กลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมันต์ในยามวิกาล หยดโลหิตสีแดงฉานหยาดหยดลงจากปลายนิ้วเรียวยาวของหลี่เฟย กระทบพื้นศิลาสีนิลเกิดเสียงดังสะท้อนกังวานราดรดความเงียบงันในถ้ำผาเร้นจันทร์
ดวงตาคมปลาบของเขาไม่ได้ทอดมองบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ซ้าย หากแต่จดจ้องไปยังประกายไฟกองเล็กที่กำลังมอดไหม้ ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านรอยแยกของผนังถ้ำ เงาร่างระหงของเซียนจื่อเยว่พลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้า นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับคราบโลหิตที่เปรอะเปื้อน ไร้ซึ่งความเยือกเย็นชาดั่งเช่นเคยมี แววตาของยอดเซียนผู้สูงส่งบัดนี้สั่นไหวระริก ยามที่ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกสลักของนางเอื้อมออกไป หมายจะสัมผัสรอยแผลเป็นลึกที่พาดผ่านแผ่นอกกว้างของบุรุษผู้ทะนงตน
"เจ้า... คิดจะปิดบังข้าไปถึงไหนกัน หลี่เฟย"
น้ำเสียงของนางแผ่วเบา ทว่าสั่นเครือเล็กน้อย ราวกับหยาดน้ำค้างบนยอดหญ้าที่ต้องลมหนาว นางย่อมรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้มีวิถีกระบี่ที่เด็ดเดี่ยวและไร้พ่ายเพียงใด แต่เบื้องหลังความเยือกเย็นและคมกระบี่ที่พร้อมปลิดชีพศัตรูในคราเดียวนั้น กลับซุกซ่อนรอยแผลที่แม้แต่กาลเวลาก็ไม่อาจลบเลือน
หลี่เฟยแค่นยิ้มหยันให้กับตนเอง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตา เขาเบือนหน้าหลบปลายนิ้วของนางเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะรังเกียจ หากแต่เพราะเขาไม่คู่ควรกับความห่วงใยอันบริสุทธิ์นี้
"รอยแผลนี้... ไม่คู่ควรให้สายตาของเจ้าต้องแปดเปื้อนหรอก จื่อเยว่" หลี่เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทรวงอกกระเพื่อมไหวตามจังหวะลมหายใจที่ติดขัด "มันเป็นเพียงเครื่องเตือนใจถึงอดีต... อดีตที่ข้าเลือกจะฝังกลบมันไว้ใต้หลุมศพของตระกูลหลี่"
จื่อเยว่เม้มริมฝีปากแน่น นางไม่ยอมถอยมือกลับ นางขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายหอมเย็นบริสุทธิ์ของนางปะทะเข้ากับไอความร้อนจากพิษโลหิตที่กำลังแผดเผาร่างกายของหลี่เฟย
"เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกัน? เซียนผู้ตัดขาดจากโลกีย์เช่นข้า ไยต้องใส่ใจเรื่องแปดเปื้อนเหล่านี้" จื่อเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาคู่คมฉายประกายความเจ็บปวดแทนเขา "แต่ข้าทนไม่ได้... ทนเห็นเจ้าต้องแบกรับความแค้นนับร้อยชีวิตไว้เพียงลำพัง ทนเห็นเจ้าใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตายโดยไม่มีแม้แต่ผู้ใดเคียงข้าง"
คำพูดของนางดั่งสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของหลี่เฟย มือหนาที่กุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์สั่นสะท้อนเล็กน้อย ภาพเหตุการณ์ในคืนเพ็ญเลือดเมื่อสิบปีก่อนพลันหลั่งไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิดราวกับภาพลวงตา
คืนนั้น... ท้องนภากลมกลืนไปด้วยสีเลือด เพลิงผลาญลุกโชนแผดเผาเรือนพักตระกูลหลี่เสียงกรีดร้องขอชีวิตของมารดาและน้องสาวตัวน้อยยังคงดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเขาไม่เสื่อมคลาย หลี่เฟยในวัยเยาว์ทำได้เพียงซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นเรือน มองดู "มัน" ผู้ใช้กระบี่ตระกูลเดียวกัน สังหารบิดาด้วยกระบวนท่าเดียวอย่างไร้ความปรานี
"เจ้าอยากรู้ใช่ไหม... ว่ารอยแผลนี้ได้มาจากที่ใด" หลี่เฟยเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยของจื่อเยว่ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความเคียดแค้นที่ถูกปลุกเร้า "มันไม่ได้มาจากสำนักมารโลหิต... และก็ไม่ได้มาจากเหล่าเซียนผู้ผดุงคุณธรรมบนยอดเขาไท่ซาน"
จื่อเยว่ชะงักงัน ลมหายใจของนางสะดุดกึก "หรือว่า..."
"ใช่" หลี่เฟยหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความระทมทุกข์ "คนที่มอบรอยแผลนี้ให้ข้า คือ 'กระบี่เทพสุริยัน' ผู้นำพรรคกระบี่สวรรค์... อาจารย์ผู้ให้กำเนิดและชุบเลี้ยงข้ามากับมือ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณชั่วขณะ ราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง จื่อเยว่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางย่อมรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของกระบี่เทพสุริยันเป็นอย่างดี เขาคือหนึ่งในยอดฝูงชนผู้ยิ่งใหญ่ที่ผู้คนต่างเคารพยำเกรงในคุณธรรม ใครเล่าจะคาดคิดว่าเบื้องหน้าอันสง่างามสูงส่งนั้น จะซ่อนธาตุแท้ที่เหี้ยมโหดอำมหิตถึงเพียงนี้
"เขาฆ่าล้างตระกูลของข้า เพียงเพราะต้องการครอบครอง 'คัมภีร์กระบี่ไร้ลักษณ์' ที่บรรพบุรุษของเราสลักไว้บนกระดูกสันหลัง!" หลี่เฟยกัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว "ข้าในวัยสิบขวบ ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางศพของคนในครอบครัว เรียนรู้วิถีแห่งมือสังหารในความมืด ดื่มกินเลือดของสัตว์อสูรเพื่อฝึกฝนเคล็ดวิชาฝืนลิขิต... ทั้งหมดก็เพื่อวันเดียว วันที่จะได้ทวงคืนหนี้เลือดนี้!"
หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาของเซียนจื่อเยว่เป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี นางไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้ความทะนงตนและความเย็นชาที่หลี่เฟยแสดงออกต่อโลกหล้า เขาต้องผ่านพ้นนรกอเวจีมามากมายเพียงใด นางเอื้อมมือออกไปโอบกอดร่างแกร่งที่กำลังสั่นเทาด้วยแรงแค้นเข้าสู่อ้อมอกอย่างไม่ลังเล
สัมผัสอันอ่อนโยนและไออุ่นจากร่างของหญิงสาว ทำให้จิตใจที่พายุร้ายกำลังโหมกระหน่ำของหลี่เฟยสงบลงชั่วขณะ ใบหน้าคมเข้มแนบลงกับลาดไหล่บอบบางของนาง กลิ่นอายความเป็นความตายที่เคยรายล้อมรอบตัวเขาค่อยๆ จางหายไป
"หลี่เฟย... เจ้าไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว" จื่อเยว่กระซิบชิดริมหูของเขา น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงใจ "ไม่ว่าวิถีกระบี่ของเจ้าจะนำพาไปสู่ความตายหรือขุมนรกใด ต่อให้ต้องเป็นศัตรูกับคนทั้งยุทธภพ หรือแม้แต่ทัณฑ์สวรรค์... ข้า จื่อเยว่ ผู้นี้ ก็จะเคียงข้างกระบี่ของเจ้าเสมอ"
หลี่เฟยหลับตาลงรับสัมผัสอันอบอุ่นนั้น หัวใจที่ด้านชามานานนับปีเริ่มกลับมาเต้นระรัวอีกครั้ง ทว่า ในวินาทีที่ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจ ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของมือสังหารระดับปรมาจารย์ของเขากลับพลันตื่นตัวขึ้นอย่างรุนแรง
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดั่งใบลอยกระทบพื้น... ดังขึ้นที่ปากถ้ำ!
เปรี้ยง!
ผนังศิลาหน้าถ้ำระเบิดออกเป็นจุล เศษหินและฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว พร้อมกับเงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทที่พุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ ปลายกระบี่อาบยาพิษสีเขียวมรกตพุ่งตรงเข้าเสียบทะลวงหัวใจของหลี่เฟยในระยะเผาขน โดยที่ไม่มีใครทันตั้งตัว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 15
ความลับใต้รอยแผล
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!