กระบี่หักครึ่งเล่มเล่มนั้นมิได้เป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่า หากแต่เป็นดั่งวิญญาณแห่งสำนักที่ถูกกรีดควักออกมาประจานต่อหน้าศิษย์ผู้กตัญญู
ประกายตาของหลี่เฟยหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นด้าย เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ดั่งกลองศึกที่เร่งเร้าจังหวะแห่งความตาย ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เคยสงบนิ่งภายในกายบัดนี้พลิกผันดั่งคลื่นคลั่งพายุซัดสาด มันแผ่ซ่านออกมารอบกายจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม ความเจ็บปวดจากการสูญเสียอาจารย์ผู้เป็นดั่งบิดาบังเกิดเกล้าเมื่อหลายปีก่อนไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึง ราวกับบาดแผลฉกรรจ์ที่ถูกกรีดซ้ำด้วยคมมีดสนิมเขรอะ
"หลี่เฟย..."
เสียงของเซียนจื่อเยว่ดังแผ่วเบาอยู่ข้างกาย นางก้าวเข้ามาประชิดโดยไม่ลังเล แม้ใบหน้าอันงดงามจะยังคงความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ทว่าแววตาคู่คมกลับฉายประกายความห่วงใยอย่างลึกซึ้งที่มอบให้แก่เขาเพียงผู้เดียว มือเรียวดั่งหยกขาวเอื้อมแตะลงบนบ่ากว้างที่กำลังสั่นเทาด้วยแรงโทสะ พลังปราณหยินบริสุทธิ์ของนางไหลถ่ายเทเข้าไปเพื่อกดข่มปราณกระบี่ที่กำลังจะทะลักออกนอกควบคุมของเขา
"นั่นคือ... กระบี่ของอาจารย์" หลี่เฟยกล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังอำนาจจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "มันมาอยู่ในมือของไอ้สารเลวพวกนี้ได้อย่างไร?"
เงาร่างที่ถือกระบี่หักหัวเราะออกมาเสียงต่ำ มันเป็นเสียงที่แหบแห้งราดรดด้วยกลิ่นอายความตาย ภายใต้ผ้าคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกความมืดกลืนกิน เผยให้เห็นเพียงรอยแผลเป็นลึกน่ากลัวจากหางตาถึงมุมปาก
"หลี่เฟย... ศิษย์รักเจ้าสำนักกระบี่ไร้ลักษณ์ ช่างน่าขันสิ้นดีที่เจ้ายังจมปลักอยู่กับความกตัญญูกำมะลอ" เงาร่างปริศนาเอ่ยขึ้น พร้อมกับโยนกระบี่หักครึ่งเล่มลงแทบเท้าของหลี่เฟย "อาจารย์ของเจ้าไม่ได้ตายด้วยน้ำมือของศัตรูภายนอกอย่างที่เจ้าเข้าใจ... แต่เขาตายเพราะความอ่อนแอของตัวเขาเอง และเพราะเคล็ดวิชาที่เจ้ากำลังฝึกฝนอยู่นี่อย่างไรเล่า!"
คำพูดนั้นดั่งสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจ หลี่เฟยชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ความทรงจำในอดีตซ้อนทับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว—วันนั้นที่อาจารย์กระอักเลือดดำออกมาเต็มพื้น วันนั้นที่คำสั่งเสียสุดท้ายถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ... *'อย่าได้ฝึกฝนวิชานี้จนถึงขั้นสูงสุด...'*
"เจ้าพูดว่าอะไรนะ!" หลี่เฟยคำรามลั่น เงื้อมือคว้าด้ามกระบี่ข้างกายหมายพุ่งเข้าประจันหน้า
ทว่า เซียนจื่อเยว่กลับคว้าแขนเขาไว้แน่น แรงบีบจากมือนางหนักหน่วงจนฝังลึกลงในเนื้อตัว นางกวาดสายตาคมกริบมองไปยังคัมภีร์โบราณที่นางเพิ่งหยิบขึ้นมาจากแท่นหินใจกลางถ้ำ แสงเรืองรองสีครามจากหน้ากระดาษโบราณกำลังสะท้อนเข้ากับดวงตาคู่สวยของนาง
"หลี่เฟย ตั้งสติ!" จื่อเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและทรงอำนาจ ดึงสติของชายหนุ่มกลับมาจากขอบเหวแห่งความคลุ้มคลั่ง "อย่าปล่อยให้อารมณ์ครอบงำจนตกหลุมพรางของมัน ดูนี่สิ... ข้าพบแล้ว"
หลี่เฟยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สะกดกลั้นเพลิงโทสะในอกแล้วหันไปมองในมือของหญิงสาว คัมภีร์โบราณที่เปื่อยยุ่ยตามกาลเวลาหน้าหนึ่งกำลังเปิดออก ตัวอักษรโบราณที่เขียนด้วยหมึกชาดปรากฏเด่นชัด พร้อมกับภาพวาดลายเส้นของกระบี่ที่ไร้รูปร่างชัดเจน
"นี่คือ..." หลี่เฟยขมวดคิ้วมุ่น
"วิชาที่ใช้สยบเงามืดในตำราโบราณ" จื่อเยว่กล่าวต่อ น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่แฝงด้วยความตื่นเต้นระคนโล่งอก "บันทึกนี้กล่าวไว้ว่า 'เงามืด' ที่พวกมันใช้ครอบงำจิตใจผู้คน แท้จริงแล้วมิใช่พลังปราณภายนอก หากแต่เป็นจิตมารที่สะสมอยู่ในตัวผู้ฝึกตน อาจารย์ของเจ้าไม่ได้ถูกสังหารโดยผู้อื่น... แต่เขาฝืนฝึกวิชาขั้นที่สิบสามจนถูกจิตมารเข้าแทรกแซง และเพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นเครื่องมือของมัน เขาจึงเลือกที่จะทำลายตัวเองและมอบกระบี่เล่มนี้ให้ซ่อนไว้"
เงาร่างที่ถือกระบี่หักหัวเราะลั่นถ้ำอีกครั้ง เสียงหัวเราะแหลมสูงเสียดแก้วหู "ฉลาดนัก! สมกับที่เป็นเซียนผู้เยือกเย็นแห่งสำนักกระบี่เหมันต์ แต่รู้แล้วอย่างไร? ในเมื่อพวกเจ้าสองคนกำลังจะกลายเป็นปุ๋ยฝังอยู่ใต้ถ้ำแห่งนี้!"
สิ้นเสียงคำราม เหล่านักฆ่าในชุดดำนับสิบชีวิตพุ่งทะยานออกมาจากเงาดาบ ประหนึ่งฝูงพญาอินทรีโฉบเหยื่อ ประกายคมดาบสะท้อนแสงไฟสลัวจนลายตา แรงกดดันจากลมปราณผสานกันจนกลายเป็นตาข่ายไร้รูป ปิดตายทุกเส้นทางหนี
หลี่เฟยหันกลับมามองหน้าเซียนจื่อเยว่ เพียงสบตากันชั่วพริบตา ความเข้าใจอันลึกซึ้งก็ประสานเข้าหากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด นางคือผู้ปกป้องเขาจากเบื้องหลัง และเขาคือคมกระบี่ที่จะทะลวงผ่านทุกอุปสรรคเบื้องหน้า
"จื่อเยว่ คุ้มกันตัวเองด้วย" หลี่เฟยเอ่ยเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคง ดึงกระบี่ออกจากฝัก เสียงเหล็กเสียดสีกับฝักดัง *กริ๊ง* กังวานบาดใจ
"ระวังตัวด้วยนะหลี่เฟย อย่าตายก่อนที่ข้าจะอนุญาตให้เจ้าแต่งกับข้าล่ะ" นางมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง งดงามหยาดเยิ้มจนสามารถละลายน้ำแข็งพันปีได้ ทว่าแววตากลับแปรเปลี่ยนเป็นประกายสังหารคมกริบ
พริบตานั้นเอง เซียนจื่อเยว่สะบัดมือขวา ปราณเหมันต์บริสุทธิ์ระเบิดออกเป็นเกล็ดน้ำแข็งนับหมื่นชิ้นพุ่งเข้าตรึงร่างของเหล่านักฆ่าแถวหน้าไว้ในพริบตา ขณะที่หลี่เฟยทะยานร่างหายวับไปจากจุดเดิม ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ผสานกับเคล็ดวิชาใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบในตำราโบราณ เปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน
คมกระบี่พุ่งตรงไปยังเงาร่างปริศนาผู้ถือกระบี่หักอย่างแม่นยำ ไร้ซึ่งความลังเล ไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงวิถีกระบี่ที่มุ่งตรงสู่ความตายของผู้บังอาจ
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายกระบี่ห่างจากคอหอยของเป้าหมายเพียงแค่คืบเดียว เงาร่างนั้นกลับยิ้มเยาะออกมาอย่างน่าประหลาด พร้อมกับกล่าวประโยคหนึ่งที่ทำให้หัวใจของหลี่เฟยหยุดเต้นไปชั่วขณะ
"เจ้าคิดว่าข้างหลังของเจ้านั้น... ปลอดภัยแล้วอย่างนั้นหรือ?"
หลี่เฟยเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสลมเย็นเฉียบที่พัดผ่านต้นคอ พร้อมกับไอฆ่าฟันอันคุ้นเคยที่แผ่ออกมาจากร่างของเซียนจื่อเยว่ผู้ยืนอยู่ด้านหลังเขา!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 10
วิชาลับที่สาบสูญ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!