"เจ้ากล้าดีอย่างไร... ถึงได้เหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตของข้าด้วยมือที่เปื้อนเลือดคาวโลกีย์เช่นนี้"
สุ้มเสียงนั้นเย็นเยียบประดุจธารน้ำแข็งใต้พิภพ ทว่ากังวานใสราวกระดิ่งเงินที่ถูกลมพัดผ่าน ป่าไผ่หมอกที่เคยเงียบสงัดพลันสั่นไหว ปราณกระบี่อันคมกริบดั่งเข็มพิษนับหมื่นเล่มแผ่ซ่านออกมาจากอากาศธาตุ บดขยี้กิ่งไผ่จนละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา
หลี่เฟยหยุดฝีเท้าลงอย่างนิ่งสงบ ฝ่ามือที่หยาบกร้านจากการจับด้ามกระบี่มานับหมื่นครั้งยังคงแนบสนิทอยู่ข้างกาย เขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่หนักอึ้ง แต่ทว่า ดวงตาของเขากลับนิ่งสนิทดุจทะเลสาบไร้คลื่น
"เลือดบนมือข้า... หากเทียบกับเลือดของเหล่าผู้อาวุโสในสำนักท่านที่ข้าเพิ่งชำระแค้นไปเมื่อค่ำคืนก่อน ก็นับว่าสะอาดหมดจดนัก" หลี่เฟยเอ่ยตอบ น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยแต่ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ท่านเซียนจื่อเยว่... สตรีผู้สูงส่งดั่งจันทร์กระจ่างบนฟ้าไกล เหตุใดจึงลดตัวลงมาเป็นผู้เฝ้าประตูให้เหล่าคนโฉดชั่วช้าในป่าหมอกแห่งนี้กันเล่า?"
ท่ามกลางม่านหมอกที่หนาทึบ ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ก้าวออกมา สตรีผู้นั้นมีใบหน้าดั่งรูปสลักจากหยกชั้นดี คิ้วโก่งดั่งคันศร ดวงตาดุจดาราที่เย็นชาราวกับมองทุกชีวิตในโลกหล้าเป็นเพียงธุลีดิน ในมือของนางถือกระบี่ ‘จันทร์ดับดารา’ ที่ส่องประกายสีเงินยวงล้อกับแสงจันทร์
นางไม่ตอบคำถามนั้น หากแต่ชี้ปลายกระบี่มายังอกซ้ายของเขาโดยตรง
"โลกียวิสัยมีคุณธรรมกำกับ ผู้บำเพ็ญเพียรมีบัญญัติสวรรค์คุ้มครอง เจ้าสังหารศิษย์ร่วมสำนักข้า... ต่อให้เจ้าจะเป็นจอมยุทธ์ผู้เก่งกาจเพียงใด วันนี้กระบี่ในมือข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าก้าวพ้นป่าไผ่หมอกไปได้แม้แต่ก้าวเดียว"
"บัญญัติสวรรค์หรือ?" หลี่เฟยแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "สวรรค์ที่เมินเฉยต่อความทุกข์ระทมของผู้อ่อนแอ สวรรค์ที่เปิดทางให้คนชั่วรุ่งเรือง... หากนั่นคือสวรรค์ของท่าน ข้าก็พร้อมจะสวมบทเป็นมารร้ายเพื่อทลายมันทิ้งเสีย"
*วูบ!*
ไม่ทันที่คำพูดสุดท้ายจะจางหาย หลี่เฟยขยับกายดุจเงาปีศาจ กระบี่ประจำกาย 'ไร้ลักษณ์' ถูกชักออกจากฝักเพียงครึ่งนิ้ว เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานกึกก้องไปทั่วป่าไผ่ พลังปราณที่รุนแรงพุ่งเข้าปะทะกับไอเย็นของนางเซียนจนเกิดเป็นคลื่นลมมหาศาลหมุนวนอยู่รอบตัวทั้งสอง
จื่อเยว่เบิกตากว้างเล็กน้อย นางไม่คาดคิดว่าบุรุษเบื้องหน้าจะกล้าเปิดฉากโจมตีเข้าใส่ยอดเซียนเช่นนางก่อน กระบี่จันทร์ดับดาราวาดผ่านอากาศเป็นวงโค้งสละสลวย ราวกับจะกักขังหลี่เฟยไว้ในพันธนาการแห่งดวงดาว แต่ทว่า หลี่เฟยกลับเคลื่อนไหวในองศาที่ไม่มีใครคาดถึง เขาอาศัยจังหวะที่กระบี่ของนางกรีดผ่านอากาศ แทรกตัวเข้าหาจุดอับสายตาด้วยวิชาตัวเบา ‘ย่างก้าวไร้เงา’
"วิชาพิสดารนัก!" จื่อเยว่พึมพำ นางพลิกข้อมือ สะบัดกระบี่เข้าขวางทางรอดของเขาอย่างแม่นยำ ทุกกระบวนท่าของนางคือความงามที่แฝงไปด้วยความตายที่รวดเร็ว
การปะทะกันดำเนินไปอย่างดุเดือด ทั้งสองแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันด้วยความเร็วที่ตาเปล่าไม่อาจมองทัน ทุกครั้งที่กระบี่กระทบกัน ประกายไฟสีทองและสีเงินจะกระจายตัวราวกับดอกไม้เพลิงที่กำลังเฉลิมฉลองบนความหายนะของหมู่ไผ่ หลี่เฟยรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากพลังปราณระดับสูงของสตรีผู้นี้ นางไม่ได้มีดีเพียงแค่ความสง่างาม แต่นางคือยอดฝีมือที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาอย่างหนักหน่วง
ทันใดนั้น หลี่เฟยตัดสินใจเสี่ยง! เขาจงใจเปิดช่องโหว่บริเวณหัวไหล่ซ้ายเพื่อให้จื่อเยว่พุ่งเข้ามา จื่อเยว่ที่มองเห็นโอกาสทองไม่ลังเลที่จะแทงกระบี่จันทร์ดับดาราเข้าใส่
*ฉึก!*
ปลายกระบี่สีเงินแทงทะลุเสื้อผ้าของหลี่เฟยไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ทว่าในขณะเดียวกัน หลี่เฟยก็คว้าข้อมือเรียวบางของนางไว้ได้!
สัมผัสจากผิวพรรณที่เย็นเยียบดุจหิมะของนางทำให้หลี่เฟยชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและโกรธเกรี้ยวของนาง ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้ชิดจนเขาสามารถสัมผัสได้ถึงลมหายใจแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยไอเย็นของสตรีตรงหน้า
"ท่านเก่งกาจมาก..." หลี่เฟยกระซิบชิดใบหูของนาง "แต่ท่านกลับขาดความกล้าหาญที่จะแลกชีวิต"
"เจ้า... เจ้าบังอาจ!" จื่อเยว่พยายามกระชากข้อมือออก ทว่าพลังปราณที่หลี่เฟยถ่ายทอดผ่านฝ่ามือกลับร้อนแรงประดุจเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาจิตใจของนาง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นถึงขีดสุด เสียงกู่ร้องประหลาดที่ดังมาจากส่วนลึกของป่าไผ่ก็ทำให้นางหยุดชะงักลง ดวงตาของนางเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความหวาดหวั่นฉับพลัน
"หลี่เฟย... เจ้าทำอะไรลงไป! เจ้าดึงดูด 'ผู้พิทักษ์ทัณฑ์สวรรค์' ออกมาแล้ว!"
ก่อนที่หลี่เฟยจะทันได้ตั้งตัว เงาดำทมิฬขนาดมหึมาก็พุ่งทะลุหมอกลงมาเบื้องหน้าทั้งคู่ มันคือสัตว์อสูรที่มีร่างเป็นเสือแต่มีปีกดั่งนกอินทรี ดวงตาสีโลหิตของมันจ้องมองมายังคนทั้งสองด้วยความหิวกระหาย ก่อนที่มันจะอ้าปากคำรามจนป่าไผ่ทั้งป่าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
ขอบเขตพลังของหลี่เฟยที่เคยนิ่งสงบ พลันเกิดความแปรปรวนจากแรงกดดันของอสูรตนนี้ ลมปราณในกายเขาเริ่มเดือดพล่านราวกับจะระเบิดออก เขาชักกระบี่ไร้ลักษณ์ออกมาจนสุดฝัก ประกายคมกระบี่สว่างวาบไปทั่วทั้งขุนเขา ทว่าสิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ... เซียนจื่อเยว่กลับเอื้อมมือมาคว้าแขนของเขาไว้แน่น
"อย่าเพิ่งสู้... หากเจ้าไม่ต้องการตายในวินาทีนี้ จงตามข้ามา!"
นางลากเขาสู่ช่องว่างของหินผาเบื้องหลัง พร้อมกับที่กรงเล็บมหึมาของอสูรร้ายตบลงมายังจุดที่พวกเขายืนอยู่เพียงเสี้ยววินาที... ความตายอยู่ห่างจากปลายจมูกของเขาเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของมือสังหารผู้โดดเดี่ยวและยอดเซียนผู้งดงามนะครับ... โปรดรอชมตอนต่อไปว่าพวกเขาจะรอดพ้นจากกรงเล็บมัจจุราชนี้ได้อย่างไร
เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ ครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 2
เผชิญหน้ายอดเซียน
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!