พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย•ตอนที่ 26

ปรับความเข้าใจใต้แสงดาว

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้ายังดึงหน้าใส่กันแบบนี้ ผมจะถือว่าที่ผ่านมาที่ผมพยายามจีบ... คุณไม่ได้รู้สึกอะไรเลยจริงๆ นะครับ" เสียงทุ้มต่ำที่หลุดลอดออกมาท่ามกลางความเงียบสงบบนดาดฟ้าหอพักชั้นแปด ทำให้คนที่กำลังยืนกอดอกหันขวับมามองทันที รินเม้มปากแน่น ดวงตากลมโตไหววูบอย่างปิดไม่มิด แม้แสงไฟนีออนสลัวๆ จากป้ายโฆษณาตึกฝั่งตรงข้ามจะสาดส่องลงมาไม่มากนัก แต่ทศก็ยังมองเห็นความดื้อรั้นที่ฉายชัดอยู่ในแววตานั้นได้อย่างชัดเจน "แล้วใครใช้ให้พี่มาจีบล่ะครับ... อยู่ๆ ก็โผล่มาวุ่นวายในชีวิตผม อยู่ๆ ก็ทำดีด้วย แล้วก็ทำเหมือนว่าทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่องสนุก!" รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอัดอั้นที่สะสมมาหลายวัน "พี่คิดว่าผมรู้สึกอยู่ฝ่ายเดียวแล้วมันตลกมากใช่ไหมครับ?" กึก— ประโยคที่พรั่งพรูออกมาจากปากคนตัวเล็กทำให้ทศถึงกับชะงัก รอยยิ้มกวนประสาทที่มักจะประดับอยู่บนมุมปากเสมอเลือนหายไปในพริบตา ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเราชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดตึกและเสียงรถราเบาบางจากถนนเบื้องล่างที่ดังคลอเข้ามา ทศถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายทีละก้าวอย่างเชื่องช้า จนรินต้องถอยหลังไปชนกับระเบียงปูนกั้นขอบดาดฟ้าโดยอัตโนมัติ พื้นที่ระหว่างเราแคบลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกผ่าน กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยและไอร้อนจากตัวของคนพี่ทำให้หัวใจของรินเต้นระรัวผิดจังหวะ "เรื่องสนุกเหรอครับ..." ทศท้าวแขนทั้งสองข้างลงบนขอบปูนกักตัวรินให้อยู่ในอ้อมแขนกลายๆ โน้มใบหน้าลงมาให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายด้วยความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง "คุณคิดว่าตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ที่ผมคอยซื้อข้าวมาแขวนไว้หน้าห้อง คอยกวนประสาทให้คุณหงุดหงิดเล่นทุกวัน คอยตามเช็ดตามล้างเวลาที่คุณเมาหัวราน้ำ... สำหรับผมมันคือเรื่องสนุกแค่นั้นจริงๆ เหรอครับ ริน" หัวใจของรินกระตุกวูบ คำพูดและน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นนั้นทำเอาสมองตื้อตันไปหมด มือเล็กที่กำเข้าหากันแน่นคลายออกช้าๆ "แล้วทำไม... ทำไมพี่ถึงไม่เคยพูดอะไรให้มันชัดเจนเลยล่ะครับ" รินเงยหน้าขึ้นสบตา ตัดสินใจปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้นตันใจออกมาทั้งหมด หยาดน้ำใสๆ คลอหน่วยที่หน่วยตาคู่สวย "พี่ทำเหมือนผมสำคัญ แต่บางทีพี่ก็ทำเหมือนผมเป็นแค่เด็กกวนประสาทคนหนึ่งที่พี่จะแกล้งตอนไหนก็ได้... พี่รู้ไหมว่าผมเหนื่อยแค่ไหนที่ต้องคอยเดาใจคนเจ้าเล่ห์อย่างพี่" นิ้วเรียวของทศยื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาปรกลงบนหน้าผากเนียนอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่แนบลงข้างแก้มทำให้รินสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี "ขอโทษนะครับ... ที่ทำให้ต้องคิดมาก" ทศเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาดื้อรั้นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนน่าใจหาย "ผมเป็นพวกปากแข็งและไม่ค่อยเก่งเรื่องหวานๆ เสียด้วยสิครับ คิดมาตลอดว่าการได้แกล้ง ได้เห็นคุณทำหน้ายุ่งๆ เวลาหงุดหงิดใส่ มันคือนิพพานของผมแล้ว... แต่พอมาเห็นคุณร้องไห้แบบนี้ หรือทำท่าเหมือนอยากจะผลักไสผมออกไปจริงๆ... ผมถึงเพิ่งรู้ว่าตัวเองโคตรโง่เลยครับที่กลัวแต่จะเสียฟอร์ม จนเกือบจะเสียคุณไปจริงๆ" "พี่ทศ..." รินครางชื่ออีกฝ่ายแผ่วเบา "ผมไม่ได้มองคุณเป็นแค่เด็กข้างห้องที่เอาไว้แกล้งแก้เหงานะครับริน" ทศขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มแดงก่ำ "ทุกครั้งที่เห็นคุณยิ้ม หัวใจผมมันทำงานหนักเกินเงินเดือนวิศวกรจบใหม่ไปหลายเท่าแล้ว... และถ้าวันนี้คุณยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของผมล่ะก็..." ทศหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กออกมาอย่างรวดเร็ว นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความบางอย่างลงในหน้าจอแชทระหว่างเขาก่อนจะกดส่งออกไปทันที โดยที่รินยังไม่ทันได้เอ่ยทักท้วง Rin: [พี่ชอบรินนะครับ... ไม่ใช่แค่เพราะอยากแกล้ง แต่ชอบแบบที่อยากให้มาเป็นแฟนกันจริงๆ สักที] หน้าจอโทรศัพท์ของรินที่ถืออยู่ในมือสั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาตรงหน้า รินก้มมองหน้าจอด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งและข้อความสารภาพรักที่ยาวเหยียดและตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาจากปากผู้ชายคนนี้ ทศกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองค้างไว้ เตรียมจะกดยกเลิกข้อความเมื่อเห็นสีหน้าเหวอสนิทของคนตรงหน้า แต่ไม่ทันเสียแล้ว รินอ่านมันจนจบทุกตัวอักษร "อะ... อะไรเนี่ย" รินหน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู พยายามจะซ่อนหน้าหนีด้วยการก้มมองพื้น แต่ทศไวกว่า มือใหญ่เอื้อมไปจับคางมนให้เงยขึ้นมารับสายตาร้อนแรงที่ส่งตรงมา "ส่งพลาดไปหน่อยครับ... แต่ความจริงล้วนๆ ไม่มีสแตนด์อินนะครับ" ทศกระตุกยิ้มมุมปาก กลับมาโหมดเจ้าเล่ห์ตัวพ่อแต่แววตากลับจริงจังเสียจนคนฟังแทบละลาย "ทีนี้... คำตอบล่ะครับ คนดี... จะให้ผมเป็นแค่พี่ข้างห้องหรือเปลี่ยนสถานะเป็นแฟนตัวจริงได้หรือยังครับ" ความเงียบกลับมาเยือนดาดฟ้าอีกครั้ง ท่ามกลางหมู่ดาวบนท้องฟ้าที่ส่องประกายระยิบระยับ รินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความอัดอั้นทั้งหมดมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย "ถ้าบอกว่ายังต้องพิจารณาความประพฤติอีกสักสามเดือนล่ะครับ..." รินช้อนตาขึ้นมองพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผุดขึ้นมาบนมุมปาก เลียนแบบท่าทางของอีกฝ่ายได้อย่างแนบเนียน ทศเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าคมคายทันที "อ๋อ... จะลองใจผมเหรอครับ ได้เลยครับคุณแฟน... ว่าแต่ระหว่างรอครบสามเดือนเนี่ย ผมขอจองสิทธิ์มัดจำไว้ก่อนได้ไหมครับ" ยังไม่ทันที่รินจะได้อ้าปากถามว่าสิทธิ์อะไร ทศก็ก้มลงมาประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากสำรวจความนุ่มนวลอย่างรวดเร็วและแผ่วเบา ก่อนจะผละออกมายิ้มกริ่ม "แบบนี้ไงครับ... การมัดจำรอบแรก" รินผลอกอกแกร่งเบาๆ ด้วยความเขินอายจนแทบระเบิด "ใครให้ทำแบบนี้เล่า! คนฉวยโอกาส!" "ก็คนมันคลั่งรักนี่ครับ... จะให้ทำไงล่ะ" ทศหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี คว้ามือเล็กมาจับไว้แน่น สอดประสานนิ้วเรียวเข้าด้วยกันอย่างพอเหมาะพอเจาะ บรรยากาศกำลังจะหวานชื่นและลงตัวอย่างไร้ที่ติ หากแต่จังหวะนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นตรงบันไดหนีไฟ พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายที่คุ้นหูเสียยิ่งกว่าอะไร "เฮ้ย! ไอ้น้องริน! มินส่งสายลับมารายงานสถานการณ์แล้วนะเว้ย! ตกลงเคลียร์กันลงตัวยังวะ หรือว่าต้องให้พี่โทรเรียกตำรวจข้อหาพรากผู้เยาว์ไอ้พี่ทศมัน— อ้าว..." ร่างโปร่งของมินที่วิ่งพรวดพราดขึ้นมาบนดาดฟ้าชะงักกึกทันที เมื่อเห็นภาพคนทั้งสองยืนจับมือกันแนบแน่นแถมหน้าตาแดงก่ำราวกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน ทศหันขวับไปมองเพื่อนสนิทตัวดีของแฟนหมาดๆ ด้วยสายตาพิฆาตที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา เหลือเพียงรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำเอาคนขัดจังหวะถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือเกาหัวแกรกๆ "เอ่อ... คือ... บรรยากาศดีเนอะว่ามั้ย? กู... กูลงไปรอข้างล่างดีกว่าวะ ฮ่าๆๆ..." มินหัวเราะแห้งๆ เตรียมจะหันหลังกลับวิ่งหนีลงบันได แต่ทศกลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลังอำนาจ ทำเอาคนที่กำลังจะก้าวเท้าหนีต้องหยุดกงจักรทันที "เดี๋ยวก่อนครับคุณเพื่อนสนิท..." ทศหรี่ตามองมินด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไหนๆ ก็ขึ้นมาขัดจังหวะสำคัญแล้ว... มาเคลียร์บัญชีเก่าเรื่องแผนการที่คุณวางแผนหลอกให้ผมไปเดินซื้อของคนเดียวเมื่ออาทิตย์ก่อนให้จบก่อนดีกว่าครับ" รินหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทางเอาคืนของแฟนหนุ่ม ขณะที่มินถึงกับหน้าซีดเผือดร้องเสียงหลง "เฮ้ย! ไอ้น้องรินช่วยพี่ด้วยยยย!" (โปรดติดตามตอนต่อไป...) ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความป่วนชวนใจสั่นนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พี่ข้างห้องครับ อย่ามาร้ายใส่กันได้มั้ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%