กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 14

เลือดนองผืนทราย

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
เม็ดทรายสีทองระยิบระยับยามต้องแสงตะวันแผดเผา บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยสีโลหิตจนกลายเป็นสีแดงฉานน่าสะพรึงกลัว ทะเลทรายไร้พรมแดนในยามนี้มิใช่ดินแดนแห่งความเวิ้งว้างอันสงบเงียบอีกต่อไป หากแต่เป็นลานประหารกลางแจ้งที่กลิ่นอายความตายลอยอวลคละคลุ้งปะปนไปกับสายลมร้อนระอุ "เจ้ายังดึงดันจะปกป้องคนทรยศผู้นี้ถึงเมื่อใดกัน แม่นางจื่อเยว่?" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังสะท้อนก้องกังวานท่ามกลางคลื่นความร้อน แผ่ซ่านจิตสังหารรุนแรงจนเม็ดทรายรอบกายหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น เบื้องหน้าคือเหล่ามือสังหารแห่งตำหนักโลหิตทมิฬนับร้อยชีวิต ที่แผ่ขยายค่ายกลปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนี ประหนึ่งตาข่ายฟ้าดินที่ไร้ทางรอด เซียนจื่อเยว่ ยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางพายุทราย อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางยามนี้เปรอะเปื้อนคราบเลือดและฝุ่นผง แต่ทว่าแววตาคู่คมกลับเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี นางกระชับกระบี่เซียนหยกในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัดจากการใช้พลังปราณเกินขีดจำกัด แต่แผ่นหลังของนางก็มิเคยโน้มเอียงลงแม้แต่น้อย นางเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องข้าง—หลี่เฟย แม้อีกฝ่ายจะยังคงรักษาท่าทีเยชาและทะนงตนดังเช่นเคย แต่รอยแผลลึกที่ต้นแขนขวาซึ่งมีโลหิตสีดำไหลซึมออกมาอย่างต่อเนื่อง กลับบ่งบอกชัดเจนว่าพิษจากศัตรูเริ่มกัดกินเส้นชีพจรของเขาแล้ว "เจ้าน่าจะหนีไปคนเดียว..." หลี่เฟยเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ สายตาคมกริบดั่งคมกระบี่จับจ้องไปยังเงาร่างของผู้นำกลุ่มมือสังหารเบื้องหน้า "สตรีโง่เขลาเช่นเจ้า เหตุใดจึงต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ ณ ดินแดนรกร้างแห่งนี้ด้วย" จื่อเยว่ไม่หันไปมอง เขา แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับแย้มยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่งดงามและเย็นชา แต่มอบความอบอุ่นล้ำลึกแก่หัวใจที่ด้านชาของมือสังหารหนุ่มยิ่งนัก "หากวิถีกระบี่ของข้าไร้ซึ่งผู้เคียงข้าง การมีชีวิตอยู่ต่อไปก็เป็นเพียงเงาอันว่างเปล่า... หลี่เฟย เจ้าเคยสอนข้ามิใช่หรือว่า ยอดกระบี่แท้จริงย่อมต้องกล้าเผชิญหน้ากับความตายอย่างองอาจ" หลี่เฟยแค่นเสียงหึในลำคอ แววตาฉายประกายอำมหิตวาบผ่าน "เช่นนั้น... วันนี้เราจะให้พวกมันได้รู้ซึ้งว่า การเหยียบย่างเข้ามาในรัศมีกระบี่ของเรา มีจุดจบเช่นไร" ฉับพลันนั้น ร่างของหลี่เฟยก็ทะยานพุ่งออกไปดั่งสายฟ้าแลบ ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมทะเลทราย เคล็ดวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ถูกแผ่ขยายออกอย่างไร้ร่องรอย ทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบลงบนพื้นทราย เม็ดทรายนับหมื่นพลแปรสภาพเป็นศาสตราวุธนับพันชิ้น พุ่งทะยานเข้าสังหารศัตรูเบื้องหน้าในพริบตา ฉ๊วะ! ฉ๊วะ! ฉ๊วะ! เสียงเนื้อหนังถูกเฉือนขาดและเสียงกรีดร้องโหยหวนดังประสานกับเสียงลมพายุ โลหิตสาดกระเซ็นย้อมผืนทรายให้กลายเป็นสีชาดเข้มข้น หลี่เฟยเปรียบประดุจยมทาผู้ลงทัณฑ์ ความเร็วของกระบี่ในมือเขาไร้รูปร่าง ไร้ทิศทาง และไร้ซึ่งความปรานี ทุกกระบวนท่าแฝงไว้ด้วยสัจธรรมแห่งความเป็นความตายที่เฉียบคม ทว่า ฝ่ายตรงข้ามหาใช่จอมยุทธ์ทั่วไปไม่ ผู้นำมือสังหารโลหิตทมิฬอาศัยจังหวะที่หลี่เฟยต้องรับมือกับค่ายกลรุมล้อม ซัดเข็มพิษโลหิตมังกรนับร้อยเล่มเข้าใส่จุดตายกลางหลังของเขาในเสี้ยววินาทีที่ช่องว่างเปิดออก "ระวัง!" จื่อเยว่พุ่งทะยานเข้ามาขวางกั้นอย่างไม่คิดชีวิต กระบี่เซียนหยกในมือวาดวงโค้งเป็นม่านน้ำแข็งบริสุทธิ์ ปะทะเข้ากับเข็มพิษโลหิตอย่างจัง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะสะท้อนกลับทำให้นางกระอักโลหิตคำโตออกมา ร่างบอบบางเซถอยหลังไปหลายก้าวเกือบจะล้มลงบนผืนทรายร้อนระอุ "จื่อเยว่!" หลี่เฟยคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดวงตาคู่คมแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ ปราณกระบี่ในกายระเบิดทะลักออกมาจนมิติรอบกายบิดเบี้ยว เขาสะบัดกระบี่ออกสุดแรงเกิด พลังปราณสายหนึ่งตวัดกวาดร่างของมือสังหารนับสิบคนขาดเป็นสองท่อนในคราเดียว ก่อนจะพุ่งเข้าไปประคองร่างของหญิงสาวเอาไว้ในอ้อมแขน "ข้า... ไม่เป็นไร" จื่อเยว่ฝืนยิ้ม แม้ใบหน้าจะซีดเผือดไร้สีเลือด หยดโลหิตสีแดงฉานไหลรินจากมุมปากตัดกับอาภรณ์สีขาวสะอาดตาราวกับดอกเหมยท่ามกลางเหมันต์ "เจ้าโง่..." หลี่เฟยกระซิบชิดริมฝีปาก นาง มือข้างหนึ่งโอบประคองแผ่นหลังบอบบางไว้อย่างทะนุถนอม ทว่ามืออีกข้างกลับกำด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความรู้สึกผิดและไอสังหารแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนบรรยากาศรอบกายหนתทึบราวกับถูกแช่แข็ง ผู้นำมือสังหารโลหิตทมิฬก้าวเท้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหยัน "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งยุทธภพกับนางเซียนผู้สูงส่ง ต้องมาจบชีวิตลงพร้อมกัน ณ ที่แห่งนี้ ถือว่าพวกเจ้าไม่เสียชาติเกิดแล้ว!" หลี่เฟยค่อยๆ วางร่างของจื่อเยว่ลงบนพื้นทรายอย่างแผ่วเบา เขายืนขึ้นช้าๆ แผ่นหลังเหยียดตรงดั่งกระบี่เหล็กกล้าที่ผ่านการตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าท่ามกลางไฟบรรลัยกัลป์ "เจ้าคิดว่าพวกเราจะตายที่นี่กระนั้นหรือ?" เสียงของหลี่เฟยราบเรียบเย็นชา แต่มันกลับทรงพลังจนกดทับสรรพเสียงรอบกายให้เงียบกริบลงในทันที ไอพลังประหลาดบางอย่างเริ่มแผ่พุ่งออกมาจากร่างของเขา ท้องนภามืดครึ้มลงฉับพลัน เมฆฝนดำทะมึนก่อตัวขึ้นเหนือทะเลทรายไร้พรมแดน พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องบน นี่คือสัญญาณของการทะลวงขอบเขตพลังที่หลับใหลมาเนิ่นนาน! ผู้นำมือสังหารหน้าถอดสีทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังแผ่ขยายขึ้น "ทะ... ทะลวงขั้นแดนสวรรค์กลางสนามรบ?! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!" หลี่เฟยเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แววตาทะนงตนไร้ซึ่งความหวาดกลัว เขายกกระบี่ในมือขึ้นชี้ฟ้า ปราณกระบี่พุ่งเสียดแทงทะลุเมฆหมอก ดึงดูดสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ให้ผ่าลงมายังร่างของตนเองโดยตรง! ทว่า ในเสี้ยววินาทีก่อนที่สายฟ้าสายแรกจะฟาดผ่าลงมา เสียงฝีเท้าม้าและเสียงคำรามกึกก้องก็ดังขึ้นจากขอบฟ้าไกลโพ้น พร้อมกับธนับพันดอกที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาปักลงเบื้องหน้ากลุ่มมือสังหารโลหิตทมิฬจนล้มตายเป็นใบไม้ร่วง เงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดเกราะสีดำสนิท ควบม้าศึกทะยานฝ่าพายุทรายเข้ามาอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน ในมือถือทวนยาวที่เคลือบด้วยปราณโลหิตเข้มข้น และเมื่อเขาดึงผ้าคลุมหน้าออก ใบหน้านั้นกลับทำให้หลี่เฟยต้องหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ— ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%