เสียงเปิดฝากล่องปากกาไวท์บอร์ดดัง *คลิก* เป็นสัญญาณเตือนภัยที่รินรู้ดีว่า... วันนี้เขาไม่ได้ความรู้กลับห้องไปสอบแน่ ๆ
"ถ้าพี่ยังเขียนสมการบ้าบออะไรแบบนี้ลงไปอีกตัวเดียวนะ... ผมจะเอาปากกาเคมีนี่แหละเขียนหน้าพี่ให้เป็นลิงเลย"
นิ้วเรียวชี้หน้าคนตัวโตกว่าที่นั่งไขว่ห้างสบายอารมณ์อยู่บนโซฟาห้องรับแขก รินในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นกำลังนั่งขมวดคิ้วมุ่นอยู่หน้าโต๊ะกระจกที่มีชีทเรียนกองสูงเป็นภูเขาเลิกรา สภาพของเด็กบริหารปีหนึ่งตอนนี้หัวฟูเล็กน้อยจากการใช้มือขยี้หัวตัวเองด้วยความหงุดหงิด ผิดกับพี่รหัสจำเป็นฝั่งตรงข้ามที่หน้าตาผ่องใสราวกับไม่ได้กำลังมาช่วยติวหนังสือเพื่อสอบมิดเทอมวิชาสถิติสุดโหด แต่กำลังมานั่งดูซีรีส์คอมเมดี้คลายเครียดมากกว่า
ทศหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นดังลอดออกมาอย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกتรึงมองคนกำลังหัวร้อนด้วยประกายระยิบระยับที่เจ้าตัวมักจะซ่อนมันไว้ใต้มาดกวนประสาทเสมอ
"เอ้า ก็สูตรนี้มันใช้แก้โจทย์ปัญหาหัวใจ... เอ้ย ปัญหาความน่าจะเป็นได้ดีที่สุดแล้วครับคุณริน" ทศลากเสียงยาวอย่างจงใจกวนโมโห พร้อมกับหมุนปากกาในมือเล่นไปมา "เชื่อพี่ดิ เรียนกับวิศวะเกียรตินิยมเนี่ย นอกจากจะได้เกรดเอแล้ว อาจจะได้แฟนแถมกลับห้องฟรี ๆ ด้วยนะ คุ้มยิ่งกว่าโปรโมชั่นหนึ่งแถมหนึ่งอีก"
"ใครอยากได้แฟน... บ้าบออะไรของพี่เนี่ย!" รินโวยวายเสียงดัง หน้าขาว ๆ ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหงุดหงิดโจทย์เลขหรือเพราะคำหยอดหน้าตายของคนตรงข้ามกันแน่ "ถ้าพี่ยังไม่เลิกเล่นมุกแป้กแล้วมาอธิบายข้อสามนะ ผมจะไล่พี่กลับห้องตัวเองแล้วจริง ๆ ด้วย!"
"โห ใจร้ายจังครับ อุตส่าห์เสียสละเวลาอันมีค่ามาติวให้เด็กดื้อแถวนี้แท้ ๆ" ทศแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาว วางปากกาลงบนโต๊ะก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนรินต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ ผสมกับกลิ่นความสะอาดเฉพาะตัวของทศลอยมาแตะจมูก "ไหน เอาชีทมาดูซิ... ข้อไหนที่ทำให้เด็กบริหารคนเก่งถึงกับทำหน้ายับยู่ยี่ขนาดนี้หึ"
รินรีบดึงชีทเข้าหาตัว ทำท่าทางฮึดฮัดกลบเกลื่อนอาการใจเต้นรำคาญใจที่จู่ ๆ ก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ มือบางชี้ไปยังโจทย์ปัญหาข้อที่สามด้วยความมั่นใจปลอม ๆ "นี่ ข้อนี้แหละ หาค่าความน่าจะเป็นอะไรก็ไม่รู้ อ่านโจทย์แล้วเหมือนภาษาต่างดาว พี่ช่วยทำให้มันเป็นภาษาคนที่เข้าใจง่ายหน่อยดิ"
ทศก้มมองตามนิ้วเรียวนั้น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้งอย่างเจ้าเล่ห์ แทนที่จะอธิบายตามทฤษฎีในตำรา พี่แกกลับดึงกระดาษเปล่าแผ่นใหม่มาวางตรงหน้าแล้วเริ่มเขียนบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็ว
"โอเค งั้นเรามาสมมติสถานการณ์กัน..." ทศเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นมานิดหน่อย แต่สายตายังคงพราวระยับ "สมมติว่า... มีเด็กบริหารคนหนึ่ง ปากบอกว่าเกลียดพี่ข้างห้องมาก ไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากคุยด้วย แต่ทุกครั้งที่พี่ข้างห้องซื้อขนมมาฝาก ก็กินจนหมดแถมยังทักมาทวงตอนดึก ๆ ทุกวัน ความน่าจะเป็นที่เด็กคนนั้นจะแอบชอบพี่ข้างห้องคนนี้ มีค่าเท่ากับกี่เปอร์เซ็นต์ครับ?"
รินชะงัก ปากที่กำลังจะอ้าเถียงค้างเติ่งไปในอากาศ สมองที่ประมวลผลเรื่องสถิติเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบหลบสายตาคมคลาคล่ำที่มองมาตรง ๆ
"ป... ปัญญาอ่อน! ใครเขาเอาเรื่องแบบนี้มาออกข้อสอบกันเล่า!" รินแหวลั่น พยายามซ่อนใบหน้าที่ตอนนี้ร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหูด้วยการก้มหน้ามองโต๊ะ "ผมถามเรื่องสถิติ ไม่ได้ถามเรื่องเพ้อเจ้อของพี่!"
"อ้าว ก็พี่กำลังสอนเรื่องความน่าจะเป็นอยู่นี่ไงครับ" ทศหัวเราะเบา ๆ ในลำคอด้วยความชอบใจที่ได้แกล้งจนคนเด็กกว่าไปไม่เป็น มือใหญ่เอื้อมไปดีดหน้าผากมนเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยว "ตอบไม่ถูกเหรอ หรือว่าคำตอบมันคือร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม จนไม่ต้องคำนวณให้เสียเวลาล่ะ?"
"พี่ทศ!" รินเงยหน้าขึ้นมาทำหน้าดุใส่ พร้อมกับยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองป้อย ๆ "ถ้าพี่ไม่ยอมติบดี ๆ ผมไล่จริง ๆ ด้วยนะ นับหนึ่ง... สอง..."
"โอเค ๆ ยอมแล้วครับ คุณครูสุดโหด" ทศยกมือขึ้นยอมแพ้อย่างอารมณ์ดี แต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าหล่อเหลานั้นไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย "งั้นมาดูข้อนี้จริง ๆ จัง ๆ กันดีกว่า... ข้อนี้บอกไว้ว่า ถ้าเราอยากให้คนที่นั่งทำหน้าบึ้งอยู่ตรงข้าม ยิ้มออกมาได้ เราต้องทำยังไง... รู้ไหมครับว่าคำตอบคืออะไร?"
รินเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันไปด้วย สายตาคมกริบของทศที่มองมามันมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ใต้ความกวนประสาทนั้นเสมอ และนั่นคือสิ่งที่รินแพ้ทางที่สุด... แพ้จนไม่รู้จะหาข้ออ้างไหนมาเถียงกลับ
"อะ... ไรล่ะ" รินถามเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว ความดื้อรั้นเมื่อครู่วันนี้หายไปไหนหมดก็ไม่รู้
ทศไม่ได้ตอบเป็นคำพูด ทว่ามือใหญ่กลับเลื่อนกล่องเค้กช็อกโกแลตชิ้นโปรดที่แอบซ่อนไว้ข้างหลังตัวขึ้นมาวางไว้กลางโต๊ะ พร้อมกับรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนเสียจนรินต้องเผลอกลั้นหายใจอีกรอบ
"คำตอบคือ... ต้องเอาของอร่อยมาล่อให้เด็กดื้อเลิกงอนครับ" ทศพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ชวนใจสั่น "กินซะ จะได้มีแรงอ่านหนังสือต่อ... พี่อยู่เป็นเพื่อนจนกว่าจะเข้าใจหมดนั่นแหละ ไม่ต้องกลัวตกหรอกนะ มีติวเตอร์ส่วนตัวเก่งขนาดนี้"
รินมองหน้าคนพูดนิ่งนาน ภาพของพี่วิศวะปากร้ายคนเดิมถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มจริงใจที่นาน ๆ ทีจะได้เห็น ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างเงียบเชียบ จนเผลอหลุดยิ้มออกมาบางเบาโดยไม่ทันตั้งตัว
"ก็ได้... เห็นแก่เค้กหรอกนะ" รินพึมพำเสียงเบา หลบสายตาด้วยความเขินอาย
ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างหวานชื่นและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะของรินก็สั่นครืนขึ้นมาขัดจังหวะ
รินเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียวเพื่อจะหยิบขึ้นมาดู แต่ทศที่เร็วกว่ากลับคว้าสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นขึ้นมาดูก่อนด้วยความถือวิสาสะ
"ใครทักมาดึกดื่นป่านนี้เนี่ย หวงนะรู้ม... ?" ทศยังพูดไม่ทันจบประโยค สีหน้ากวนประสาทเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นความนิ่งงัน ดวงตาคมกวาดมองข้อความบนหน้าจอที่สว่างวาบในความมืดของห้องรับแขก
ข้อความจากรุ่นพี่คณะเดียวกันที่รินเคยเล่าให้ฟังว่าตามจีบ ส่งรูปถ่ายคู่กับดอกไม้ช่อใหญ่มาพร้อมกับประโยคสั้น ๆ ที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา
*[พรุ่งนี้พี่เอาชีทสรุปมาให้ที่คณะนะริน เลิกเรียนแล้วไปกินข้าวกัน]*
ทศชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มทั้งหมดเลือนหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความเงียบงันที่น่ากลัวเข้ามาแทนที่ รินที่เพิ่งตั้งสติได้รีบยื่นมือไปแย่งโทรศัพท์มือถือกลับมาทันทีด้วยความตกใจ
"พะ... พี่ทศ เดี๋ยว! นั่นมัน..." รินอ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นสายตาที่ทศมองมา มันไม่ใช่แววตากวนประสาทแบบทุกที แต่เป็นสายตาที่ดุดันและเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
ทศแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ทำเอารินรู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก นิ้วเรียวของพี่วิศวะเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ เป็นจังหวะช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบเย็นที่กดต่ำจนน่ากลัว
"อ๋อ... รุ่นพี่คนนั้นสินะครับ ที่บอกว่าอยากติวให้เหมือนกัน" ทศเงยหน้าขึ้นสบตาตรง ๆ ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยไฟหวงแหนที่ถูกจุดขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ "งั้นคืนนี้... สงสัยเราต้องติวกันให้หนักขึ้นอีกหลายเท่าแล้วล่ะครับริน... แบบที่ว่าพรุ่งนี้จำชื่อใครไม่ได้นอกจากชื่อพี่คนเดียวเลย ดีไหม?"
**ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 8 นี้ด้วยหัวใจที่เต้นแรงไปพร้อมกับความหึงแบบเงียบ ๆ ของพี่ทศนะครับ หวังว่าจะฟินและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเดือดขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ**
พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 8
ติวหนังสือหรือติวรัก?
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!