กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 12

ฝึกฝนกระบี่ผสานใจ

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายโลหิตจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ปลายจมูก ยังไม่น่าสะพรึงกลัวเท่ากับความเงียบงันระหว่างคนทั้งสองที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ ณ เบื้องหน้าผาไร้เงา "หากเจ้ายังลังเลที่จะปล่อยวางลมหายใจของตนเองลง แม้แต่ครึ่งลมหายใจเดียว... วิชาคู่ 'กระบี่ผสานจิต' ที่บรรพจารย์รจนาไว้ ก็เป็นได้แค่เพียงเศษกระดาษชำระที่ใช้เช็ดคราบเลือดบนคมกระบี่เท่านั้น" น้ำเสียงของเซียนจื่อเยว่ราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งความหวั่นไหว ทว่านัยน์ตาคู่หงส์ที่ทอดมองมากลับซ่อนประกายคมกริบดั่งคมดาบที่ซุกซ่อนอยู่ในฝักนิ่ม นางยืนอยู่บนแท่นหินอัคนีเบื้องหน้า สมสภาวะพลังปราณรอบกายแผ่รัศมิ์เย็นเยียบแผ่ซ่านออกมาราวกับเกล็ดน้ำแข็งพันปี ชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามกระแสลมปราณที่หมุนวนรอบกาย แม้จะดูงดงามบริสุทธิ์ดั่งเซียนสวรรค์ผู้สูงส่ง แต่ความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของนางกลับหนักหน่วงราวมหาบรรพตกดทับ หลี่เฟยแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างแผ่วเบา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างทระนงตน เขากำด้าม 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด "ปล่อยวางลมหายใจ? เซียนจื่อเยว่... สำหรับมือสังหารอย่างข้า ลมหายใจคือสิ่งเดียวที่ซื้อมาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของศัตรู จะให้ข้ามอบมันให้อยู่ในกำมือของผู้อื่น แม้จะเป็นเจ้า... ก็มิใช่เรื่องง่ายดายปานนั้น" ดวงตาคมกริบของหลี่เฟยวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เขารู้ดีว่า 'วิชาคู่' ที่กำลังจะเริ่มฝึกฝนในค่ำคืนนี้ หาใช่การหลอมรวมลมปราณธรรมดา หากแต่มันคือการเปิดประตูห้องหับแห่งจิตวิญญาณให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เปิดเผยจุดอ่อน ช่องว่าง และความทรงจำที่ลึกที่สุดให้อีกฝ่ายล่วงรู้ หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดความระแวงสงสัย หรือจิตใจสั่นคลอนแม้แต่น้อย ผลลัพธ์ที่ได้มิใช่การบรรลุเคล็ดวิชา แต่คือธาตุไฟเข้าแทรกจนเส้นลมปราณทั่วร่างขาดสะบั้น นี่คือการเดิมพันด้วยชีวิต... และยิ่งไปกว่านั้น มันคือการเดิมพันด้วยหัวใจที่ทั้งสองต่างฝ่ายต่างพยายามปิดตายมาเนิ่นนาน "ถ้าเช่นนั้น..." เซียนจื่อเยว่ก้าวเท้าเข้าหาช้าๆ ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองหดแคบลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและไอเย็นที่ปะทะกัน กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวนางคล้ายกลิ่นเหมยป่าท่ามกลางหิมะโปรยปราย ลอยปะปนกับกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ บนตัวของหลี่เฟยได้อย่างประหลาด "พิสูจน์ให้ข้าเห็นสิ ว่ากระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้า มีค่าพอที่จะให้ข้าฝากฝังความตายไว้ด้วยหรือไม่" สิ้นคำพูด ร่างระหงของนางก็พุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศดั่งหงส์เหิน เพลงกระบี่เหมันต์นทีถูกชักนำออกมาทันที เกล็ดน้ำแข็งนับหมื่นสายก่อตัวขึ้นเป็นรูปดอกบัวเหมันต์กลางเวหา แผ่พุ่งไอความเย็นยะเยือกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งให้กลายเป็นจุล หลี่เฟยไม่ถอยแม้แต่ครึ่งก้าว นัยน์ตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ร่างกายขยับไปตามสัญชาตญาณแห่งความเป็นความตาย พลังปราณสีดำสนิทระเบิดออกจากจุดตันเถียน พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาราวกับมังกรทมิฬคำราม *เปรี้ยง!* คมกระบี่ทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ เสียงระเบิดกัมปนาทสะท้อนก้องไปทั่วหุบผา แรงปะทะของพลังหยินหยางแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนแผ่นหินเบื้องล่างแตกร้าวเป็นทางยาว ทว่า นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชีวิต ทว่าเป็นการ 'ทดสอบ' จังหวะหัวใจ ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่ทั้งสองแนบชิดกันจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ หลี่เฟยรู้สึกได้ถึงกระแสความเย็นเยือกที่ไหลทะลักผ่านคมกระบี่เข้ามาสู่แขนขวา มันพยายามแทรกซึมเข้าสู่หัวใจของเขาเพื่อทดสอบความนิ่งงบของจิตวิญญาณ ในขณะเดียวกัน เซียนจื่อเยว่เองก็ต้องรับมือกับความร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงโลกันตร์ของหลี่เฟยที่แผดเผาเข้ามาในกระแสลมปราณของนางเช่นกัน ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง ใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนและไอเย็นเยือกประสานกันเป็นหนึ่งเดียว หลี่เฟยจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ปกติมักจะเย็นชาราวน้ำแข็งคู่นั้น บัดนี้ เขากลับมองเห็นเงาสะท้อนของตัวเขาเองที่อยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงและความโดดเดี่ยว *เด็กหนุ่มผู้แบกรับคราบเลือด... หญิงสาวผู้แบกรับความหนาวเหน็บ...* จิตสำนึกของทั้งสองถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงมิติแห่งจิตวิญญาณ ความทรงจำอันดำมืด เสียงกรีดร้องของศัตรูในอดีต ภาพความโดดเดี่ยวบนยอดเขาไท่ซาน คราบเลือดที่ล้างไม่ออกจากมือ ความกดดันจากสำนักที่ต้องแบกรับไว้บนบ่าบอบบาง ทั้งหมดหลั่งไหลเข้าหากกันผ่านการเชื่อมต่อของคมกระบี่ หลี่เฟยรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก ราวกับว่าบาดแผลในอดีตของเซียนจื่อเยว่กำลังถูกถ่ายทอดมาสู่เขา ความเย็นชาของนางแท้จริงแล้วคือเกราะป้องกันอันเปราะบางที่ซ่อนเร้นความอ่อนแอเอาไว้ ในขณะเดียวกัน เซียนจื่อเยว่ก็สัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวอันยาวนานของหลี่เฟย มือสังหารผู้ไม่เคยเชื่อใจใครนอกจากคมกระบี่ในมือ ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งก่อตัวขึ้นในอก มันคือความเข้าใจ... ความเห็นอกเห็นใจ... และความไว้วางใจที่เติบโตขึ้นท่ามกลางความตาย "เจ้า..." เสียงของเซียนจื่อเยว่สั่นเครือเล็กน้อยเป็นครั้งแรก นัยน์ตาดำขลับไหววับ นางไม่ได้ถอยหนี แต่กลับขยับมือเข้าใกล้เขามากขึ้น ปลายกระบี่ของทั้งคู่ตกลงสู่พื้นหินเบื้องล่าง เสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้นเบาๆ ทว่า ในวินาทีที่กำแพงแห่งความระแวงระหว่างคนทั้งสองกำลังจะทลายลง และพลังปราณคู่กำลังจะหลอมรวมกันจนสมบูรณ์แบบนั้นเอง... *ตูมมม!* ม่านพลังป้องกันรอบหุบผาไร้เงากลับระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงระเบิดมหาศาลซัดโถมเข้ามาอย่างไร้สัญญาณเตือน ท้องนฟ้ายามค่ำคืนที่เคยมีดวงจันทร์กระจ่าง กลับถูกกลืนกินด้วยกลุ่มเมฆหมอกสีเลือดที่เคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมอย่างรวดเร็วดั่งพายุฝน เงาร่างนับสิบสายพุ่งทะยานลงมาจากยอดเขาสูง ทุกร่างสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรยิ้มเยาะ มือถือโซ่ตรวนอาคมที่ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน "ฮ่าๆๆๆ! ไม่นึกเลยว่า ยอดเซียนจื่อเยว่ผู้สูงส่ง กับมือสังหารนามกระฉ่อนหลี่เฟย จะมาแอบบำเพ็ญเพียรวิชาคู่กันในที่ลับตาเช่นนี้!" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกดังขึ้น พร้อมกับร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงาหมอก มือข้างหนึ่งถือป้ายคำสั่งสีทองประทับตราโลหิต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ 'สำนักเงาทมิฬสวรรค์' ที่หลี่เฟยเคยคิดว่ากวาดล้างจนหมดสิ้นไปแล้วเมื่อสามปีก่อน! หลี่เฟยหรี่ตาลง รังสีสังหารพวยพุ่งออกจากร่างจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที เขากระชับกระบี่ในมือแน่นขึ้น ในขณะที่เซียนจื่อเยว่ก้าวถอยหลังมาครึ่งก้าว ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาอย่างไร้รอยต่อ ไอเย็นจากร่างนางกลับมาแผ่ซ่านอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเย็นชาเพื่อผลักไส ทว่ามันคือความเย็นยะเยือกของคมกระบี่ที่เตรียมพร้อมจะปลิดชีพผู้มาเยือนทั้งหมด "ดูเหมือนว่า... พวกมันจะไม่อยากให้เราฝึกวิชาจนสำเร็จเสียแล้วล่ะนะ" หลี่เฟยเอ่ยกระซิบข้างหูของนาง น้ำเสียงราบเรียบแต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความตาย เซียนจื่อเยว่ไม่ตอบคำ นางเพียงแค่เอื้อมมือเรียวขาวมาแตะที่ข้อมือของเขาเบาๆ ถ่ายทอดพลังปราณส่วนสุดท้ายที่ยังค้างคาให้หลอมรวมกันจนสมบูรณ์ "ฆ่าพวกมันให้หมด... แล้วเราค่อยมาฝึกกันต่อ" ...โปรดติดตามตอนต่อไป... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%