โลหิตสีดำสนิทหยดลงกระทบพื้นหินศิลาทีละหยด... ติ๋ง... ติ๋ง...
เสียงนั้นดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของป่าทึบยามราตรี คมมีดอาบพิษเจ็ดราตรีฝังลึกอยู่หลังแผ่นหลังของหลี่เฟย พิษร้ายแรงกำลังแผ่ซ่านกัดกินเส้นชีพจรและลมปราณอย่างรวดเร็วดั่งไฟลามทุ่ง ความเจ็บปวดเสียดแท่นพุ่งพล่านไปทั่วร่าง แต่ทว่าบุรุษหนุ่มกลับมิได้ส่งเสียงร้องคร่ำครวญแม้แต่ครึ่งคำ สันหลังของเขายังคงเหยียดตรงดั่งกระบี่เหล็กกล้าที่ปักค้ำฟ้า ดึงความทะนงตนในวิถีกระบี่ออกมาต้านทานความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"หลี่เฟย!"
เสียงอุทานด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นดังขึ้นจากปากของเซียนจื่อเยว่ ดวงตาคู่งามที่มักจะเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปีบัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก นางไม่เคยคิดเลยว่าในเสี้ยววินาทีความเป็นความตาย มนุษย์ผู้เย็นชาและหยิ่งผยองคนนี้จะพลิกตัวกลับมารับคมมีดแทนนางที่กำลังตกเป็นเป้าหมาย
เงาร่างที่สามหัวเราะเยาะด้วยน้ำเสียงแหบพร่าดั่งอีกาผี "ฮ่าๆๆๆ ช่างเป็นคู่รักที่รักกันปานจะกลืนกิน สมควรแล้วที่ต้องตายด้วยกัน!"
หลี่เฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มกรอบหน้าเนื่องจากพิษร้าย แต่แววตาของเขากลับคมกริบยิ่งกว่าคมกระบี่ในฝัก เขากัดฟันกรอดจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน แผ่ไอสังหารเย็นเยียบอשอกมารอบตัวจนใบไม้รอบกายแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
"เจ้า... คิดว่าพิษเจ็ดราตรีนี้จะพรากชีวิตข้าได้หรือ?" หลี่เฟยเอ่ยเสียงแหบพร่าแต่น่าเกรงขาม
"อวดดีนัก!" มือสังหารเงาร่างที่สามสะบัดข้อมือเตรียมซัดอาวุธลับชุดที่สองเข้าใส่
แต่ทว่า ในจังหวะนั้นเอง เซียนจื่อเยว่หาได้ยืนดูเฉยไม่ ไอพลังเซียนบริสุทธิ์สีครามระเบิดออกจากร่างของนางอย่างรุนแรงจนพื้นดินรอบบริเวณยุบตัวลงเป็นวงกว้าง ความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ของสำนักเทพกระบี่เหมันต์แผ่พุ่งออกมาราวกับพายุหิมะคลั่ง นางก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างระหงพุ่งทะยานเข้าขวางเบื้องหน้าของหลี่เฟย รัศมีกระบี่ในมือส่องประกายเจิดจ้าดั่งแสงจันทร์ในคืนวันเพ็ญ ตัดผ่านความมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย!
ฉับพลัน! แสงกระบี่สีครามพาดผ่านลำคอของเงาร่างที่สามอย่างงดงามและเด็ดขาด
"อั๊ก..." มือสังหารผู้นั้นเบิกตากว้าง มือทั้งสองกุมลำคอของตนเองที่เริ่มมีรอยเลือดซึมออกมา ก่อนที่ร่างไร้ลมหายใจจะทรุดฮวบลงกองกับพื้น ดับดิ้นสิ้นชีพในกระบวนท่าเดียว
ความเงียบสงัดกลับมาเยือนอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นของหลี่เฟยและเสียงหัวใจที่เต้นรัวของจื่อเยว่ นางรีบหันกลับมาประคองร่างของชายหนุ่มทันที เรียวนิ้วอันสั่นเทากดลงบนจุดชีพจรเพื่อสกัดกั้นพิษร้ายไม่ให้แล่นเข้าสู่หัวใจ
"เจ้าคนโง่... ใครใช้ให้เจ้ามารับแทนข้ากัน?" เสียงของจื่อเยว่สั่นเครือเล็กน้อย ความเยือกเย็นทั้งหมดที่นางเคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความห่วงใยที่ลึกซึ้งจนเจ็บปวด
หลี่เฟยฝืนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งทว่าอบอุ่นในคราเดียวกัน "ข้า... เป็นจอมยุทธ์ผู้ถือครองกระบี่... จะปล่อยให้สตรีที่ข้าปกป้องต้องมีรอยขีดข่วนได้อย่างไร... อีกอย่าง เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลนัก ข้ายังไม่ยอมตายตอนนี้หรอก"
จื่อเยว่เม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำตาที่นางพยายามสะกดกลั้นไว้ นางรู้ดีว่าพิษเจ็ดราตรีนั้นร้ายกาจเพียงใด หากไม่เร่งหาที่ปลอดภัยเพื่อขับพิษออก หลี่เฟยจะต้องจบชีวิตลงภายในยามสามอย่างแน่นอน
"จับมือข้าไว้" จื่อเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว นางตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหรือฝ่าด่านนรกภูตผี นางก็จะพาหลี่เฟยไปให้ถึง 'อารามหิมะ' บนยอดเขาเทียนซานให้จงได้ สถานที่แห่งนั้นมีบ่อน้ำพุวิเศษศักดิ์สิทธิ์ที่อาจจะพอช่วยขับพิษนี้ได้
ทั้งสองเร้นกายหายลับไปจากความมืดมิด ทิ้งไว้เพียงศพไร้วิญญาณและกลิ่นอายเลือดที่จางหายไปกับสายลมราตรี
การเดินทางหลบหนีจากการไล่ล่าของเหล่านักฆ่าสำนักเงาอสูรเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยอันตรายและความตายที่หายใจรดต้นคอ หลี่เฟยใช้พลังปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมดประคับประคองสติ ขณะที่จื่อเยว่คอยกวาดล้างศัตรูที่ดักซุ่มอยู่ตามรายทางด้วยกระบวนท่ากระบี่เหมันต์ที่รวดเร็วและไร้ปรานี
ผ่านพ้นป่าทึบ เข้าสู่เขตหุบเขาหมอกทมิฬ อากาศเริ่มหนาวเหน็บจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว บาดแผลที่แผ่นหลังของหลี่เฟยเริ่มส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว พิษร้ายกัดกินลึกถึงกระดูกจนใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด แต่แววตาของเขายังคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง
"พักตรงนี้ก่อนเถอะ" จื่อเยว่กล่าวด้วยความกังวล เมื่อเห็นว่าหลี่เฟยเริ่มเดินเซ นางประคองร่างหนาเข้าไปหลบในถ้ำหินธรรมชาติแห่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตกเล็กๆ
ภายในถ้ำค่อนข้างมืดและอับชื้น จื่อเยว่วางหลี่เฟยให้นั่งพิงผนังถ้ำอย่างระมัดระวัง นางรีบฉีกชายผ้าของตนเองออกเพื่อเตรียมทำแผลและดูดพิษให้เขา ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเอื้อมมือไปปลดชุดผ้าด้านนอกของหลี่เฟย มือหนากลับคว้าข้อมือของนางไว้แน่น
"อย่า..." หลี่เฟยสบตาคู่งามของนาง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวงแหนและความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมานาน "พิษนี้... เข้าสู่ชีพจรหัวใจแล้ว หากเจ้าใช้ปากดูดพิษให้ข้า พิษอาจจะตีกลับเข้าสู่ร่างของเจ้า... ข้าไม่ยอมให้เจ้าเอาชีวิตมาเสี่ยงเด็ดขาด"
"แต่ถ้าข้าไม่ทำ เจ้าก็จะตาย!" จื่อเยว่ขึ้นเสียงใส่เขาเป็นครั้งแรก น้ำตาที่อดกลั้นมานานหยดเผาะลงบนหลังมือของหลี่เฟย "เจ้าคนดื้อรั้น ทำไมถึงได้ชอบแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเล่า? เจ้าคิดว่าข้าจะทนมองเจ้าตายไปต่อหน้าต่อตาได้หรืออย่างไร?"
หลี่เฟยมองหยาดน้ำตาของนาง หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่มือสังหารผู้คร่าชีวิตคนมานับไม่ถ้วนอย่างเขาเคยกระทำ
"จื่อเยว่... ตั้งแต่ข้าเลือกเดินบนเส้นทางแห่งกระบี่ ข้าไม่เคยกลัวความตาย... แต่การที่ได้พบเจ้า ทำให้ข้าเพิ่งรู้ว่า... การมีชีวิตอยู่เพื่อปกป้องใครสักคนมันมีความหมายมากเพียงใด" หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่จริงจังทุกถ้อยคำ
บรรยากาศภายในถ้ำเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหินและเสียงหัวใจของคนทั้งสองที่เต้นตรงกันอย่างจังหวะจะโคน ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเป็นความตาย สตรีผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งและบุรุษผู้เย็นชาดั่งคมกระบี่ บัดนี้หัวใจของทั้งคู่ได้หลอมรวมเป็นดวงเดียวกันอย่างไร้เงื่อนไข
ทว่า... ความสุขสงบมักอยู่ได้ไม่นาน
ฉับพลัน! บรรยากาศรอบถ้ำก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบอย่างผิดปกติ ไอสังหารอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวพุ่งตรงเข้ามาปิดล้อมปากถ้ำไว้อย่างแน่นหนา
จื่อเยว่สะดุ้งสุดตัว นางรีบชักกระบี่คู่กายออกมารemลืองมองไปที่ปากถ้ำด้วยแววตาระแวดระวัง "พวกมันตามมาเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?"
หลี่เฟยฝืนยันกายลุกขึ้นยืน แม้ขาจะสั่นเทาแต่เขาก็ยังคงกำกระบี่ในมือแน่น ดวงตาคมกริบมองทะลุม่านน้ำตกออกไปเบื้องนอก และในวินาทีนั้นเอง เงาร่างนับสิบก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังก้องไปทั่วหุบเขา
"คิดว่าจะหนีพ้นมือเงาอสูรไปได้งั้นรึ? หลี่เฟย... วันนี้คือวันตายของเจ้า!"
เสียงประกาศก้องมาพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจนหินในถ้ำสั่นสะเทือน แต่สิ่งที่ทำให้หลี่เฟยและจื่อเยว่ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ มิใช่เพราะจำนวนของเหล่านักฆ่า... แต่เป็นเงาร่างสุดท้ายที่ก้าวเท้าออกมาจากความมืด พร้อมกับถือ 'กระบี่หักครึ่งเล่ม' ที่คุ้นตาเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นอาวุธประจำตัวของอาจารย์ผู้ล่วงลับของหลี่เฟยเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่ากระบี่และโลหิตไปกับข้า แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 9
เส้นทางหนีสู่อารามหิมะ
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!