กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 3

วิถีกระบี่ที่สวนทาง

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นอายโลหิตจางๆ ยังคงลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูก ทว่าความตายในยามวิกาลหาได้สร้างความหวั่นไหวให้แก่คนทั้งสองไม่ "วิชา 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ของเจ้า มีช่องว่างที่องศาที่สาม... ช้าไปสามส่วน" น้ำเสียงเยือกเย็นดั่งธารน้ำแข็งขั้วโลกหลุดจากเรียวปากบางของเซียนจื่อเยว่ นางยืนตระหง่านอยู่บนยอดไผ่เอนรับลมราตรี อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามแรงลมปราณที่แผ่พุ่งออกมารอบกาย รัศมีแห่งความเย็นเยียบแผ่ขยายปกคลุมรัศมีร้อยวาจนใบไม้รอบด้านเกาะตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา หลี่เฟยหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเย้ยหยันขึ้นบางเบา นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ามิได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายืนไขว่ห้างพิงลำไผ่ใหญ่อย่างเกียจคร้าน ทว่ามือขวากลับกุมด้ามกระบี่เหล็กดำสนิทไว้มั่น ปราณกระบี่ที่ซ่อนเร้นภายในร่างกายระเบิดออกอย่างเงียบเชียบ ทะลวงผ่านจุดชีพจรทั่วร่างจนเสื้อผ้าสะบัดพับตามแรงลมปราณที่กดดันเข้าหา "ปากดีไม่เบา... แต่วิชา 'เหมันต์นิรันดร์' ของสำนักกระจกสวรรค์ของเจ้า กลับหนักหน่วงที่กระบวนท่าแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งกระบี่" หลี่เฟยกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงของนางอย่างไม่เกรงใจ "เซียนจื่อเยว่... เจ้าแบกรับสำนักใหญ่ไว้บนบ่า จนลืมวิธีสังหารที่แท้จริงไปแล้วกระมัง?" สิ้นเสียงคำท้าทาย บรรยากาศรอบกายพลันดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง! *เปรี้ยง!* ร่างของเซียนจื่อเยว่หายวับไปจากจุดเดิม กลายเป็นเพียงเงาสีขาวสายหนึ่งที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด นางมิได้เอ่ยคำใดตอบโต้ มีเพียงกระบี่วิเศษในมือที่เปล่งแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า อุณหภูมิรอบบริเวณลดฮวบลงจนเกิดเสียงน้ำแข็งลั่นเปรี๊ยะปร๊ะ เคล็ดวิชาประจำสำนัก 'เหมันต์สวรรค์สะท้านโลกันตร์' ถูกปลดปล่อยออกมาในกระบวนท่าแรกอย่างไร้ความปรานี หลี่เฟยแค่นเสียงหึในลำคอ ร่างสูงสง่าพุ่งสวนออกไปไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว! วิถีกระบี่ของทั้งสองปะทะกันกลางอากาศ เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอสุนีบาตผ่ากลางนภา คลื่นกระแทกจากการปะทะกันของลมปราณทั้งสองสายแผ่ขยายเป็นวงกว้าง ตัดยอดไผ่รอบด้านจนขาดสะบั้นร่วงหล่นลงสู่พื้นดินราวกับใบไม้ร่วง นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดแบบฆ่าแกงกันอย่างไร้สติ ทว่าเป็นการประมือเพื่อหยั่งเชิงวิชาฝีมือของฝ่ายตรงข้ามอย่างแท้จริง ทุกกระบวนท่าที่ตวัดออก เต็มไปด้วยการคำนวณระยะ วิเคราะห์จุดอ่อน และการอ่านใจคู่ต่อสู้ในเสี้ยววินาที เซียนจื่อเยว่รุกไล่อย่างดุเดือด กระบี่ในมือของนางพลิ้วไหวราวกับเกล็ดหิมะที่โปรยปราย ทว่าแฝงไว้ด้วยความคมกริบที่สามารถตัดผ่านศิลาผาได้ในดาบเดียว นางต้องการทดสอบว่ามือสังหารลึกลับผู้นี้มีดีแค่ชื่อเสียงลมๆ แล้งๆ หรือไม่ เหตุใดวิชา 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ของเขาจึงสร้างความสะั่นสะเทือนแก่ยุทธภพเบื้องล่างได้ถึงเพียงนี้ ในขณะที่หลี่เฟยเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหนือชั้น เขารับมือกระบวนท่าอันเยือกเย็นของนางด้วยความสุขุมลุ่มลึก ทุกครั้งที่กระบี่เหล็กดำของเขาปัดป่ายออกไป มันไม่ได้ใช้พละกำลังเข้าหักหาญ แต่เป็นการใช้หลักการ 'ยืมแรงสยบแรง' และ 'หาจุดตายในความสมบูรณ์แบบ' ปราณกระบี่อันดุดันของเขาซัดทะลวงเข้าไปในเขตแดนน้ำแข็งของนาง สร้างรอยร้าวบนเกราะปราณเหมันต์ทีละน้อย *เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!* ประกายไฟจากการปะทะกันสาดกระเซ็นราวกับดอกไม้ไฟยามค่ำคืน ใบหน้าของทั้งสองอยู่ใกล้กันเพียงคืบ ท่ามกลางความดุเดือดของการประลอง หลี่เฟยกลับสังเกตเห็นแววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นของหญิงสาว นางมีความโดดเดี่ยวและความอ่อนล้าที่สะสมมาเนิ่นนานซ่อนอยู่ลึกๆ เช่นเดียวกับตัวเขา และในจังหวะที่เซียนจื่อเยว่หมุนตัววาดกระบี่เป็นวงโค้งเพื่อโจมตีจุดตายที่ซี่โครงด้านขวาของเขา หลี่เฟยกลับเลือกที่จะไม่หลบเลี่ยง! ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความดุดัน เขาใช้เคล็ดวิชาตัวเบาขั้นสูงบิดร่างหลบเฉียดคมกระบี่ไปเพียงเส้นยาแดง ปลายกระบี่ของนางเฉี่ยวผ่านหัวไหล่ของเขาจนอาภรณ์ขาดวิ่นและทิ้งรอยเลือดบางๆ ไว้ ทว่าแลกมากับการที่ปลายกระบี่ของหลี่เฟยจี้ตรงเข้าที่จุดชีพจรสำคัญกลางหน้าอกของนางพอดิบพอดี! เวลาคล้ายหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ปลายกระบี่เหล็กดำของหลี่เฟยหยุดนิ่งสนิท ห่างจากผิวเนื้อนุ่มใต้ชุดอาภรณ์สีขาวของเซียนจื่อเยว่เพียงมิลลิเมตรเดียวเท่านั้น กลิ่นอายลมปราณอันดุดันของเขาแผ่ซ่านกดทับจนหน้าอกของนางกระเพื่อมไหวเล็กน้อย ขณะเดียวกัน คมกระบี่เหมันต์ของเซียนจื่อเยว่ก็จ่ออยู่ที่ลำคอระหงของหลี่เฟยเช่นกัน หยดเลือดสีแดงสดหยดหนึ่งไหลซึมลงมาตามคมกระบี่สีฟ้าคราม ตัดกับผิวเนื้อสีขาวซีดของชายหนุ่มอย่างชัดเจน ไม่มีใครแพ้ ไม่มีใครชนะอย่างเด็ดขาด ทว่า ในวินาทีที่สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างใกล้ชิด ความเงียบงันอันน่าระทึกใจก็เข้าปกคลุมรอบบริเวณ หัวใจของยอดเซียนผู้เยือกเย็นกลับเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความทะนงตนและลึกล้ำของบุรุษผู้นี้ "ฝีมือของเจ้า... พัฒนาขึ้นจากข่าวลือไม่น้อย" เซียนจื่อเยว่เอמהขึ้นเสียงแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของหลี่เฟย "เจ้าเองก็... เย็นชาได้สมชื่อเซียนสาวผู้สูงส่งเสียจริง" หลี่เฟยแย้มยิ้มมุมปาก น้ำเสียงเจือแววหยอกเย้าเล็กน้อย ทว่ายังคงไว้ซึ่งความระแวดระวัง *ครืนนน...!* ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้ายามราตรีที่เคยปลอดโปร่งกลับปรากฏเสียงคำรามต่ำของสายฟ้าสีดำสนิทดังสะท้านขึ้นมาจากเบื้องบน แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของผู้ฝึกยุทธแผ่พุ่งลงมาปกคลุมยอดเขาในทันที ปราณฟ้าดินปั่นป่วนอย่างรุนแรงจนกระบี่ในมือของทั้งสองสั่นระริกราวกับหวาดกลัวต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เซียนจื่อเยว่เบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที นางพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "บ้าน่า... เขตแดนทดสอบสวรรค์เหตุใดจึงเปิดเร็วกว่ากำหนดสามัคคีวัฏจักรถึงเจ็ดวัน?!" หลี่เฟยเก็บกระบี่กลับเข้าฝักด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมกริบแหงนมองขึ้นไปบนท้องนภาที่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีทมิฬ และที่ใจกลางความมืดมิดนั้น ร่างของบุคคลลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่งกำลังก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติกลางอากาศ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่ดังสะท้านไปทั่วทั้งยุทธภพ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%