พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของคนคุมห้อง

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูห้อง 708 ดังขึ้นติดต่อกันสามครั้งด้วยจังหวะที่เดาความหงุดหงิดของคนเคาะได้ไม่ยาก และก่อนที่ผม—ริน เด็กปีหนึ่งคณะบริหารที่กำลังหัวฟูอยู่หน้ากองเอกสารรายงาน—จะทันได้ลุกไปเปิด เจ้าของห้องตรงข้ามก็ถือวิสาสะบิดลูกบิดแล้วผลักประตูเข้ามาหน้าตาเฉย "บอกกี่ครั้งแล้วว่าเวลาคนอื่นมาเคาะ ให้ตอบรับก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้ยืนรอจนหน้ามืดแบบนี้" ทศ รุ่นพี่วิศวะปีสี่ตัวสูงชะลูดก้าวเข้ามาในห้องของผมราวกับเป็นเจ้าของพื้นที่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูกทันทีที่เขาขยับเข้าใกล้ ในมือหนามีแฟ้มสีน้ำตาลหนาปึ๊กกับกระดาษเอสี่แผ่นหนึ่งที่ถูกม้วนไว้เหมือนไม้เรียวครูฝ่ายปกครอง ผมป้องปากหาวหวอดหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นห้องแล้วเงยหน้ามองคนตัวโตที่ยืนค้ำหัวอยู่ "นี่มันห้องผมนะครับพี่ทศ ไม่ใช่ห้องพักครูฝ่ายปกครอง แล้วอีกอย่าง... ผมไม่ได้เชิญให้เข้ามาสักหน่อย" ผมลากเสียงยาวอย่างจงใจกวนประสาท ทศแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองห้องพักขนาดกะทัดรัดที่ตอนนี้เต็มไปด้วยซองมาม่าคัพและหนังสือเรียนกระจัดกระจายราวกับสนามรบ มุมปากหนากระตุกยิ้มร้ายกาจแบบที่ผมเห็นทีไรเป็นต้องอยากคว้าหมอนมาฟาดหน้าเขาสักที "สภาพ... นี่กวาดห้องครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ปีที่แล้วเหรอครับคุณริน" "เรื่องของผมครับ หน้าที่ทำความสะอาดไม่อยู่ในขอบเขตการดูแลของพี่นี่นา" ผมเถียงกลับทันควัน พร้อมกับแลบลิ้นใส่แบบเด็กๆ แต่แทนที่ทศจะโมโห เขากลับย่อตัวลงมานั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเราอยู่เสมอ รอยยิ้มมุมปากของเขาลดความกวนประสาทลงเล็กน้อย แต่ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหัวใจผมกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ... บ้าจริง ผู้ชายอะไร หน้าตาเวลาใกล้กันเกินไปแบบนี้มันอันตรายต่อสุขภาพจิตชะมัด "งั้นก็ดีเลย..." ทศยื่นกระดาษเอสี่ในมือมาตรงหน้าผม "กฎเหล็กของคนคุมห้อง... อ่านซะ แล้วเซ็นชื่อซะด้วย" ผมขมวดคิ้วมุ่น คว้ากระดาษแผ่นนั้นมาคลี่อ่านด้วยความระแวง สายตากวาดมองข้อความที่ถูกพิมพ์ด้วยตัวอักษรหนาเตอะ *ข้อ 1: ห้อง 708 ต้องสะอาดเอี่ยมทุกตารางเมตร ไม่มีฝุ่น ไม่มีขยะกองเรี่ยราด (ตรวจสอบโดยพี่ทศทุกวันเวลา 20.00 น.)* *ข้อ 2: ห้ามสั่งฟาสต์ฟู้ดหรือกินมาม่าติดต่อกันเกินสามมื้อ* *ข้อ 3: ต้องส่งรายงานความคืบหน้าการบ้านให้พี่ทศตรวจก่อนส่งอาจารย์ทุกครั้ง* ผมอ่านถึงตรงนี้ก็แทบจะพ่นลมหายใจพรืดออกมาด้วยความเหลืออด เงยหน้าขึ้นจ้องอีกฝ่ายเขม็ง "นี่มันบ้าชัดๆ! พี่ไม่ใช่พ่อผมนะ ทำไมผมต้องทำตามกฎพวกนี้ด้วย!" ผมโวยวายเสียงดังลั่นห้อง พยายามดันอกกว้างของเขาให้ออกห่างเพราะระยะห่างระหว่างเราตอนนี้มันใกล้เกินไปจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทศไม่ได้ถอยหนี เขากลับขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนผมต้องเอนตัวไปข้างหลังจนแผ่นหลังชนกับโซฟา "เสียงดังจริงนะเราเนี่ย..." ทศเอื้อมมือมาดีดหน้าผากผมเบาๆ หนึ่งที "ฟังข้อแลกเปลี่ยนก่อนสิครับเด็กดื้อ... ถ้าทำตามกฎพวกนี้ครบทุกข้อ..." เขาเว้นจังหวะไปนิด ปลายนิ้วเรียวสวยเลื่อนมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากผมออกให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับสร้างความร้อนวูบวาบไปทั่วทั้งใบหน้าของผมอย่างน่าประหลาด "...พี่จะทำกับข้าวให้กินทุกเย็น แถมมีเมนูพิเศษตามใจเราด้วย สนใจไหมล่ะ หรือจะยอมกินมาม่าเค็มๆ จนไตพังคาห้องไปเอง?" ให้ตายเถอะ... ไอ้พี่ทศนี่มันปีศาจชัดๆ! เขารู้จุดอ่อนของผมดีชะมัดว่าผมเป็นคนแพ้ของอร่อยแค่ไหน ยิ่งคิดถึงฝีมือทำอาหารของเขาที่เคยได้ชิมตอนย้ายมาอยู่ใหม่ๆ ท้องผมก็ส่งเสียงร้องโครกครากออกมาทันทีอย่างทรยศ ผมเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนกำลังชั่งใจ มองหน้ากวนๆ ของคนที่รอคำตอบด้วยแววตาสนุกสนาน "พี่... พี่ไม่ได้ใส่ยาพิษลงในอาหารใช่ไหมครับ" ผมถามเสียงอ่อย เริ่มใจอ่อน ทศหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นอยู่ในอกจนผมรู้สึกได้ "ถ้าใส่... คนแรกที่จะโดนสอบสวนก็คือพี่นี่แหละครับ ตกลงจะเซ็นไหม หรือจะยอมอดตาย?" ผมกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างจำยอม ก่อนจะคว้าปากกาจากมือเขามาเซ็นชื่อลงไปในกระดาษแผ่นนั้นด้วยความฮึดฮัด "ก็ได้! เห็นแก่ของกินหรอกนะ!" "เด็กดี..." ทศยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ เขาหยิบกระดาษกลับคืนไปพับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อด้วยท่าทางอารมณ์ดีสุดๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "งั้นกวาดห้องให้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมงนี้ แล้วเตรียมตัวไปกินข้าวเย็นที่ห้องพี่ได้ เมนูวันนี้คือแกงจืดเต้าหู้หมูสับร้อนๆ... รออยู่นะครับ" พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินฮัมเพลงออกไปจากห้อง ทิ้งให้ผมนั่งหน้าแดงก่ำอยู่กับไม้กวาดในมือคนเดียว ผมสะบัดหัวไล่ความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก พึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่านี่เรากำลังตกหลุมพรางของไอ้พี่บ้าข้างห้องเข้าจริงๆ แล้วใช่ไหมเนี่ย เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทสีเขียวดังขึ้นสั่นเบาๆ บนโต๊ะเรียน ผมเหลือบไปมองเห็นชื่อ "พี่ทศ" ส่งข้อความเข้ามา *[พี่ทศเองครับ]: รีบกวาดห้องนะครับ เดี๋ยวกับข้าวจะหายร้อน... อ้อ แล้วก็ เลิกทำหน้ามู่ทู่ได้แล้ว ยิ่งดื้อพี่ยิ่งอยากแกล้งนะรู้ตัวไหม* ผมมองข้อความนั้นแล้วเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเรียวกำลังจะพิมพ์ตอบกลับไปว่า *'ใครดื้อฟะ!'* แต่จังหวะนั้นเอง... ประตูห้องที่ควรจะปิดสนิทไปแล้ว กลับถูกผลักเปิดผางเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับร่างของมิน เพื่อนสนิทตัวแสบที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาพร้อมถุงขนมเต็มมือ "ไอ้ริน! กูซื้อชานมไข่มุกมาฝ... อ้าวเฮ้ย! ทำไมหน้ามึงแดงแจ๋ยังงั้นวะ หรือว่าไข้ขึ้น?" มินชะงักฝีเท้า หรี่ตามองผมด้วยความจับผิด ผมสะดุ้งสุดตัว รีบคว่ำมือถือคว่ำหน้าจอลงกับโซฟาทันทีด้วยความตกใจกลัวเพื่อนเห็นแชทบ้าๆ นั่น "เปล่าสักหน่อย! ฝุ่นมันเข้าตาเว้ย!" ผมเสียงดังกลบเกลื่อน พยายามลุกขึ้นยืนแต่ขาเจ้ากรรมดันอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้นอีกรอบ มินเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าเพื่อนสนิทก่อนที่มันจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ผมแทบสำลักน้ำลายตัวเอง "ฝุ่นเข้าตาหรือว่า... กำลังเขินผู้ชายห้องข้างๆ อยู่กันแน่หะ เพื่อนรัก?" หัวใจผมหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อจังหวะนั้นเอง หน้าจอมือถือที่คว่ำอยู่บนโซฟากลับสั่นครืดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความใหม่จากทศที่เด้งโชว์หราขึ้นมาหน้าจอโดยที่ผมยังไม่ทันได้กดล็อกเครื่อง! *[พี่ทศเองครับ]: ถ้าไม่ออกมาภายในสิบนาทีนี้... พี่จะเดินไปอุ้มหนีบเอวมากินข้าวห้องพี่จริงๆ ด้วยนะ* ฉิบหายแล้ว... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "สายลมแผ่วเบา" ในตอนนี้นะครับ ครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%