กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 13

การทรยศในศิษย์ร่วมสำนัก

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายโลหิตคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นธูปบูชาบรรพชนในห้องโถงใหญ่แห่งสำนักกระบี่เมฆา ภายใต้แสงเทียนสีชาดที่ไหววูบวาบตามสายลมราตรี เงาร่างสองสายกำลังยืนเผชิญหน้ากันด้วยความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว "เจ้ากล้าดียังไง... ถึงทรยศต่ออุดมการณ์ของบรรพชน!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของหลี่เฟยดังขึ้น ทรวงอกของบุรุษหนุ่มกระเพื่อมไหวตามแรงสะท้อนของลมปราณ นัยน์ตาคมกริบดั่งคมกระบี่จ้องมองไปยังบุรุษวัยกลางคนในชุดอาภรณ์ขาวสะอาดตาผู้ดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดแห่งฝ่ายธรรมะ ทว่าเบื้องหลังรอยยิ้มอันเมตตาปรานีเมื่อยามกลางวัน บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยแววตาอำมหิตและรอยยิ้มเยาะเย้ยหยันที่มุมปาก เซียนจื่อเยว่ องค์หญิงแห่งแดนเซียนผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังหลี่เฟย ร่างระหงของนางแผ่ไอเย็นเยียบออกมารอบกายจนหยาดน้ำค้างบนพื้นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง นางไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆ ออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ทว่ามือเรียวบางที่กุมด้ามกระบี่ประจำกายกลับสั่นเทาเล็กน้อย ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังโดยผู้มีพระคุณที่เปรียบเสมือนบิดาคนที่สอง กัดกินหัวใจอันโดดเดี่ยวของนางจนแทบแหลกสลาย "ทรยศงั้นหรือ?" ผู้อาวุโส "มู่หรงเหอ" หัวרויเสียงแหลมสูง สะบัดแขนเสื้อกว้างจนเกิดเสียงแหวกอากาศดังหวีดหิว "หลี่เฟย เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม คิดว่าเจ้าครอบครองกระบี่ไร้ลักษณ์แล้วจะมองทะลุปรุโปร่งทุกสิ่งในใต้หล้า ยุทธภพนี้ไม่เคยมีคำว่าธรรมะหรืออธรรม มีเพียงผู้ชนะที่ยืนอยู่บนซากศพของผู้แพ้เท่านั้น!" บรรยากาศภายในห้องโถงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ปราณกระบี่ของหลี่เฟยเริ่มแผ่ซ่านออกมาเป็นระลอกคลื่น สั่นสะเทือนคานไม้และเสาศิลาจนเกิดรอยร้าวเป็นทางยาว ความทะนงตนในวิถีกระบี่ของเขาไม่เคยยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมใดๆ ยิ่งเมื่อรู้ว่าเบื้องหลังคดีสังหารล้างสำนักเมื่อสิบปีก่อน แท้จริงแล้วมีมือของผู้อาวุโสผู้ทรงเกียรติผู้นี้บงการอยู่ ความแค้นในใจก็เดือดพล่านดั่งลาวาใต้พื้นพิภพ "สิบปีก่อน เจ้าใช้แผนสกปรกโยนความผิดให้สำนักมาร เพื่อกอบโกยศิลาปราณสวรรค์มาเป็นของตนเอง..." หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับหนักหน่วงราวน้ำหนักนับพันชั่ง "วันนี้ หนี้เลือดนี้ สมควรต้องชำระด้วยเลือด" มู่หรงเหอหรี่ตาลง รอยยิ้มเยาะหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความระแวดระวังขั้นสุดยอด เขารู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าแม้จะมีอายุเยาว์ แต่ฝีมือกระบี่กลับบรรลุถึงขั้นไร้ลักษณ์ ไร้กระบวนท่า ไร้ร่องรอย ต่อให้เป็นยอดฝีมือรุ่นเก่าก็ยังต้องไว้ท่าทีสามส่วน "คิดจะฆ่าข้า? ฝันไปเถอะ!" มู่หรงเหอคำรามลั่น ประสานอินด้วยมือทั้งสองข้าง พลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งทะลักออกจากร่างราวกับอสูรร้ายหลุดจากพันธนาการ นี่คือ "วิชาดูดกลืนวิญญาณโลหิต" วิชามารต้องห้ามที่เขาซ่อนเร้นไว้ใต้คราบนักพรตผู้ทรงศีลมานานหลายสิบปี ผนังห้องโถงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ไอพิษสีม่วงเข้มแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว กัดกร่อนเสาไม้จนกลายเป็นสีดำสนิทในชั่วพริบตา เซียนจื่อเยว่ขมวดคิ้วมุ่น นางขยับตัวก้าวขึ้นมาเคียงข้างหลี่เฟย ไอเย็นจากปราณเซียนของนางแผ่ขยายออกเป็นโล่โปร่งใสปกป้องทั้งคู่จากไอพิษ "เฟยหลาง ระวังตัวด้วย วิชาของมันแปลกประหลาดนัก มันใช้ศิษย์ในสำนักนับร้อยชีวิตเป็นเครื่องสังเวยเพื่อบ่มเพาะพลังนี้" หลี่เฟยเหลือบมองหญิงสาวที่ยอมละทิ้งทุกอย่างแม้กระทั่งเกียรติยศของสำนักเพื่อยืนเคียงข้างเขา แววตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งพลันอ่อนแสงลงชั่วขณะ เขายกมือขึ้นสัมผัสไหล่บางของนางเบาๆ เป็นการส่งกระแสจิตถ่ายทอดความมั่นใจ "จื่อเยว่... ถอยไปดูกลุ่มคนเบื้องหลังให้ดี ข้าจะแสดงให้มันเห็นว่า กระบี่ในมือข้า สามารถตัดขาดแม้กระทั่งความตายได้อย่างไร" สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าแลบ ไร้ซึ่งเสียงแหวกอากาศ ไร้ซึ่งร่องรอยการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่ถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างของหลี่เฟยปรากฏขึ้นเบื้องหน้ามู่หรงเหอในระยะประชิด โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ตั้งตัว "เร็วมาก!" มู่หรงเหออุทานด้วยความตื่นตระหนก รีบยกกระบี่คู่กายขึ้นต้านรับตามสัญชาตญาณ เคร้ง! ประกายไฟสีทองสว่างวาบเจิดจ้า แผ่ขยายรัศมีออกไปรอบทิศทางจนหน้าต่างกระดาษทั้งหมดฉีกขาดเป็นจุล พลังปราณที่ปะทะกันสร้างแรงกระแทกมหาศาลจนพื้นหินปูพื้นระเบิดออกเป็นหลุมลึก หลี่เฟยยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ทรนงดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งความสะท้านสะเทือน ขณะที่มู่หรงเหอต้องถอยหลังไปสามก้าว ลมหายใจหอบกระชั้น เลือดสดๆ ไหลรินออกจากมุมปาก "เจ้า... นี่คือกระบี่ไร้ลักษณ์กระบวนท่าที่สามงั้นหรือ?" มู่หรงเหอกล่าวด้วยความหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต หลี่เฟยไม่ตอบคำ ถามเพียงแค่ตวัดข้อมือช้าๆ กระบี่ในมือส่งเสียงร้องครางฮัมราวกับพญามังกรตื่นจากการจำศีล ทว่าก่อนที่เขาจะปลิดชีพอดีตผู้อาวุโสผู้นี้เพื่อปิดฉากความแค้น เสียงฝีเท้าจำนวนนับไม่ถ้วนก็ดังสะท้อนก้องมาจากเบื้องล่างภูเขา ตึง! ตึง! ตึง! ประตูกระจกบานใหญ่ของห้องโถงแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ร่างของยอดฝีมือในชุดเกราะทองคำนับร้อยนายพุ่งทะยานเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้จนแน่นหนา ผู้นำของกองกำลังนั้นคือชายชราผู้หนึ่งที่สวมหน้ากากเงินครึ่งหน้า แววตาคู่คมกริบมองตรงมาที่หลี่เฟยด้วยความเย็นชา "นึกไม่ถึงเลยว่า... มือสังหารอันดับหนึ่งแห่งยุทธภพ จะแอบลอบเข้ามาในเขตหวงห้ามของสำนักเรา เพื่อแย่งชิงความลับของแดนลับแล" ชายชราสวมหน้ากากกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่ากังวานลึกบาดลึกถึงจิตวิญญาณ "และดูเหมือนว่า... เจ้าสำนักหญิงผู้สูงส่งของเรา จะทรยศต่อสำนักไปหลับนอนกับมันเสียแล้ว" เซียนจื่อเยว่หน้าถอดสีทันที นางจำเสียงนั้นได้แม่นยำ "ผู้อาวุโสสูงสุดฝ่ายกิจการภายใน... ท่านปู่อู่ฮั่น!?" หลี่เฟยหรี่ตาลงคมกริบ กระบี่ในมือสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม เพราะเขารู้ทันทีว่า ปลาตัวใหญ่ที่สุดไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเดียว และความลับที่ดำมืดที่สุดของยุทธภพกำลังจะถูกเปิดเผย ณ วินาทีนี้เองที่กระบี่ในมือของเขาค่อยๆ ถูกชักออกจากฝักทีละน้อย พร้อมกับจิตสังหารที่แผ่พุ่งทะลวงเมฆหมอกบนท้องฟ้าจนจันทร์เพ็ญมืดดับลงในพริบตา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%