พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 25

การตามง้อของคนปากจัด

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"บอกแล้วไงว่าถ้ายังไม่เลิกทำหน้าเป็นตูดหมึกแบบนั้น ผมจะไม่คุยด้วยแล้วนะริน" เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทตามสไตล์ของหนุ่มวิศวะปีสี่ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก 204 ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากคนด้านใน ประตูห้องของรินปิดสนิทมาตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากเหตุการณ์ที่ผมเผลอหลุดปากแซวแรงไปหน่อยจนเจ้าตัวงอนตุ๊บปัดตุ๊บเป๋หนีเข้าห้องไปไม่ยอมเปิดไลน์อ่านอีกเลย ให้ตายเถอะ... ปกติผมเป็นคนไม่ค่อยง้อใครหรอกนะครับ ยิ่งกับเด็กดื้ออย่างรินด้วยแล้ว มีแต่ผมจะเป็นฝ่ายแกล้งให้เขาโมโหจนควันออกหูเสียมากกว่า แต่พอเห็นห้องเงียบเชียบไม่มีเสียงโวยวายดังเล็ดลอดออกมาเหมือนทุกที หัวใจเจ้ากรรมมันกลับเต้นผิดจังหวะแปลกๆ ผมถอนหายใจยาว พลางเคาะประตูเบาๆ อีกครั้ง "รินครับ... เปิดประตูให้พี่หน่อยหน่า เลิกงอนเป็นเด็กอมมือได้แล้วมั้ง พี่ซื้อชานมไข่มุกร้านโปรดมาง้อนะเว้ย ร้านนี้คิวยาวเป็นกิโลเลยนะ กว่าพี่จะฝ่าฝงชนไปซื้อมาได้ หน้าตาพี่เกือบเสียโฉมแน่ะ" แกร็ก! ประตูก็ถูกเปิดผางออกอย่างรวดเร็วราวกับรินแอบยืนรอจังหวะนี้อยู่หลังบานประตูอยู่แล้ว ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววโกรธเคือง ตอนนี้กลับแดงก่ำเล็กน้อย ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง บ่งบอกว่าเจ้าตัวพยายามกลั้นความรู้สึกบางอย่างไว้อย่างเต็มที่ "ใครบอกว่าผมงอน..." รินเชิดหน้าขึ้นทำเป็นเก๊กเสียงแข็งใส่ ทั้งที่จมูกยังแดงแจ๋อยู่เลย "แล้วก็ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยนะพี่ทศ คนปากเสียแบบพี่ เก็บชานมไข่มุกของพี่ไปกินคนเดียวให้สำลักไข่มุกตายไปเลยไป!" พูดจบ รินก็ทำท่าจะปิดประตูกระแทกใส่หน้าผมทันที แต่มีหรือที่คนอย่างทศจะยอมแพ้ง่ายๆ มือหนาเอื้อมไปดันขอบประตูไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงปะทะทำให้ตัวผมต้องก้าวเข้าไปประชิดวงประตูโดยอัตโนมัติ กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายแป้งเด็กจากตัวของคนตรงหน้าลอยเข้าจมูกจนต้องเผลอสูดหายใจเข้าลึกๆ "เฮ้ยๆ เดี๋ยวดิ จะใจร้ายเกินไปแล้วนะริน" ผมหลุดขำเบาๆ กับท่าทีพยศของอีกฝ่าย "พี่อุตส่าห์เดินคอตกหอบสังขารมาง้อถึงหน้าห้อง ประตูห้องไม่ต้อนรับไม่ว่า แต่จะไล่ให้พี่ไปสำลักไข่มุกตายเนี่ย มันใจร้ายเกินกว่ามาตรฐานคนน่ารักเขาทำกันนะ" "ใครน่ารัก! พี่อย่ามาพูดจาเลี่ยนๆ แถวนี้เลยนะ" รินถอยหลังกรูดหนีเมื่อผมขยับก้าวล้ำเข้ามาในห้องทีละน้อย สองมือผลอกไสอกผมเบาๆ แต่มีหรือจะสู้แรงคนตัวโตกว่าได้ สุดท้ายรินก็จนมุมแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางรองเท้าหน้าห้องจนได้ ผมใช้แขนข้างหนึ่งยันกำแพงกักตัวเด็กดื้อเอาไว้ ก้มหน้าลงมองคนที่กำลังหลบตาแก้เขินด้วยความเอ็นดู สายตาคมกริบกวาดสำรวจใบเนียนใสที่ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างชัดเจน รินเม้มปากแน่นยิ่งกว่าเดิม ยิ่งเวลาเจ้าตัวเขินแล้วทำเป็นดื้อแบบนี้ มันยิ่งน่าแกล้ง... ไม่สิ น่าทะนุถอยถนอมให้จมเขี้ยวจริงๆ "ก็เรานั่นแหละครับที่น่ารัก" ผมเอ่ยเสียงนุ่ม ทิ้งสำเนียงกวนประสาทไปชั่วขณะ เหลือไว้เพียงความจริงจังที่เจือความอบอุ่นไว้จนล้นปรี่ "เมื่อคืนพี่นอนไม่หลับเลยรู้ป่ะ... ปกติเวลานอนต้องรำคาญเสียงบ่นผ่านไลน์ของใครบางคน แต่นี่ห้องเงียบกริบ ไม่มีใครมาคอยพิมพ์เถียงพี่ มันเหงาแปลกๆ นะครับ" รินชะงักเงยหน้าขึ้นสบตาผม ดวงตากลมโตฉายแววไหวระริกอย่างปิดไม่มิด "พี่... พี่พูดบ้าอะไรเนี่ย ใครอยากให้พี่หายเหงาเล่า ปล่อยเลยนะ จะมาเนียนกอดอกผมทำไม ออกไปเลย!" "ไม่ปล่อยครับ จนกว่าเราจะหายงอน" ผมยิ้มมุมปาก ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกันอยู่รอมร่อ "เอาอย่างนี้มั้ย ถ้าไม่อยากยกโทษให้พี่ปากเปล่า งั้นให้พี่ทำโทษแทนเอาป่ะล่ะ อยากให้พี่ทำอะไร ว่ามาเลย ยอมทุกอย่างจริงๆ นะ" "จริงนะ?" รินหรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจ ตามประสาคนรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของผม "ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้นครับ" ผมยักคิ้วกวนๆ ส่งให้หนึ่งที ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกางเกงของรินก็แผדเสียงสั่นครืดคราดขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ รินสะดุ้งเล็กน้อย รีบผลักอกผมออกแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ชั่วพริบตานั้นเอง สีหน้าของรินก็เปลี่ยนจากอาการเขินอายกลายเป็นความตกใจระคนเครียดทันที นิ้วเรียวกดรับสายอย่างรวดเร็ว กรอกเสียงลงไปโดยไม่ได้มองหน้าผมเลยสักนิด "ฮัลโหลแม่เหรอครับ? ...เอ่อ รินกำลังจะออกไปพอดีครับ... ครับ เดี๋ยวรินรีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยครับ!" รินวางสายด้วยท่าทางลนลาน มือไม้สั่นเทาเล็กน้อยจนผมต้องรีบเอื้อมไปจับข้อมือไว้ "เฮ้ย ริน เป็นอะไร หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย เกิดอะไรขึ้นที่บ้านเหรอ?" รินเงยหน้าขึ้นมองผม แววตาเต็มไปด้วยความกังวลจนน่าใจหาย "แม่โทรมาบอกว่า... พ่อเป็นลมล้มตบฟาดพื้นห้องน้ำที่บ้าน... ตอนนี้กู้ภัยกำลังพาตัวส่งโรงพยาบาลแถวบ้านแล้ว ริน... รินต้องรีบกลับต่างจังหวัดตอนนี้เลย!" หัวใจผมกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่ได้ยินประโยคถัดมา "พี่ทศ..." รินเงยหน้าขึ้นมองผม น้ำตาคลอเบ้าจนแทบจะหยดแหมะลงมาอยู่แล้ว "ริน... รินไม่มีสติเลย รินกลัว..." ผมไม่รอช้า ดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้แนบอกทันที มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและปลอบประโลมความกลัวในใจของอีกฝ่าย "ไม่ต้องกลัวนะริน มีพี่อยู่ตรงนี้... ตั้งสติก่อน เดี๋ยวพี่พาขับรถไปส่งที่บ้านเอง กุญแจรถพี่พร้อม ลุย!" รินพยักหน้ารัวๆ ซบหน้าลงกับอกผมเพื่อซ่อนหยาดน้ำตา ทว่าในวินาทีที่ผมกำลังจะผละตัวเพื่อไปหยิบกุญแจรถและกระเป๋าเป้ หน้าจอโทรศัพท์มือถือของรินที่วางอยู่บนชั้นวางรองเท้าก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทสีเขียว ที่เด้งขึ้นมาจากเพื่อนสนิทตัวดีอย่าง 'มิน' **[มิน]:** *ไอ้ริน! ตกลงมึงบอกพี่ทศยังวะเรื่องที่พ่อมึงแกล้งสำออยปวดท้องหลอกให้มึงรีบกลับบ้านไปดูตัวน้องสาวเพื่อนแม่ที่ร้านกาแฟอ่า? กูสืบมาแล้วนะเว้ยว่าพ่อกับแม่มึงร่วมมือกันหลอกมึงชัวร์!* สายตาของผมหยุดนิ่งค้างอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ข้อความนั้น... สมองประมวลผลความจริงทั้งหมดในเวลาไม่ถึงสามวินาที ก่อนที่ผมจะก้มลงมองเด็กในอ้อมกอด ที่ตอนนี้ตัวแข็งทื่อ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมช้าๆ พร้อมรอยยิ้มเจื่อนสนิทที่ส่งมาให้อย่างรู้ชะตากรรม "เอ่อ... พี่ทศครับ... คือว่า..." [สายลมแผ่วเบา] ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความป่วนชวนใจสั่นนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%