กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายมรณะที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของผู้ที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ใต้แผ่นดินมานานถึงสามปี
หลี่เฟยมองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาที่สั่นไหวระริกเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในจุดตันเถียนเกิดอาการปั่นป่วนจนแทบจะทะลักย้อนกลับ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ดั่งเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าความสับสนในจิตใจ “อาจารย์...” คำพูดยากเย็นแสนเข็ญนี้หลุดลอดไรฟันของมือสังหารผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อความตาย ทว่าเวลานี้ เขากลับรู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่โดยโชคชะตาอันตردร้าย
เงาร่างของผู้อาวุโสสำนักมารที่สวมหน้ากากกระดูกสัตว์และมีใบหน้าครึ่งหนึ่งเน่าเปื้อนรอยแผลเป็นจากเพลิงผลาญในอดีต นั่นคือบุคคลที่เขาเคยเผาทำพิธีศพด้วยมือของตนเอง คนที่สอนวิชาดาบและวิถีแห่งความเป็นมนุษย์ให้แก่เขา ร่างนั้นกำลังยืนอยู่เหนือซากปรักหักพังของสำนักกระบี่เมฆา นัยน์ตาคู่เดิมที่เคยเต็มไปด้วยความเมตตากลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งประกายชีวิต ทว่าเปี่ยมล้นด้วยจิตสังหารสีดำสนิทที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งให้เป็นจุล
“หลี่เฟย! อย่าไขว้เขว!”
เสียงหวานกังวานดั่งหยกกระทบกัน ทว่าเจือด้วยกระแสลมหายใจที่อ่อนรินดังขึ้นข้างกาย เซียนจื่อเยว่ในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปื้อนไปด้วยหยดเลือดสีชาด ร่างอรชรของนางทรุดลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นดินที่แตกละเอียด กระบี่วิเศษ ‘เหมันต์จันทรา’ ในมือสั่นเทาน้อยๆ ปราณเซียนคุ้มกายของนางแตกซ่านจากการปะทะกับค่ายกลมารเมื่อครู่ ที่มุมปากของนางมีสายโลหิตไหลรินสะท้อนแสงจันทร์สีเพลิงอย่างน่าเวทนา
ในฐานะมือสังหาร กฎเหล็กข้อแรกและข้อเดียวที่หลี่เฟยต้องยึดถือคือ: *ภาระกิจคือชีวิต เป้าหมายต้องดับสูญ ห้ามมีความลังเล ห้ามมีความผูกพัน*
คำสั่งจากสำนักเงาโลหิตที่มอบหมายให้เขาแฝงตัวเข้ามาในคืนนี้คือการสังหาร "เซียนจื่อเยว่" เจ้าสำนักกระบี่เมฆาผู้กุมความลับคัมภีร์กระบี่เก้าสวรรค์ เพื่อตัดกำลังและเปิดทางให้สำนักมารครอบครองยุทธภพ หากเขาลงมือในตอนนี้ แทงกระบี่ไร้ลักษณ์ทะลวงจุดชีพจรหัวใจของหญิงสาวที่กำลังอ่อนแอ ภารกิจจะสำเร็จลุล่วงอย่างสมบูรณ์แบบ เขากจะได้รับอิสรภาพตามสัญญาและก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลกมืด
ทว่า... ภาพของจื่อเยว่ในยามที่ยอมหันหลังให้กับโลกเซียนเพื่อปกป้องศิษย์สำนักเดียวกัน ภาพดวงตาคู่ที่เคยเย็นชาคู่นั้นที่มักจะแอบมองเขาด้วยความห่วงใยยามที่เขาได้รับบาดเจ็บจากภารกิจ—ทุกสิ่งย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิดราวกับภาพฉายซ้ำ
“เจ้า... เหตุใดจึงยังไม่ลงมือ?” จื่อเยว่เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตานางไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อความตายแม้แต่น้อย มีเพียงความผิดหวังระคนยอมรับในชะตากรรม นางคิดว่าเขาคือมือสังหารที่ถูกส่งมาปลิดชีพนางตามคาดการณ์อยู่แล้ว “หากจะลงมือ... ก็รีบเสียเถอะ ดีกว่าต้องตกไปอยู่ในเงื้อมมือของพวกมัน”
หลี่เฟยไม่ตอบคำถาม ร่างสูงสง่าในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์รอบกายแปรเปลี่ยนจากความเงียบงันเป็นพายุหมุนวนที่ดุดัน เขาหันคมกระบี่ออกจากทิศทางของหญิงสาว หันหน้าเผชิญกับกองทัพมารนับร้อยและร่างของ "อาจารย์" ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
“ข้าเป็นมือสังหารที่ไร้หัวใจ” หลี่เฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น แต่ทรงพลังจนสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา “แต่ข้าไม่ใช่เดรัจฉานที่ไร้จิตวิญญาณ”
สิ้นเสียง... บรรยากาศรอบด้านพลันเงียบสงัดลงชั่วขณะ ลมปราณอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกจากร่างของหลี่เฟยจนพื้นดินรอบตัวยุบตัวลงเป็นวงกว้าง การกระทำนี้เท่ากับการประกาศตัวเป็นศัตรูกับสำนักเงาโลหิตและสำนักมารพร้อมกัน เป็นการทรยศต่อองค์กรที่ชุบเลี้ยงเขามา และเป็นการเลือกเส้นทางที่ไร้ซึ่งทางหวนกลับ
“เจ้าเด็กอกตัญญู!” เสียงแหบพร่าราวกับเสียงกู่ร้องมาจากขุมนรกดังขึ้นจากร่างของอาจารย์ผู้ล่วงลับ ร่างนั้นพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้า มือข้างหนึ่งแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บมารสีดำทมิฬที่ฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงแหลมแสบแก้วหู พุ่งตรงเข้าหมายเด็ดชีพศิษย์รักในคราเดียว
“อาจารย์... ให้ศิษย์ได้ปลดปล่อยท่านจากพันธนาการนี้เอง!”
หลี่เฟยคำรามลั่นในลำคอ ดวงตาคู่นคมกล้าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสะบัดออกเป็นประกายแสงสีเงินยวดยวง ผสานกับเคล็ดวิชาสูงสุดที่เขาไม่เคยใช้มันเพื่อการสังหารผู้บริสุทธิ์มาก่อน นี่คือวิถีกระบี่ที่แท้จริงของเขา—วิถีที่ปกป้องสิ่งที่สมควรปกป้อง แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
เคร้ง!
ประกายไฟจากการปะทะกันระเบิดสว่างวาบท่ามกลางราตรี แรงสะท้อนทำให้กระดูกทั่วร่างของหลี่เฟยร้าวระบม เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของเขา ทว่าเขากลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยแม้แต่ครึ่งก้าว ร่างของเขายืนหยัดตระหง่านเป็นโล่กำบังให้กับเซียนจื่อเยว่ที่นั่งอยู่เบื้องหลังอย่างมั่นคง
จื่อเยว่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง นางมองแผ่นหลังที่กว้างใหญ่และมั่นคงของชายหนุ่มที่ยอมหันคมกระบี่ใส่ผู้มีพระคุณและองค์การสังหารเพื่อปกป้องนาง น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคู่สวย ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนาน ท่ามกลางมหันตภัยและความตายที่รายล้อม นางเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า บุรุษผู้เย็นชาคนนี้ได้มอบชีวิตและจิตวิญญาณทั้งหมดให้กับนางแล้ว
“หลี่เฟย... ระวัง!”
เสียงกรีดร้องของจื่อเยว่ดังขึ้นพร้อมๆ กับที่เงาร่างที่สาม ซึ่งซ่อนเร้นอยู่ใต้ความมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหลังของหลี่เฟยอย่างกะทันหัน พร้อมกับคมมีดอาบพิษเจ็ดราตรีที่พุ่งตรงเข้าเสียบทะลุแผ่นหลังของเขาในเสี้ยววินาทีที่เขาพะวงกับการรับมือศัตรูเบื้องหน้า!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีแห่งกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 8
การตัดสินใจของมือสังหาร
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!