ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สีเข้มดังขึ้นติดต่อกันเป็นครั้งที่สี่ในรอบสิบนาที ทศไม่ได้แม้แต่จะชายตามองมันด้วยซ้ำ ดวงตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊กที่เปิดค้างหน้าโค้ดโปรแกรมยาวเหยียด แต่สมองส่วนลึกกลับไม่ได้ประมวลผลบรรทัดคำสั่งพวกนั้นเลยสักนิด ภาพหน้าจอข้อความเมื่อครู่... ภาพที่เขาส่งไปผิดห้องแชต ภาพที่ทำให้รอยยิ้มกวนประสาทของเขาแข็งค้าง และภาพที่ทำให้เด็กดื้อห้องตรงข้ามวิ่งหนีหายเข้าห้องไปอย่างไร้เยื่อใย ยังคงวนเวียนฉายซ้ำอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
ให้ตายสิ... เขานี่มันงี่เง่าเป็นบ้า
ทศยกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมสีเข้มของตัวเองอย่างหงุดหงิด ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนประเภทที่จะทำอะไรพลาดเรื่องพวกนี้ เขามักจะเป็นฝ่ายควบคุมเกม เป็นคนคุมจังหวะความกวนประสาท เป็นพี่ชายข้างห้องที่คอยหยอกล้อให้อีกฝ่ายฮึดฮัดเล่นแก้เซ็ง แต่วันนี้... แค่ปลายนิ้วมันเผลอพิมพ์ชื่อเล่นที่ซ่อนไว้ในใจลงไปในแชตกลุ่มรวมกับเพื่อนสนิทของริน ทุกอย่างมันก็พังทลายลงในพริบตา
"พี่ทศครับ คือแบบ... มึงเมาป่ะเนี่ย?"
เสียงของมินในสายโทรศัพท์ที่ต่อค้างไว้ตั้งแต่วเหตุการณ์ช็อกโลกเมื่อครู่ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ทศถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะยกสมาร์ตโฟนขึ้นแนบหู น้ำเสียงที่เคยติดตลกและกวนประสาทในทุกๆ วันตอนนี้กลับแหบพร่าและจริงจังจนน่าตกใจ
"กูไม่ได้เมา มิน... รินอ่านหรือยัง?"
"อ่านแล้วครับ... แล้วก็บล็อกไลน์กูด้วย มึงคิดดูดิ กูผิดอะไรวะไอ้ทศ! อยู่ดีๆ น้องมันก็หันมามองกูด้วยสายตาเหมือนกูเป็นฆาตกรต่อเนื่อง แล้วก็วิ่งเข้าห้องล็อกประตูเงียบกริบ ไม่ยอมเปิดให้กูเคาะเลยเนี่ย!" มินโวยวายข้ามสายมาอย่างหัวเสีย "แล้วตกลงไอป้ายชื่อในแชตที่มึงพิมพ์ไปเนี่ย... 'ยายตัวแสบ' อะไรนั่นน่ะ หมายถึงรินใช่ป่ะ? มึงแอบชอบน้องมันเหรอวะ?"
ทศนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปล่อยให้ความเงียบเข้าทำหน้าที่แทนคำตอบ ความรู้สึกผิดที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอกมันหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าโปรเจกต์จบปีสี่ที่กำลังแก้โค้ดวนไปวนมาเสียอีก เขาไม่คิดว่าการกั๊กความรู้สึก การปากแข็งทำเป็นแค่แกล้งหยอกไปวันๆ จะสร้างกำแพงความอึดอัดขึ้นมาได้ขนาดนี้
"กูไม่ได้แอบ..." ทศเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาสคมกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกที่สะท้อนเงาของตัวเอง "กูแค่มัน... ช่างเถอะวะ มึงช่วยอะไรกูหน่อยได้ไหม"
(๑)
ในขณะเดียวกัน บรรยากาศภายในห้องนอนขนาดกะทัดรัดของห้องตรงข้ามก็ไม่ได้ต่างอะไรจากห้องขังเดี่ยว รินนั่งกอดเข่าฝังใบหน้าลงกับแขนตัวเองบนเตียงนอนนุ่ม ความเงียบงันภายในห้องทำให้เสียงหัวใจที่เต้นระรัวดังสะท้อนก้องอยู่ในหูจนน่ารำคาญ
ภาพรอยยิ้มและแววตาคู่นั้น... ภาพที่พี่ทศเผลอเรียกชื่อเล่นที่เขาไม่เคยอนุญาตให้ใครเรียก... ภาพที่ทำให้หัวใจที่เคยตั้งป้อมระวังตัวมาตลอดพังครืนลงไม่เป็นท่า
"คนบ้า..." รินพึมพำกับตัวเองเสียงสั่น เปลือกตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกน้อยใจ โกรธ และ... หวั่นไหว ตีรวนกันจนปั่นป่วนในอกไปหมด ทำไมพี่มันต้องทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นคนโง่ที่แพ้ทางอยู่ฝ่ายเดียวด้วยเล่า! ถ้าแค่อยากจะแกล้งสนุกๆ ทำไมต้องทำสายตาแบบนั้น ทำไมต้องทำให้ใจมันสั่นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอกแบบนี้ด้วย!
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความสั้นๆ ดังขึ้นจากโทรศัพท์ที่คว่ำหน้าอยู่บนเตียง รินสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย ขยับถอยหลังหนีราวกับว่าเจ้าเครื่องมือสื่อสารชิ้นนั้นเป็นวัตถุอันตราย แต่ทว่า... หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาแสดงชื่อผู้ส่งที่ทำให้หัวใจกระตุกวูบ
*(พี่ทศข้างห้อง): เปิดประตูให้พี่หน่อยครับ*
รินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวแรงขึ้นมาอีกครั้ง ไม่เอา... เขาจะไม่ยอมใจอ่อนเด็ดขาด! พี่ทศทำผิดมหันต์ ทำไมเขาจะต้องยอมให้มาง้อง่ายๆ ด้วยเล่า!
*(พี่ทศข้างห้อง): พี่รู้ว่ารินอยู่ในนั้น... พี่ขอโทษครับ ที่ทำให้ตกใจ*
*(พี่ทศข้างห้อง): เรื่องแชตนั้น... พี่ไม่ได้ตั้งใจจะส่งผิดห้องหรอก... จริงๆ แล้ว พี่ตั้งใจจะส่งให้รินต่างหาก*
บ้าที่สุด! อ่านถึงตรงนี้ รินรู้สึกได้เลยว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาจนลามไปถึงใบหู คำสารภาพที่มาแบบไม่ทันตั้งตัวทำเอาสมองประมวลผลแทบไม่ทัน มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่จ้องมองหน้าจอแชตที่อีกฝ่ายกำลังรัวพิมพ์ข้อความส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
*(พี่ทศข้างห้อง): พี่อาจจะปากเสีย ชอบกวนประสาท และชอบทำให้น้องรินโมโหบ่อยๆ... แต่เชื่อเถอะครับว่า ทุกครั้งที่พี่แกล้ง มันไม่ใช่เพราะความสนุกอย่างเดียวหรอกนะ*
*(พี่ทศข้างห้อง): เปิดประตูให้พี่อธิบายหน่อยนะครับ... คนดี*
คำว่า 'คนดี' ที่ถูกส่งตรงมาผ่านหน้าจอ ทำเอาคนที่นั่งกอดเข่าอยู่ถึงกับหายใจสะดุด รินเม้มปากแน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหมั่นไส้ผสมกับความเขินจนแทบจะระเบิด ตัวแสบเอ๊ย! ใช้มุกนี้เหรอวะเนี่ย!
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูเบาๆ ที่ดังขึ้นจากหน้าห้อง ทำให้รินสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตมองไปทางประตูกั้นระหว่างห้องด้วยความลังเล เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยเอ่ยลอดผ่านบานประตูเข้ามาในความเงียบ
"รินครับ... พี่รู้ว่ารินโกรธ เปิดประตูให้พี่คุยกันก่อนนะ... นะครับ"
รินสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เดินย่างสามขุมไปที่ประตูด้วยฝีเท้าหนักๆ เพื่อแสดงให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขายังคงเคืองอยู่มาก มือเรียวเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูแล้วกระชากเปิดออกทันที
"บอกว่าไม่คุยไงเล่า! พี่ทศจะมาไม้ไหนอีก..."
ทว่า... คำต่อว่าที่เตรียมมานับร้อยคำกลับกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อบานประตูเปิดออก รินพบว่าร่างสูงใหญ่ของคนปากเสียไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าตามลำพัง ทศยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมคายฉายแววสำผิดและกังวลใจอย่างปิดไม่มิด... แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บุคคลปริศนาที่ยืนอยู่ข้างกายทศในยามวิกาลนี้
ชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดสูทสีกรมท่าท่าทางภูมิฐาน ยืนกอดอกมองรินด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของทศและรินหยุดหมุนในเสี้ยววินาที
"สวัสดีครับคุณน้องริน... ในที่สุดก็ตามหาตัวจนเจอสินะครับ ตามสัญญา... ผมมารับคุณชายใหญ่กลับบ้านครับ"
ทศเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเจื่อนบนใบหน้าหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาแข็งกร้าวที่รินไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบปีที่รู้จักกัน ขณะที่สมองของรินขาวโพลนเมื่อได้ยินคำว่า 'กลับบ้าน' จากปากคนแปลกหน้า
*(Cliffhanger Hook)*
ทศหันขวับไปมองชายแปลกหน้าด้วยแววตาคุกรุ่น ก่อนจะเอื้อมมือคว้าข้อมือของรินเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายลับไปจากสายตา "อย่าแม้แต่จะคิดก้าวขาออกไปจากห้องนี้... รินเป็นของพี่" ทศเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ท่ามกลางสายตาคมกริบของบุคคลปริศนาที่หัวเราะเบาๆ ในลำคอพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทิ้งปมปริศนาไว้เบื้องหลัง..."งั้นเหรอครับคุณทศ... แต่เกรงว่าคำสั่งนี้... คงจะขัดกับคำสั่งสุดท้ายของ 'คุณพ่อคุณ'
โปรดติดตามตอนต่อไป...
- สายลมแผ่วเบา -
พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 24
ห้องที่เงียบเหงา
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!