภาพรักอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย หูย เขินแย่เลยนะแบบนี้" "ใคร! ใครคิด!" รินเสียงหลง รีบปฏิเสธเสียงแข็ง ใบเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยแดงระเรื่อที่ลามเลียจากพวงแก้มลงมาถึงใบหู "ผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองสักหน่อย! แต่คนปกติที่ไหนเขาส่งข้อความยาวๆ แล้วมากดลบตอนตีสองเล่า มันน่าสงสัยไหมล่ะ!" ทศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้รินทีละก้าวอย่างคุกคาม จนเด็กหนุ่มต้องถอยหลังกรูดไปจนสะดุดเข้ากับขอบโซฟา ร่างสูงฉวยโอกาสนั้นก้าวเข้าไปประชิด ใช้แขนแกร่งข้างหนึ่งท้าวพนักโซฟาไว้ กักตัวรินให้อยู่ในวงแขนโดยปริยาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นสบู่สะอาดๆ ลอยเข้าจมูกจนรินเผลอกลั้นหายใจ "ใกล้ไปแล้วนะ..." รินพึมพำเสียงเบาลงกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หายวับไปกับตา ถูกแทนที่ด้วยความประหม่าที่ตีตื้นขึ้นมาจนหัวใจเต้นโครมคราม "ถ้าไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง... แล้วทำไมต้องเก็บมาคิดมากจนนอนไม่หลับล่ะครับ หืม?" ทศโน้มใบหน้าลงมาให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าร้อนผ่าวของรินอย่างละเอียด "บอกพี่หน่อยสิครับว่า... เมื่อคืนรินนอนไปกี่ชั่วโมงกันแน่" "เรื่องของผม..." รินเบี่ยงหน้าหลบสายตาที่ชวนให้ใจสั่นระทัว พยายามดันอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทศกลับนิ่งเฉยราวกับแผ่นผา "แล้วสรุปจะบอกได้หรือยังว่าข้อความนั้นคืออะไร ถ้าไม่บอก... ผมจะโกรธจริงๆ ด้วยนะ!" ทศถอนหายใจเบาๆ แววตากวนประสาทเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งขึ้นมาอย่างกะทันหัน จนรินต้องหันกลับมาสบตาด้วยความประหลาดใจ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความวุ่นวายกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด "ถ้าพี่บอกความจริง..." ทศเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลจนคนฟังรู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด "รินจะรับรับประกันได้ไหมครับ ว่าจะไม่หนีพี่ไปไหนอีก" รินชะงัก หัวใจกระตุกวูบ ริมฝีปากอ้าค้างเล็กน้อยอย่างไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดจริงจังแบบนี้จากปากคนเจ้าเล่ห์ "พี่... หมายความว่ายังไง" ทศยกยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวยื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนของรินแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้รินสะดุ้งเฮือกแต่ก็ไม่ได้ถอยหนี "ก็หมายความว่า..." ทศกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าทำเอาขนลุกซู่ "ข้อความที่พี่ลบไปเมื่อคืน... มันคือความรู้สึกจริงๆ ที่พี่อัดอั้นมานาน ตั้งแต่ไอ้เด็กดื้อข้างห้องคนนี้เข้ามาปั่นป่วนในชีวิตพี่นั่นแหละครับ" ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นทำลายความเงียบ รินสะดุ้งสุดตัวผละออกจากวงแขนของทศด้วยความตกใจ รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยสัญชาตญาณ ทศเองก็ชะงักไปเช่นกัน ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าจอมือถือของรินสว่างวาบขึ้นมา ข้อความใหม่ถูกส่งตรงมาจาก "มิน" เพื่อนสนิทตัวดี พร้อมรูปถ่ายปริศนาและแคปชันที่ทำเอาเลือดในกายของรินเย็นเฉียบ [มิน]: ริน! มึงดูนี่ดิ... พี่ทศเขากำลังโพสต์อะไรในสตอรี่วะเนี่ย ทำไมรูปนี้มันคุ้นๆ เหมือนระเบียงห้องมึงเลยวะ! รินเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าทศทันทีด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น ขณะที่เจ้าของห้องหนุ่มวิศวะกลับยืนกอดอก ยิ้มมุมปากอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า "อ้าว..." ทศเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับพราวระยับด้วยแผนการบางอย่างที่ถูกเปิดเผย "ดูท่าว่า... ความลับที่พี่ตั้งใจจะเก็บไว้สารภาพทีหลัง จะถูกเพื่อนตัวแสบของรินโป๊ะแตกใส่ซะแล้วสิครับเนี่ย" สายลมแผ่วเบาหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกคนจะยังไหวกับความเจ้าเล่ห์ของพี่ทศเขานะครับ!
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%